โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ออริจิ้น ปักหมุดภูเก็ตอัดงบ 3 หมื่นล้าน ลุยคอนโด-มิกซ์ยูส-โรงแรม ดักคลื่นรายได้ใหม่

การเงินธนาคาร

อัพเดต 11 ส.ค. เวลา 11.41 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. เวลา 04.41 น.

"ORI" กางแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (2569-2571) เตรียมอัดฉีดเงินลงทุนใหม่ 1.16 หมื่นล้านบาท ดันพอร์ตอสังหาฯ ภูเก็ตโตแตะ 3 หมื่นล้านบาท ชูทำเล "Global Safe Zone" เจาะต่างชาติ พบรัสเซียยึดโควต้าซื้อสูงสุด 46.6% ตามด้วยโปแลนด์และจีน สร้าง Recurring Income ผนึกเชนดัง ฮิลตัน-แมริออท เปิดโรงแรม 3 แห่ง รวม 601 ห้อง เร่งทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ Q4/2569

11 สิงหาคม 2569 - นายธนกร วุฒิพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการบริหารธุรกิจตลาดต่างประเทศ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยถึงแผนการลงทุนในจังหวัดภูเก็ตว่า ORI ได้เข้าลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตมาตั้งแต่ปี 2566 ภายใต้แนวคิด "Origin Infinity" โดย ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 มีมูลค่าการลงทุนสะสมรวม 18,350 ล้านบาท และกำลังก้าวเข้าสู่ระยะการสร้างการเติบโตระลอกใหม่ ผ่านการปูพรมพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเพื่อขายและธุรกิจโรงแรม เพื่อเปลี่ยนภูเก็ตให้เป็นฐานธุรกิจหลักในการสร้างรายได้ระยะยาว

สำหรับภาพรวมการลงทุนสะสม 18,350 ล้านบาทในปัจจุบัน แบ่งเป็นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ทั้งคอนโดมิเนียมและวิลล่า จำนวน 8 โครงการ รวม 3,937 ยูนิต มูลค่าลงทุน 15,650 ล้านบาท ซึ่งมียอดขายเฉลี่ยเกินกว่า 60% รวมถึงการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส 2 ทำเล ได้แก่ ออริจิ้น รีสอร์ท เเวิล์ด ภูเก็ต | บางเทา บีช และ ออริจิ้น ลากูน เชิงทะเล ภูเก็ต

นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มธุรกิจโรงแรม (Hospitality & Tourism) ที่เป็นพอร์ตสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) อยู่ในแผนพัฒนาอีก 3 โครงการ จำนวน 601 ห้อง มูลค่า 2,700 ล้านบาท ได้แก่ Motto Phuket Kata แบรนด์ไลฟ์สไตล์จากเชน Hilton รวมถึง Moxy Cherngtalay และ Moxy Phuket Chaofah แบรนด์ในเครือ Marriott Bonvoy

ต่างชาติยึดพอร์ต-รัสเซียครองแชมป์ซื้อสูงสุด

ในมิติด้านกลุ่มลูกค้า นายธนกรระบุว่า โครงการในภูเก็ตได้รับอิทธิพลจากปัจจัยความเป็น "Global Safe Zone" และบ้านหลังที่สองของชาวต่างชาติ ส่งผลให้สัดส่วนลูกค้าต่างชาติปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นายธนกร กล่าวถึงโครงสร้างผู้ซื้อต่างชาติในพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ตไว้ว่า "พอร์ตอสังหาฯภูเก็ต เรามีกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวไทย และชาวต่างชาติ โดยสัดส่วนของชาวต่างชาติ 3 อันดับแรก คือ รัสเซีย 46.6%, โปแลนด์ 15.9%, จีน 6.4% และอื่นๆ 31.1%"

อัดงบใหม่ 1.16 หมื่นล้าน ดันพอร์ตแตะ 3 หมื่นล้านปี 71

สำหรับทิศทางธุรกิจในระยะ 3 ปีข้างหน้า (ปี 2569–2571) บริษัทวางแผนอัดฉีดเงินลงทุนพัฒนาโครงการใหม่เพิ่มเติมอีก 11,650 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าพอร์ตการลงทุนรวมของออริจิ้นในภูเก็ตขยับขึ้นไปแตะระดับ 30,000 ล้านบาทภายในปี 2571

แผนการลงทุนใหม่ประกอบด้วย โครงการเพื่อขายปี 2569 เปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ 2 โครงการ ในทำเลเชิงทะเล และกะทู้-ป่าตอง มูลค่ารวม 3,500 ล้านบาท จากนั้นในช่วงปี 2570–2571 จะเปิดตัวคอนโดมิเนียมเพิ่มอีก 7 โครงการ มูลค่ารวม 8,150 ล้านบาท ครอบคลุมทำเลหาดบางเทา, เชิงทะเล, หาดสุรินทร์, หาดกะตะ และเมืองภูเก็ต

ส่วนกลุ่มธุรกิจโรงแรม จะมีการลงทุนเพิ่มอีก 2 แห่งในช่วงปี 2570–2571 มูลค่า 1,880 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลและเจรจากับพันธมิตร

เก็บเกี่ยวรายได้ Q4/2569 ลุยเปิดโรงแรมต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ช่วงปี 2569–2571 ถือเป็นช่วงเวลาเริ่มต้นของการเก็บเกี่ยวรายได้ หลังจากปูพรมลงทุนมาอย่างต่อเนื่อง โดยจะเริ่มรับรู้รายได้รอบใหม่ตั้งแต่ไตรมาส 4/2569 เป็นต้นไป จากการส่งมอบ 2 โครงการที่สร้างเสร็จ คือ โครงการ โซ ออริจิ้น บางเทา บีช มูลค่า 2,800 ล้านบาท และโครงการ บัลโค บางเทา บีช มูลค่า 600 ล้านบาท ส่วนปี 2570 จะมีโครงการเสร็จเพิ่มอีก 2 แห่ง และปี 2571 อีก 1 แห่ง

ขณะที่พอร์ตรายได้ประจำจากธุรกิจโรงแรม จะเริ่มทยอยเปิดให้บริการเพื่อสร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ โรงแรม Moxy Phuket Chaofah กำหนดเปิดให้บริการในไตรมาส 4/2569 ตามด้วย โรงแรม Motto Phuket Kata ในไตรมาส 3/2571 และ โรงแรม Moxy Cherngtalay ในไตรมาส 4/2571

ต่อยอดบริการหลังการขาย รับเทรนด์ Longevity Economy

ในแง่การบริหารจัดการ ออริจิ้น ได้วางโครงสร้างครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาโครงการไปจนถึงการบริหารจัดการสินทรัพย์ (Property Management) ผ่านบริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI ซึ่งเป็นบริษัทในเครือที่เข้ามาดูแลบริการตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ คุณภาพชีวิต และการบริหารความมั่งคั่งระยะยาว

นายธนกร กล่าวสรุปถึงเป้าหมายการบุกตลาดภูเก็ตและการต่อยอดพอร์ตธุรกิจว่า "ช่วงปี 2569 – 2571 ถือเป็นช่วงเวลาเริ่มต้นแห่งการเก็บเกี่ยวรายได้ หลังจากที่บริษัทได้ปูพรมลงทุนอย่างต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้านี้ โดยโครงการต่างๆ จะเริ่มก่อสร้างแล้วเสร็จและทยอยส่งมอบให้กับลูกค้า ซึ่งจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างคลื่นรายได้รอบใหม่ ที่ทยอยไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่องและมั่นคง"

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...