โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมการแพทย์ รณรงค์วันการได้ยินโลก

สวพ.FM91

อัพเดต 03 มี.ค. 2566 เวลา 07.18 น. • เผยแพร่ 03 มี.ค. 2566 เวลา 07.18 น.

กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลราชวิถี เผย “การได้ยินมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตในทุกช่วงวัย” แนะประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการได้ยิน หากมีความเสี่ยงหรือสงสัยว่าจะมีภาวะสูญเสียการได้ยินควรรีบพบแพทย์

นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ปัญหาการสูญเสียการได้ยินถือเป็นปัญหาสำคัญด้านสาธารณสุขที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนในทุกช่วงวัย จากรายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านคนพิการในประเทศไทย โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565) พบว่า การออกบัตรประจำตัวคนพิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมาย มีมากเป็นลำดับที่ 2 จำนวน 401,318 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 18.64 รองจากความพิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย ร้อยละ 50.81 โดยกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป มีจำนวนมากที่สุด จำนวน 295,541 คน และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในทุกปี ซึ่งสอดคล้องกับประเทศไทยที่เข้าสู่ภาวะผู้สูงวัยทำให้อัตราผู้ที่มีปัญหาการได้ยินสูงมากขึ้น และส่งผลกระทบในหลายๆ ด้าน เช่น การได้ยิน การสื่อสาร การแยกตัวออกจากสังคม ซึมเศร้า โรคหลงลืม และสมองเสื่อม ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้น กระทรวงสาธารณสุขจึงมีนโยบายในการดูแลประชาชนให้มีสุขภาพดีถ้วนหน้า และสามารถเข้าถึงระบบสาธารณสุขได้ทุกระดับชั้น เนื่องจากปัญหาการได้ยินเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่กระทรวงสาธารณสุขให้ความสำคัญและต้องการให้ประชาชนมีการได้ยินที่ดี

นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ที่มีปัญหาการสูญเสียการได้ยิน ในเบื้องต้นจะมีอาการหูอื้อ ไม่ได้ยินเสียง ได้ยินเสียงแต่จับใจความไม่ได้ ไม่สามารถพูดคุยในสถานที่มีเสียงรบกวน ต้องเปิดวิทยุหรือโทรทัศน์เสียงดังมากกว่าปกติ หรือฟังโทรศัพท์ไม่ได้ยิน ส่วนปัญหาการได้ยินในเด็ก คือ จะมีอาการพูดช้า ไม่พูดตามระยะของพัฒนาการ เรียกไม่หันตามเสียง ทำให้มีปัญหาการเรียนรู้ได้ ซึ่งหากมีอาการหรือพบผู้ที่มีอาการควรรีบมาพบแพทย์หู คอ จมูก เพื่อตรวจรักษาและวัดระดับการได้ยิน สำหรับปัญหาการได้ยินสามารถเกิดได้จากสาเหตุหลายประการ เช่น ความผิดปกติทางพันธุกรรม การอักเสบติดเชื้อของหู การติดเชื้อเยื่อหุ้มสมอง ศีรษะได้รับการกระทบกระแทกรุนแรง ประสาทหูเสื่อมเฉียบพลันโดยไม่ทราบสาเหตุ การสัมผัสเสียงดังเกินระดับปลอดภัย หรือการเสื่อมสภาพตามอายุ เป็นต้น ทั้งนี้ กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านโสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลราชวิถี ได้จัดให้มีการดูแลการได้ยินตั้งแต่ทารกแรกเกิดโดยทำการคัดกรองการได้ยินทารกแรกเกิดในโรงพยาบาลราชวิถีทุกราย และให้การดูแลรักษาโรคหูต่างๆ อย่างครบวงจร ตั้งแต่การวินิจฉัยไปจนถึงการรักษาฟื้นฟู อีกทั้ง มีบริการตรวจวัดการได้ยินด้วยเครื่องตรวจวัดระดับการได้ยินที่เป็นมาตรฐานโดยนักตรวจการได้ยินและให้บริการใส่เครื่องช่วยฟังเมื่อมีข้อบ่งชี้

แพทย์หญิงสมจินต์ จินดาวิจักษณ์ หัวหน้ากลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านโสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวเพิ่มเติมว่า ตามที่ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดให้วันที่ 3 มีนาคมของทุกปีเป็น “วันการได้ยินโลก” (World Hearing Day 2023)” เพื่อรณรงค์กระตุ้นเตือนให้ประชาชนทั่วโลกหันมาตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจการได้ยินของตนเองเพื่อป้องกันการสูญเสียการได้ยินในทุกช่วงวัยของชีวิต โรงพยาบาลราชวิถีจึงได้จัดให้มีกิจกรรมเสวนาโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในหัวข้อ “เรื่องของหู ไม่ต้องรอให้มีปัญหาก็ดูแลได้” เพื่อให้ความรู้ประชาชนในหัวข้อต่างๆ ณ ห้องตรวจหู คอ จมูก ชั้น 10 อาคารทศมินทราธิราช นอกจากนี้ ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกได้จัดทำแอพพลิเคชั่น ชื่อ “hearWHO” เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจระดับการได้ยินด้วยตนเอง และสำหรับประเทศไทยมีแอพพลิเคชั่นที่เป็นภาษาไทยเช่นกัน ชื่อว่า “Eartone หรือ ตรวจการได้ยิน” จึงอยากเชิญชวนประชาชนตรวจประสิทธิภาพของการได้ยินด้วยตนเอง โดยสามารถดาวน์โหลดบนโทรศัพท์มือถือทั้งระบบ ios และ Android โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม หากพบอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...