โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กองทุนประกันวินาศภัย กุมขมับ หนี้ท่วม 5 หมื่นล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 มิ.ย. 2565 เวลา 02.18 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2565 เวลา 04.17 น.

สัมภาษณ์

ผู้จัดการกองทุนประกันคนใหม่แบกงานหนัก เปิดตัวเลขภาระหนี้ 8 บริษัทประกันถูกเพิกถอนใบอนุญาตสูงถึง 5.2 หมื่นล้านบาท เฉพาะหนี้ 4 บริษัทปิดกิจการเซ่นพิษโควิดกว่า 4 หมื่นล้าน แจงข้อจำกัดจ่ายคืนหนี้สินไหมล่าช้า เตรียมปรับแผน-เพิ่มทีมเร่งสปีดอนุมัติจ่ายหนี้ ห่วง “สินมั่นคง-พุทธธรรม” เข้าโซนวิกฤต

แบกหนี้อ่วม 5.2 หมื่นล้าน

นายชนะพล มหาวงษ์ ผู้จัดการกองทุนประกันวินาศภัย (กปว.) ในฐานะผู้ชำระบัญชีให้กับบริษัทประกันวินาศภัยที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต เพื่อคุ้มครองเจ้าหนี้ที่เกิดจากการเอาประกันภัย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้กองทุนอยู่ระหว่างชำระบัญชีทั้งหมด 8 บริษัท แยกเป็นบริษัทเดิม 4 แห่ง คือ 1.สัมพันธ์ประกันภัย 2.เอ.พี.เอฟ.อินเตอร์เนชั่นแนล 3.สัจจะประกันภัย และ 4.เจ้าพระยาประกันภัย ซึ่ง 2 บริษัทแรกส่งล้มละลายไปแล้ว แต่ยังมีภาระผูกพันต้องจ่ายหนี้อยู่ ส่วนอีก 2 บริษัทตอนนี้อยู่ในระหว่างการชำระบัญชี

และอีก 4 บริษัทที่เข้ามาใหม่หลังถูกปิดจากขาดทุนจ่ายเคลมประกันภัยโควิด ประกอบด้วย 1.เอเชียประกันภัย 2.เดอะวัน ประกันภัย 3.อาคเนย์ประกันภัย และ 4.ไทยประกันภัย ซึ่งเอเชียประกันภัยและเดอะวัน ประกันภัยครบกำหนดให้ยื่นขอรับชำระหนี้แล้ว ส่วนอาคเนย์ประกันภัยและไทยประกันภัยจะครบกำหนดวันที่ 15 ก.ค. 65 ที่จะถึงนี้

ทั้งนี้ ณ สิ้นเดือน เม.ย. 65 กองทุนมียอดหนี้ 8 บริษัทรวมกว่า 52,000 ล้านบาท ประมาณ 40,000 ล้านบาท มาจาก 4 บริษัทที่ถูกปิดจากขาดทุนจ่ายเคลมประกันภัยโควิด ทั้งนี้เนื่องจากยอดหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ทั้งหมดที่เจ้าหนี้ยื่นกับกองทุนในฐานะผู้ชำระบัญชี แต่กองทุนจะจ่ายหนี้ได้เฉพาะที่เกิดจากการเอาประกันภัยเท่านั้น ซึ่งอาจจ่ายจริงไม่ถึงตัวเลขข้างต้น

แจงข้อจำกัดจ่ายหนี้ล่าช้า

“ตอนนี้กองทุนต้องตรวจสอบเอกสารหลักฐานให้มีความถูกต้องและรอบคอบ เนื่องด้วยกองทุนเป็นการจ่ายเงินของรัฐ จึงอยากให้ประชาชนเข้าใจด้วยว่า แม้บริษัทประกันได้ตรวจสอบแล้ว แต่กองทุนต้องตรวจสอบอีกครั้ง จึงอาจเกิดความล่าช้า อีกทั้งขอร้องไม่อยากให้ด่าทอพนักงานกองทุน เราต้องการช่วยให้ทุกคนได้เงินจริง ๆ เพราะแม้ลูกหนี้คุณจะหนีไปแล้ว แต่รัฐยังทำหน้าที่จ่ายแทนให้ จึงอยากให้ทุกคนให้กำลังใจกัน เพราะด้วยสถานะของกองทุนเป็นองค์กรขนาดเล็ก มีเจ้าหน้าที่ 10-20 คนเท่านั้น แต่ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด” นายชนะพลกล่าว

