โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไม "อนุทิน" วิตกว่า "คนไทย" เที่ยงต่างแดน เสี่ยงเจอตรวจเข้ม-ยากลำบาก หากแก้ปัญหายาเสพติดไม่ได้

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรียกประชุมด่วนคณะกรรมการ ป.ป.ส. และหน่วยงานความมั่นคง สั่ง

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.40 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นัดแรกของรัฐบาลชุดนี้ โดยได้กำหนดนโยบายให้มีการประชุมติดตามงานอย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง เพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศ

เพื่อความชัดเจน สามารถสรุปสาระสำคัญจากการประชุมและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นออกเป็น 4 ประเด็นหลัก ดังนี้

การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อติดตามสถานการณ์และทบทวนมาตรการป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดจากไทยไปยังประเทศออสเตรเลีย โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ได้แก่

  • หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงทั้ง 4 เหล่าทัพ

  • กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม

  • กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข

  • กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

สถิติที่น่าตกใจและคดี 'แอร์โฮสเตส' รับหิ้วของ

ชนวนสำคัญของการประชุมครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากกรณีที่แอร์โฮสเตสชาวไทยถูกจับกุมที่สนามบินเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย พร้อมของกลางเป็นเฮโรอีนมูลค่ากว่า 11 ล้านบาท ซึ่งจากการสืบสวนพบว่า:

  • ผู้ต้องหารับงานผ่านกลุ่ม "รับหิ้วสินค้า" ในโซเชียลมีเดีย จากบัญชีอวตารที่ใช้ชื่อว่า “โรส” โดยได้รับค่าจ้างเพียง 8,800 บาท

  • รายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติออสเตรเลีย (AFP) และกองกำลังพิทักษ์ชายแดนออสเตรเลีย (ABF) ระบุว่า ในช่วงครึ่งปีแรก (มกราคม - มิถุนายน 2569) มีการยึดเฮโรอีนและไอซ์จากผู้ต้องหา 10 คน ที่สนามบินซิดนีย์ เพิร์ท และเมลเบิร์น

  • มีผู้เดินทางจากไทยถูกตั้งข้อหาคดีลักลอบนำเข้ายาเสพติดเชิงพาณิชย์แล้วอย่างน้อย 6 คดี โดยยึดยาเสพติดรวมได้กว่า 82 กิโลกรัม

ขณะนี้ ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยกำลังเร่งสืบสวนขยายผล ตรวจสอบเส้นทางพัสดุ ผู้ส่งของ และประวัติการแชท เพื่อประสานงานกับตำรวจออสเตรเลียในการทลายเครือข่ายข้ามชาติกลุ่มนี้

สั่ง 'ยกเครื่อง' มาตรการสนามบินอุดช่องโหว่

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายกรัฐมนตรีได้สั่งการอย่างเด็ดขาดให้มีการ "ยกเครื่อง" มาตรการรักษาความปลอดภัยและการตรวจสอบที่สนามบินทุกแห่งอย่างเร่งด่วน เพื่ออุดช่องโหว่ไม่ให้กลุ่มมิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางในการลักลอบขนยาเสพติดออกนอกประเทศได้อีก

ผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศและคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ

นายอนุทินได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งว่า เหตุการณ์เหล่านี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อชื่อเสียงของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในจังหวะที่ไทยกำลังพิจารณาเข้าร่วมองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD)

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ระบุถึงสาเหตุสำคัญที่อาจทำให้ผู้โดยสารชาวไทยต้องเผชิญกับความยากลำบากในการเดินทางว่า

"หากเราไม่เร่งอุดช่องโหว่ และปล่อยให้มีสถิติการจับกุมผู้ลักลอบขนยาเสพติดจากไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่นานาชาติจะเพ่งเล็งและเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นผู้โดยสารที่เดินทางจากประเทศไทย ซึ่งผลกระทบทั้งหมดจะตกอยู่กับคนไทยที่เดินทางโดยสุจริต ทั้งนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจ ที่ต้องมารับเคราะห์ เสี่ยงถูกตรวจเข้ม และเผชิญกับความยากลำบากในการเดินทางเข้าประเทศอื่นๆ"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...