โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ยาลดกรด ยารักษากรดไหลย้อน คืออะไร มีกี่ชนิด ใช้อย่างไรให้ถูกต้อง?

GedGoodLife

อัพเดต 26 ต.ค. 2566 เวลา 20.06 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. 2566 เวลา 11.47 น. • GED good life ชีวิตดีดี

หากคุณคือคนหนึ่งที่ชอบกินอาหารรสจัด กินอาหารไม่ตรงเวลา และมีอาการแสบร้อนกลางอก แน่นอก เรอเปรี้ยว อาจต้องพึ่งพา “ยาลดกรด” เพื่อบรรเทาอาการดังกล่าว มาทำความรู้จักกับยาลดกรดให้มากขึ้น จะได้ใช้อย่างถูกกต้องกันดีกว่า

ยาลดกรด คืออะไร?

ยาลดกรด (acid reducers) คือ ยาที่มีประสิทธิภาพในการลดระดับกรดในทางเดินอาหาร มีฤทธิ์สะเทิน (neutralize) กรดในกระเพาะอาหาร มักเป็นตัวยาที่มีฤทธิ์เป็นด่าง เพื่อช่วยบรรเทาอาการแสบร้อน ปวดท้อง และอาการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกรดไหลย้อน และแผลในกระเพาะอาหาร

ยารักษาภาวะกรดไหลย้อน จะมีอยู่ทั้งหมด 3 ระดับ ได้แก่

  • ยาระดับที่ 1 ยาลดกรด (Antacids) หรือยาลดการผลิตกรด (H2-BLOCKERS)
  • ยาระดับที่ 2 ยาที่ทำให้หยุดการผลิตกรดในกระเพาะอาหาร คือ ยาในกลุ่ม Proton – Pump Inhibitors (PPIs)
  • ยาระดับที่ 3 คือ Prokinetic Agents ยาในกลุ่ม Prokinetic Agents

ในบทความนี้ จะกล่าวเฉพาะยาระดับที่ 1 คือ ยาลดกรด (Antacids) เพราะเป็นยาเบื้องต้นที่ผู้ป่วยกรดไหลย้อนเลือกใช้ก่อนเสมอ

ยาลดกรดระดับที่ 1 (Antacids)

เป็นกลุ่มยาที่ช่วยลดความเป็นกรด (acid) ภายในกระเพาะอาหารทำให้เป็นกลางมากขึ้น กลไกในการออกฤทธิ์ของยาลดกรด คือ การนำความเป็นด่างของยาสะเทินกับกรดในกระเพาะอาหาร หรือลำไส้ เพื่อลดความเป็นกรด เมื่อความเป็นกรดลดลง การกัดกร่อนของกรดที่จะทำให้เกิดแผลจึงลดลงตามไปด้วย อาการกรดไหลย้อนก็จะบรรเทาลงตามลำดับ โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นยังไม่มาก คือ น้อยกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์

ยาลดกรด มักประกอบด้วย 2 ตัวยา ได้แก่

ช่วยในการสะเทินกรดด่างในกระเพาะอาหาร เมื่อเกิดการย้อนกลับของอาหารในหลอดอาหาร จะช่วยให้ผนังของหลอดอาหารสัมผัสกับกรดในกระเพาะอาหารลดลง ข้อดีอีกประการหนึ่งของยานี้คือออกฤทธิ์บรรเทาอาการได้ภายใน 5 นาที

นอกจากตัวยาที่มีฤทธิ์ในการลดกรดแล้ว ยาที่วางขายในท้องตลาดมักผสมตัวยาชนิดอื่นเพื่อเสริมประสิทธิภาพในการรักษา และบรรเทาอาการอันเนื่องมาจากกรดอีกด้วย ยาดังกล่าวได้แก่

ไซเม็ททิโคนเป็นสารลดแรงตึงผิวที่ทำให้ฟอง และแก๊สในกระเพาะอาหารสามารถระบายออกจากอาหารที่กำลังถูกย่อยได้ เสริมประสิทธิภาพในการขับลม ท้องอืด แน่นท้อง โดยยาประเภทนี้มีให้เลือกทั้ง ชนิดเม็ด และชนิดน้ำ ผลิตภัณฑ์ยาลดกรดที่มีตัวยาไซเม็ททิโคน เช่น เครมิล ชนิดเม็ด (Kremil Tablets) ซองเขียว

สรรพคุณของยาลดกรด (ข้อบ่งใช้)

การใช้ยาลดกรด ชนิดน้ำ และชนิดเม็ด

การกินยาลดกรด (Antacid) มักแนะนำให้กินยาหลังอาหาร เนื่องจากการออกฤทธิ์ของตัวยา คือการสะเทิน หรือทำปฏิกิริยากับกรดในกระเพาะอาหาร ซึ่งจะหลั่งออกมามากหลังจากการกินอาหารเข้าไปกระตุ้น