โดยเบื้องต้นกองทุนกำลังแยกหนี้ระหว่าง Non-COVID กับ COVID ออกให้เห็นชัดเจน โดยหนี้ COVID ต้องตรวจสอบหลักฐานจากผล RT-PCR ซึ่งตอนนี้กำลังขอความอนุเคราะห์จากกระทรวงสาธารณสุขที่จะลิงก์ข้อมูล เพื่อให้เจ้าหน้าที่กองทุนเช็กข้อมูลในระบบได้ หากได้รับความเห็นชอบก็จะทำให้การอนุมัติได้เร็ว

เคลียร์ได้แค่ 30 ล้านบาท/เดือน

ผู้จัดการกองทุนประกันวินาศภัยกล่าวว่า ขณะนี้กองทุนจ่ายหนี้ได้ประมาณ 1,000-1,500 รายต่อเดือน คิดเป็นมูลค่าราว 30-40 ล้านบาท หรือประมาณ 300-400 ล้านบาทต่อปี ซึ่งกองทุนกำลังหารือกับทีมเพื่อเพิ่มการอนุมัติจ่ายหนี้อีก 200-300% หรือประมาณ 3,000-4,000 รายต่อเดือน คาดหวังจ่ายหนี้ให้ได้ประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปี แต่ทั้งนี้ต้องรอให้เจ้าหนี้อาคเนย์ประกันภัยและไทยประกันภัยยื่นขอชำระหนี้ครบเพื่อประมวลผลและจัดทีม ซึ่งขณะนี้ก็ได้ความร่วมมือ คปภ. ส่งคนเข้ามาช่วย

ลุ้นให้ “สินมั่นคงฯ” ฟื้นฟูสำเร็จ

นายชนะพลกล่าวอีกว่า ขณะนี้เป็นห่วงบริษัทสินมั่นคงประกันภัย เพราะเท่าที่ทราบมียอดสินไหมประกันภัยโควิด 400,000 ราย มูลค่าเกือบ 4 หมื่นล้านบาท บริษัทเดียวแต่เทียบเท่า 4 บริษัทที่ถูกปิดไป ฉะนั้นอยากให้สินมั่นคงฯเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการสำเร็จ สำหรับบริษัทพุทธธรรมประกันภัย ที่ คปภ.ได้สั่งหยุดรับประกันภัยชั่วคราวเป็นรายล่าสุดเมื่อ 27 พ.ค. 2565 ต้องลุ้นเหมือนกันว่าจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตอีกหรือไม่ ถึงแม้จะเป็นบริษัทขนาดเล็ก แต่ก็จะเพิ่มภาระให้กองทุนมากขึ้นไปอีก

ขณะที่ปัจจุบันกองทุนมีทรัพย์สินอยู่กว่า 6,000 ล้านบาท มีรายได้เข้ากองทุนปีละ 600 ล้านบาท มีการชำระหนี้ 300-400 ล้านบาทต่อปี จึงอาจยังไม่จำเป็นต้องกู้เงินเสริมสภาพคล่อง เพียงแต่ไม่ทันใจประชาชน เพราะประชาชนต้องการให้จ่ายแบบสึนามิ หรือเดือนละ 3,000-5,000 ล้านบาท ซึ่งทางกองทุนประกันฯก็อยากให้เป็นแบบนั้น แต่ความเป็นจริงทำไม่ได้ เพราะต้องระดมคนเป็นหมื่นคนมาช่วย และต้องไปประสานสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เพื่อทำแผนหาเงินกู้เพื่อมาจ่ายหนี้

ทั้งนี้ในเบื้องต้นได้มีการหารือกับ สบน.แล้ว โดยทาง สบน.ให้กองทุนไปพิจารณาทรัพย์สินและประสิทธิภาพในการชำระหนี้ของกองทุน ซึ่งประเมินว่าในช่วง 1-2 ปีนี้คาดว่ายังมีเงินเพียงพอจ่ายหนี้ แต่หากกองทุนมีสภาพคล่องไม่เพียงพอแล้ว เช่น เหลือเงินอยู่ 1,000 ล้านบาท สบน.ก็จะหาแหล่งเงินกู้ให้ได้ไม่ต้องกังวล ซึ่งเขาจะประเมินให้ว่าสมควรจะปล่อยเงินให้ช่วงไหน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...