การปรับห่วงโซ่อุปทานใหม่...กระทบธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์อย่างไร?
ประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ชั้นนำทั่วโลก โดยที่เห็นชัดเจนคือ การเร่งปรับฐานการผลิตเพื่อลดการพึ่งพาจีนของกลุ่มพันธมิตรสหรัฐฯ ผ่านการออกกฎหมายและมาตรการต่างๆ เพื่อให้เกิดการลงทุนในประเทศตน ตลอดจนการหาแนวร่วมในการดำเนินนโยบายควบคุมการส่งออก (Export Controls) จนนำมาสู่สัญญาณการหดตัวลงของยอดนำเข้าของจีนในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จากสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเนเธอร์แลนด์ ตั้งแต่ปลายปี 65 ต่อเนื่องถึงช่วง 2 เดือนแรกปี 66
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า มีความเป็นไปได้ที่กลุ่มพันธมิตรสหรัฐฯ จะยกระดับมาตรการสกัดกั้นการพัฒนาเทคโนโลยีไฮเทคของจีนเพิ่มเติมอีก ซึ่งน่าจะยิ่งเร่งให้เกิดการปรับห่วงโซ่อุปทานใหม่ที่กระจายตัวไปยังแต่ละภูมิภาคของโลก ขณะที่ดอกผลของการสร้างฐานผลิตใหม่ต้องใช้เวลา แม้จะมีมาตรการสนับสนุนการลงทุนบางส่วน ดังนั้น บริษัทอิเล็กทรอนิกส์โลก รวมถึงไทย จึงมีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนที่สูงขึ้น มาร์จิ้นบางลง หรือผู้บริโภคอาจเผชิญความท้าทายด้านราคาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่แพงขึ้น
สำหรับประเทศไทย น่าจะได้รับอานิสงส์การลงทุนบางส่วนจากการปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อิเล็กทรอนิกส์ใหม่ โดยเฉพาะด้านการประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ซับซ้อน โดยการลงทุนน่าจะเติบโตในอุตสาหกรรมผลิตสินค้าขั้นปลายอย่างรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าบางรายการ อย่างไรก็ตาม ไทยยังต้องเผชิญการแข่งขันกับมาเลเซีย เวียดนาม และอินเดีย ซึ่งมีบทบาทคล้ายคลึงกับไทย โดยแม้ไทยจะมีจุดเด่นที่ไม่เป็นรอง เช่น การมีสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนและการวางตัวเป็นกลางในประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ แต่ไทยก็ยังต้องเผชิญประเด็นท้าทาย โดยเฉพาะเวียดนามและอินเดียที่มีความได้เปรียบด้านต้นทุนแรงงานในการประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ซับซ้อน ขณะที่มาเลเซียก็มีความได้เปรียบด้านบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการประกอบชิ้นส่วนซับซ้อนและไฮเทค ทำให้โดยภาพรวมแล้ว ผลบวกต่อการลงทุนในไทยอาจน้อยกว่ากลุ่มประเทศดังกล่าว
Clickชมคลิป การปรับห่วงโซ่อุปทานใหม่…กระทบธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์อย่างไร?