ยาลดกรดชนิดเม็ด (ยาเม็ด-Tablet) / (ยาเคี้ยว-Chewable tablet)

วิธีใช้: เคี้ยวยาให้ละเอียดก่อนกลืน* และดื่มน้ำตามมาก ๆ กินหลังอาหาร 1 ชั่วโมง วันละ 3-4 ครั้ง หรือเมื่อมีอาการ และซ้ำได้ทุก 2-4 ชั่วโมง

ขนาดใช้: ผู้ใหญ่ กินครั้งละ 1-2 เม็ด เด็กอายุ 4-7 ปี กินครั้งละ 1 เม็ด

คำเตือน: เช่นเดียวกับยาลดกรดชนิดน้ำ

*หากผู้ป่วยกรดไหลย้อน ไม่ชอบเคี้ยวเม็ดยาก่อนกลืน สามารถเลือกใช้ ยาลดกรดยี่ห้อ เครมิล (Kremil) ไม่ต้องเคี้ยว

ยาลดกรดชนิดน้ำ (Suspension)

สรรพคุณ: ใช้แก้โรคกระเพาะ, แก้อาการปวดแสบท้องเวลาหิวจัดหรืออิ่มจัด, แก้ท้องอืด, ท้องเฟ้อ, เรอเหม็นเปรี้ยว

วิธีใช้: เขย่าขวดก่อนใช้. กินหลังอาหาร 1 ชั่วโมง วันละ 3-4 ครั้ง หรือกินเมื่อมีอาการ และซ้ำได้ทุก 2-4 ชั่วโมง

ขนาดใช้: ผู้ใหญ่ กินครั้งละ 1-2 ช้อนโต๊ะ เด็กอายุ 7-12 ปี กินครั้งละครึ่งช้อนโต๊ะ 4-7 ปี กินครั้งละ 1-2 ช้อนชา

ผลข้างเคียงของยาลดกรด (Antacid)

  • ยาลดกรดแบบที่มีแมกนีเซียมอย่างเดียว (เช่น แมกนีเซียมไฮดรอกไซด์) อาจทำให้ท้องร่วง
  • ยาลดกรดแบบที่มีแคลเซียม หรืออะลูมิเนียมเท่านั้น อาจทำให้ท้องผูก (และในระยะยาวแม้มีน้อย อาจก่อนิ่วไต)

ในปัจจุบัน มียาลดกรดแบบสูตรผสมกันระหว่างแมกนีเซียม (Magnesium Carbonate) และอะลูมิเนียม (Aluminium Hydroxide) ออกฤทธิ์เฉพาะที่กระเพาะอาหารจึงไม่รบกวนสมดุลกรด-ด่างในร่างกาย ดังนั้นเมื่อใช้เป็นสูตรผสมรับประทานร่วมกัน จึงมีผลต่อระบบขับถ่ายน้อย ไม่ทำให้ท้องผูก ท้องร่วง ยาในกลุ่มนี้เช่น เครมิล (Kremil)

ควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรถ้าต้องทานยาลดกรดเป็นประจำและมีเหตุดังต่อไปนี้ คือ

  • มีโรคไต ความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ
  • ทานอาหารมีเกลือน้อยอยู่
  • ทานแคลเซียมเพิ่มอยู่แล้ว

ควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกร ก่อนการใช้ยาลดกรดในหญิงตั้งครรภ์ (หรือระหว่างให้นมบุตร) และในวัยเด็ก รวมถึงผู้สูงวัย

หากมีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารดังต่อไปนี้ ควรเข้าพบแพทย์

ยาลดกรดไม่สามารถช่วยรักษาไส้ติ่งอักเสบ นิ่วถุงน้ำดี และปัญหาลำไส้ต่าง ๆ ได้ และควรปรึกษาแพทย์เมื่อมีอาการต่าง ๆ ต่อไปนี้ คือ

  • เจ็บปวด หรือมีอาการอื่น ๆ ที่ไม่ดีขึ้นเมื่อใช้ยาลดกรดแล้ว
  • มีอาการทุกวัน หรือตอนกลางคืน
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • มีเลือดในอุจจาระหรืออุจจาระมีสีเข้ม
  • ปวดท้องด้านล่าง ปวดสีข้าง ปวดหลัง
  • ท้องร่วงอย่างรุนแรง หรือไม่หาย
  • มีไข้เมื่อปวดท้อง
  • ปวดเจ็บหน้าอก หรือหายใจไม่ออก
  • กลืนลำบาก
  • น้ำหนักลดโดยไม่มีสาเหตุ

อ้างอิง : 1. bangkokhospital 2. หมอชาวบ้าน 3. th.wikipedia 4. haamor

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...