โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เช็กด่วน! ‘เล็บเหลือง’ บอกโรคร้าย แต่ไม่ใช่เรื่องยาก หากดูแล

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 18 ธ.ค. 2564 เวลา 16.59 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2564 เวลา 09.59 น. • Bright Today

‘เล็บเหลือง’ อาจเป็นเรื่องกวนใจของคนรักเล็บที่พบได้บ่อย นอกจากทำให้เล็บดูไม่น่ามองแล้ว บางครั้งก็อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ได้ ดังนั้น การรู้สาเหตุและหมั่นสังเกตความผิดปกติจะช่วยให้เล็บมีสุขภาพดี และลดความเสี่ยงของอาการเล็บเหลืองได้ตั้งแต่ต้นเหตุด้วย

เล็บที่มีสุขภาพดีควรมีสีเล็บสม่ำเสมอ พื้นผิวเรียบ ไม่มีร่องรอยใด ๆ บนเล็บ เช่น รอยแตก รอยหยัก หรือรูปร่างผิดปกติ เป็นต้น แต่ถ้าหากเล็บของคุณ ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลือง และมีความหนาขึ้น นอกจากนี้ยังมีอาการหนังกำพร้าหลุด เล็บมีรูปร่างโค้ง งอ หยุดการเจริญเติบโต และเล็บค่อย ๆ หลุดออก เสี่ยงต่อการติดเชื้อมากขึ้นบริเวณเนื้อเยื่ออ่อนของเล็บ เป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ยากกับคนที่มีสุขภาพแข็งแรง ส่วนใหญ่มักเกิดกับคนที่อายุมาก คนที่ขาดวิตามินอี และมีโรคร้ายแรง หากมีอาการเล็บเหลือง และมีอาการป่วยอื่น ๆ เช่นอาการขาบวม แขนบวมร่วมด้วยควรรีบไปพบแพทย์

โดยสาเหตุที่ทำให้เล็บเหลืองซึ่งพบได้บ่อย มีดังนี้

  • ยาทาเล็บไม่มีคุณภาพ การใช้ยาทาเล็บคุณภาพต่ำที่มีส่วนผสมของเม็ดสีหรือสารเคมีอันตราย จะทำให้สารเหล่านั้นซึมผ่านเข้าไปในเล็บและเป็นต้นเหตุทำให้เล็บเหลือง โดยเฉพาะยาทาเล็บสีเข้ม เช่น สีแดง หรือสีส้ม เป็นต้น อีกทั้งอาจส่งผลให้ยีสต์ แบคทีเรีย และเชื้อราเจริญเติบโตใต้แผ่นเล็บจนนำไปสู่ปัญหาระยะยาวได้ จึงไม่ใช่เรื่องที่ดีหากทาเล็บติดต่อกันเป็นเวลานานโดยไม่พักเล็บบ้าง คนที่มีปัญหาเล็บเหลืองจากสาเหตุนี้อาจสังเกตได้ว่าเล็บที่งอกยาวขึ้นมาใหม่ควรมีสุขภาพดี สีเล็บใส แต่ถ้าสีเล็บยังคงเหลืองเช่นเดิม อาจเป็นสัญญาณเตือนให้รีบไปพบแพทย์
  • มีอายุเพิ่มมากขึ้น เล็บของคนเรามีแนวโน้มจะเปลี่ยนแปลงไปตามอายุที่เพิ่มมากขึ้นเช่นเดียวกับร่างกายส่วนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นสี ความหนา หรือรูปร่างของเล็บ ผู้สูงอายุจึงเป็นวัยที่มีแนวโน้มจะมีเล็บเหลืองตามธรรมชาติได้มากกว่าวัยอื่น
  • การเจ็บป่วย บางคนอาจมีเล็บเหลืองได้จากความผิดปกติของร่างกาย หรือเป็นผลจากการรักษาอาการเจ็บป่วย เช่น การติดเชื้อราที่เล็บ โรคเบาหวาน โรคสะเก็ดเงิน โรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ โรคมะเร็งผิวหนัง เป็นต้น อีกทั้งยังพบได้ในผู้ที่มีกลุ่มอาการเล็บสีเหลือง (Yellow Nail Syndrome) ซึ่งเป็นความผิดปกติที่กระทบต่อเล็บ ระบบน้ำเหลือง และระบบทางเดินหายใจ แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมาก

เล็บเหลือง กับอาการผิดปกติที่ควรไปพบแพทย์

การเปลี่ยนแปลงบางอย่างของเล็บอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความผิดปกติในร่างกาย จึงควรไปพบแพทย์หากพบว่าเล็บเปลี่ยนสีโดยไม่มีสาเหตุ มีรอยดำคล้ำหรือรอยสีขาวเกิดขึ้นบนเล็บ ซึ่งอาจมีลักษณะเป็นเส้น ๆ ลักษณะของเล็บเปลี่ยนแปลงไป โดยหนาขึ้นหรือบางลง เปราะและหักง่ายกว่าปกติ หลุดร่อน เล็บแยกออกจากเนื้อ มีอาการบวมแดง มีเลือดออก หรือปวดรอบเล็บ

วิธีป้องกันเล็บเหลือง

การป้องกันเล็บเหลืองอาจทำได้เพียงบางส่วน เพราะปัญหานี้เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุและมีโอกาสเกิดซ้ำได้เสมอ แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการดูแลสุขอนามัยของมือและเล็บ ตามคำแนะนำดังต่อไปนี้

  • หลีกเลี่ยงการทาเล็บติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการทาเล็บสีเข้ม ไม่ควรปล่อยสีทาเล็บไว้บนเล็บนาน หรืออาจหยุดพักการทาเล็บบ้างอย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • ใช้ยาล้างเล็บที่ไม่มีส่วนประกอบของอะซีโตน (Acetone) และไม่ใช้ยาล้างเล็บบ่อยเกิน 1 ครั้งต่อสัปดาห์
  • ทาครีมบำรุงนิ้วและเล็บเป็นประจำ
  • ตัดเล็บเป็นประจำ โดยตัดให้สั้นพอประมาณ ไม่ควรตัดเซาะบริเวณจมูกเล็บ และอาจเลือกตัดเล็บในช่วงหลังการอาบน้ำ เพราะเล็บจะอ่อนนุ่มและทำให้ตัดเล็บได้ง่ายขึ้น
  • ทำความสะอาดกรรไกรตัดเล็บหรืออุปกรณ์ดูแลเล็บเป็นประจำ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค
  • ดูแลนิ้วและเล็บให้แห้งและสะอาดอยู่เสมอ
  • ล้างมือให้สะอาดก่อนทำความสะอาดเล็บด้วยแปรงที่มีขนอ่อนนุ่ม โดยขัดเบา ๆ บริเวณรอบเล็บ และควรทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
  • หากเล็บเกิดการฉีกขาดหรือได้รับบาดเจ็บ ควรตัดเล็บให้เรียบร้อย เพื่อให้เล็บใหม่งอกยาวขึ้นมาได้ตามปกติ
  • หากต้องการไปทำเล็บตามร้าน ควรเลือกร้านทำเล็บที่มีมาตรฐาน มีอุปกรณ์และสีทาเล็บที่ได้คุณภาพ มีการดูแลเครื่องมือทำเล็บให้สะอาดอยู่เสมอ
  • หมั่นสังเกตความผิดปกติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเล็บอย่างสม่ำเสมอ และไปพบแพทย์เมื่อพบความผิดปกติ
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...