บาทเปิดที่ 35 แข็งค่า หลังตลาดคลายกังวลเฟดปรับ ดบ.ชั่วคราว แต่ยังต้องจับตาแนวโน้ม ศก.สหรัฐ
บาทเปิดที่ 35 แข็งค่าระยะสั้น หลังตลาดคลายกังวลเฟดปรับดอกเบี้ยชั่วคราว แต่ยังต้องจับตาแนวโน้ม ศก.สหรัฐ-นโยบายการเงิน บีโออี-อีซีบี
เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 35.00 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ 35.10 บาทต่อเหรียญสหรัฐ มองกรอบเงินบาทวันนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.85-35.10 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
นายพูนกล่าวว่า สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท การพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นของเงินบาทในช่วงคืนที่ผ่านมานั้นได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าลงของเงินเหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ดี มองว่าเงินบาทจะยังคงไม่กลับตัวมาเป็นฝั่งแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องอย่างชัดเจน เนื่องจากปัจจัยกดดันเงินบาทฝั่งอ่อนค่าดังกล่าวจะยังคงมีอยู่ในระยะสั้นนี้
และจะเห็นเงินบาทกลับมาแข็งค่าได้ชัดเจนเมื่อตลาดคลายกังวลแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทำให้ในช่วงนี้เงินบาทมีโอกาสแกว่งตัวแคบ และมีโอกาสอ่อนค่าลงทดสอบโซนแนวต้านแถว 35.20 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ หากราคาทองคำสามารถรีบาวด์ขึ้นต่อได้บ้าง การอ่อนค่าของเงินบาทก็อาจถูกชะลอลงด้วยโฟลว์ธุรกรรมขายทำกำไรทองคำ
“ในช่วงที่เหลือของสัปดาห์นี้มองว่าผู้เล่นในตลาดจะรอจับตารายงานดัชนีสหรัฐในภาคการผลิตอุตสาหกรรมในวันพุธ และภาคการบริการในวันศุกร์ รวมถึงถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดตั้งแต่วันพุธเป็นต้นไป ทำให้ตลาดค่าเงินยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวนต่อได้” นายพูนกล่าว
นายพูนกล่าวว่า ด้านตลาดค่าเงิน เงินเหรียญสหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังบรรยากาศในตลาดการเงินกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น นอกจากนี้ การแข็งค่าขึ้นของเงินยูโร (EUR) และเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) หลังรัฐบาลอังกฤษและสหภาพยุโรปบรรลุข้อตกลงกฎเกณฑ์ทางการค้า หลังถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) สำหรับไอร์แลนด์เหนือมีส่วนกดดันให้เงินเหรียญสหรัฐย่อตัวลงบ้าง
ทั้งนี้ เงินเหรียญสหรัฐจะยังไม่ได้อ่อนค่าลงชัดเจนจนกว่าตลาดจะคลายกังวลแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องของเฟด ทำให้เงินเหรียญสหรัฐยังมีแนวโน้มแกว่งตัวแคบและอาจแข็งค่าขึ้นต่อได้ หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐยังคงออกมาดีกว่าคาด ส่วนในฝั่งราคาทองคำ การย่อตัวลงของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐ ได้ช่วยหนุนให้ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนเมษายน) รีบาวด์ขึ้นจากโซนแนวรับมาสู่ระดับ 1,824 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์
นายพูนกล่าวว่า สำหรับวันนี้ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐผ่านรายงานข้อมูลดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยบรรดานักวิเคราะห์ได้ประเมินว่าภาวะตลาดแรงงานสหรัฐที่ยังคงแข็งแกร่งและตึงตัวจะยังคงช่วยหนุนให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวขึ้นแตะระดับ 108.5 จุด ทั้งนี้ ต้องจับตาว่ามุมมองของผู้บริโภคต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคตเริ่มปรับตัวแย่ลงหรือไม่
ขณะเดียวกัน นอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางหลัก อาทิ ธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) และธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เพื่อประเมินแนวโน้มการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของทั้งบีโออีและอีซีบีว่าจะมีโอกาสขึ้นต่อเนื่องได้ถึงระดับใด