ออริจิ้น ปักหมุดภูเก็ตอัดงบ 3 หมื่นล้าน ลุยคอนโด-มิกซ์ยูส-โรงแรม ดักคลื่นรายได้ใหม่
"ORI" กางแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2569-2571) เตรียมอัดฉีดเงินลงทุนใหม่ 1.16 หมื่นล้านบาท ดันพอร์ตอสังหาฯ ภูเก็ตโตแตะ 3 หมื่นล้านบาท ชูทำเล "Global Safe Zone" เจาะต่างชาติ พบรัสเซียยึดโควต้าซื้อสูงสุด 46.6% ตามด้วยโปแลนด์และจีน สร้าง Recurring Income ผนึกเชนดัง ฮิลตัน-แมริออท เปิดโรงแรม 3 แห่ง รวม 601 ห้อง เร่งทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ Q4/2569
11 สิงหาคม 2569 - นายธนกร วุฒิพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการบริหารธุรกิจตลาดต่างประเทศ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยถึงแผนการลงทุนในจังหวัดภูเก็ตว่า ORI ได้เข้าลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตมาตั้งแต่ปี 2566 ภายใต้แนวคิด "Origin Infinity" โดย ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 มีมูลค่าการลงทุนสะสมรวม 18,350 ล้านบาท และกำลังก้าวเข้าสู่ระยะการสร้างการเติบโตระลอกใหม่ ผ่านการปูพรมพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อขายและธุรกิจโรงแรม เพื่อเปลี่ยนภูเก็ตให้เป็นฐานธุรกิจหลักในการสร้างรายได้ระยะยาว
สำหรับภาพรวมการลงทุนสะสม 18,350 ล้านบาทในปัจจุบัน แบ่งเป็นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ทั้งคอนโดมิเนียมและวิลล่า จำนวน 8 โครงการ รวม 3,937 ยูนิต มูลค่าลงทุน 15,650 ล้านบาท ซึ่งมียอดขายเฉลี่ยเกินกว่า 60% รวมถึงการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส 2 ทำเล ได้แก่ ออริจิ้น รีสอร์ท เเวิล์ด ภูเก็ต | บางเทา บีช และ ออริจิ้น ลากูน เชิงทะเล ภูเก็ต
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มธุรกิจโรงแรม (Hospitality & Tourism) ที่เป็นพอร์ตสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) อยู่ในแผนพัฒนาอีก 3 โครงการ จำนวน 601 ห้อง มูลค่า 2,700 ล้านบาท ได้แก่ Motto Phuket Kata แบรนด์ไลฟ์สไตล์จากเชน Hilton รวมถึง Moxy Cherngtalay และ Moxy Phuket Chaofah แบรนด์ในเครือ Marriott Bonvoy
ต่างชาติยึดพอร์ต-รัสเซียครองแชมป์ซื้อสูงสุด
ในมิติด้านกลุ่มลูกค้า นายธนกรระบุว่า โครงการในภูเก็ตได้รับอิทธิพลจากปัจจัยความเป็น "Global Safe Zone" และบ้านหลังที่สองของชาวต่างชาติ ส่งผลให้สัดส่วนลูกค้าต่างชาติปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
นายธนกร กล่าวถึงโครงสร้างผู้ซื้อต่างชาติในพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตไว้ว่า "พอร์ตอสังหาฯภูเก็ต เรามีกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวไทย และชาวต่างชาติ โดยสัดส่วนของชาวต่างชาติ 3 อันดับแรก คือ รัสเซีย 46.6%, โปแลนด์ 15.9%, จีน 6.4% และอื่นๆ 31.1%"
อัดงบใหม่ 1.16 หมื่นล้าน ดันพอร์ตแตะ 3 หมื่นล้านปี 71
สำหรับทิศทางธุรกิจในระยะ 3 ปีข้างหน้า (ปี 2569–2571) บริษัทวางแผนอัดฉีดเงินลงทุนพัฒนาโครงการใหม่เพิ่มเติมอีก 11,650 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าพอร์ตการลงทุนรวมของออริจิ้นในภูเก็ตขยับขึ้นไปแตะระดับ 30,000 ล้านบาทภายในปี 2571
แผนการลงทุนใหม่ประกอบด้วย โครงการเพื่อขายปี 2569 เปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ 2 โครงการ ในทำเลเชิงทะเล และกะทู้-ป่าตอง มูลค่ารวม 3,500 ล้านบาท จากนั้นในช่วงปี 2570–2571 จะเปิดตัวคอนโดมิเนียมเพิ่มอีก 7 โครงการ มูลค่ารวม 8,150 ล้านบาท ครอบคลุมทำเลหาดบางเทา, เชิงทะเล, หาดสุรินทร์, หาดกะตะ และเมืองภูเก็ต
ส่วนกลุ่มธุรกิจโรงแรม จะมีการลงทุนเพิ่มอีก 2 แห่งในช่วงปี 2570–2571 มูลค่า 1,880 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลและเจรจากับพันธมิตร
เก็บเกี่ยวรายได้ Q4/2569 ลุยเปิดโรงแรมต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ช่วงปี 2569–2571 ถือเป็นช่วงเวลาเริ่มต้นของการเก็บเกี่ยวรายได้ หลังจากปูพรมลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง โดยจะเริ่มรับรู้รายได้รอบใหม่ตั้งแต่ไตรมาส 4/2569 เป็นต้นไป จากการส่งมอบ 2 โครงการที่สร้างเสร็จ คือ โครงการ โซ ออริจิ้น บางเทา บีช มูลค่า 2,800 ล้านบาท และโครงการ บัลโค บางเทา บีช มูลค่า 600 ล้านบาท ส่วนปี 2570 จะมีโครงการเสร็จเพิ่มอีก 2 แห่ง และปี 2571 อีก 1 แห่ง
ขณะที่พอร์ตรายได้ประจำจากธุรกิจโรงแรม จะเริ่มทยอยเปิดให้บริการเพื่อสร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ โรงแรม Moxy Phuket Chaofah กำหนดเปิดให้บริการในไตรมาส 4/2569 ตามด้วย โรงแรม Motto Phuket Kata ในไตรมาส 3/2571 และ โรงแรม Moxy Cherngtalay ในไตรมาส 4/2571
ต่อยอดบริการหลังการขาย รับเทรนด์ Longevity Economy
ในแง่การบริหารจัดการ ออริจิ้น ได้วางโครงสร้างครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาโครงการไปจนถึงการบริหารจัดการสินทรัพย์ (Property Management) ผ่านบริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่เข้ามาดูแลบริการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ คุณภาพชีวิต และการบริหารความมั่งคั่งระยะยาว
นายธนกร กล่าวสรุปถึงเป้าหมายการบุกตลาดภูเก็ตและการต่อยอดพอร์ตธุรกิจว่า "ช่วงปี 2569 – 2571 ถือเป็นช่วงเวลาเริ่มต้นแห่งการเก็บเกี่ยวรายได้ หลังจากที่บริษัทได้ปูพรมลงทุนอย่างต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้านี้ โดยโครงการต่างๆ จะเริ่มก่อสร้างแล้วเสร็จและทยอยส่งมอบให้กับลูกค้า ซึ่งจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างคลื่นรายได้รอบใหม่ ที่ทยอยไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องและมั่นคง"