โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

MST คาดปี 65 รักษามาร์เก็ตแชร์ 5-5.5%ใกล้เคียงปีนี้ ให้เป้า SET อยู่ที่ 1,750 จุด

Moneyclub

เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2564 เวลา 02.07 น. • Money Club Asia

นางสาวอารียา กาญจนบัตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST เปิดเผยว่า บริษัทคาดส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) ในธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ปี 65 ของ MST จะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 5-5.5% ใกล้เคียงกับปัจจุบัน

โดยในช่วง 9 เดือนของปี 64 ตลาดหลักทรัพย์ของไทยมีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่ 89,578 ล้านบาท/วัน โดยเป็นการซื้อขายของนักลงทุนบุคคลที่ 45,600 ล้านบาท/วัน โดยสัดส่วนของนักลงทุนบุคคลเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 48% ขณะที่ลูกค้าหลักของบริษัทคือนักลงทุนบุคคล จึงช่วยสนับสนุนทิศทางผลการดำเนินงานของบริษัทด้วย

นางสาวเนธิตา กระบวนรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่าย Institutional Sales เปิดเผยว่า MST มองเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทยในปี 65 อยู่ที่ 1,750 จุด โดยมี EPS ที่ 94.2 บาท/หุ้น ระดับ P/E ที่ 18.6 เท่า บนสมมติฐานว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยจะอยู่ที่ราว 4% ค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นเป็น 31.70 บาท/ดอลลาร์ จากเฉลี่ย 33.00 บาท/ดอลลาร์ในปี 64 พร้อมคาดว่าจะคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ตลอดทั้งปี

เศรษฐกิจไทยจะได้รับปัจจัยหนุนจากการบริโภคภายในประเทศที่มีโอกาสเร่งตัวขึ้นเร็วกว่าคาด หลังจากที่ได้มีการผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง (Lockdown) แม้ว่าจะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่แต่ก็เชื่อว่าจะไม่รุนแรงมากเหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ด้านการส่งออกฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ไตรมาส 4/64 ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก และประเทศไทยได้ขยายตลาดการส่งออกใหม่ๆ มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการส่งออกจะเป็นปัจจัยสำคัญหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปี 65

สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว MST มองว่าได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยในปีหน้าคาดว่านักท่องเที่ยวจากต่างประเทศจะเข้ามาราว 6 ล้านคน โดยยังไม่รวมกับนักท่องเที่ยวจีนที่หากสามารถเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวยังประเทศไทยได้ จะเป็นส่วนเพิ่มให้ภาพรวมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวประเทศไทยมีการเติบโตขึ้นได้มากกว่าคาด

“สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยเริ่มปรับตัวดีขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา จากตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ลดลงมา และการกระจายการฉีดวัคซีนเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และเริ่มมีกระจายวัคซีนแข็ม 2-3 มากขึ้น แม้ว่าจะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจะไม่น่ากลัวเหมือนกับสายพันธุ์เดลต้า และอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้” นางสาวเนธิตา กล่าว

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง : บมจ.เมย์แบงก์ , บล.เมย์แบงก์ หวั่น Omicron สายพันธุ์ใหม่ Downside Risk ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...