นายกฯ คิกออฟ ‘สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง’ พร้อมโชว์ขับรถแทรกเตอร์
'นายกฯอนุทิน' เปิดโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง ลดต้นทุนการผลิต วงเงินกู้เกษตรกรรายละไม่เกิน 1 แสนบาท ย้ำรัฐมุ่งช่วยคนไทย ก่อนโชว์ขับรถแทรกเตอร์ไฟฟ้า
3 ก.ค. 2569 - เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. พระนศรศรีอยุธยา จำกัด อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานเปิดตัวโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งเพื่อลดต้นทุนการผลิต ดำเนินการโดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กระทรวงการคลัง
โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง และประธานกรรมการ ธ.ก.ส. เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์การจัดงาน และมี นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเกษตรกร เข้าร่วม
นายอนุทิน กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า วันนี้พวกเรามาเพื่อนำโครงการที่จะลดภาระในการดำรงชีวิตของพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในเรื่องของด้านการเกษตร วันนี้ได้เปิดตัวโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่งเพื่อลดต้นทุนการผลิตเกษตรกรรม เรามาเปิดโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิต พูดง่าย ๆ คือ วันนี้เราหาสินเชื่อมาให้พี่น้องได้ไปใช้ในการไปปลูกข้าว ไปทำเกษตรกรรม ถ้าเป็นชาวนาใช้ปุ๋ย ก็ต้องกู้ ธ.ก.ส. มาซื้อปุ๋ย โดยโครงการนี้ดอกเบี้ย 6% ก็เท่ากับพี่น้องออก 3% แล้วก็รัฐออก 3% โดยมุ่งหวังต้นทุนการผลิตลดลง ผลผลิตได้มากขึ้น เพื่อที่จะทำให้รายได้เพิ่มมากขึ้น รัฐบาลจึงมีมาตรการอยู่เช่นนี้ ซึ่งไม่ใช่เพียงการกู้เงินเท่านั้น แต่เป็นการสร้างโอกาสให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงเงินทุนที่มีดอกเบี้ยต่ำ มีเงินไปซื้อปัจจัยการผลิตที่มีคุณภาพ สามารถลดต้นทุนได้
นอกจากนี้เราร่วมกันกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้พี่น้องได้เข้าอบรมพัฒนาทักษะ เสริมความรู้ด้านการบริหารจัดการต้นทุน ต้องให้ความรู้ในการที่จะทำให้พี่น้องได้บริหารต้นทุนให้ดี แล้วก็สามารถทำปัจจัยการผลิตที่เอามาทำให้ผลผลิตทางการเกษตรมีคุณภาพสูงมากขึ้น ขายได้ราคาดีขึ้น มีช่องทางการขายมากขึ้น และเรายังสนับสนุนการติดตามและส่งเสริมความร่วมมือในการยกระดับภาคการเกษตรด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรมเพื่อพัฒนาผลผลิตด้วย
"สิ่งเหล่านี้ก็ทำให้พี่น้องเกษตรกรสามารถลดต้นทุนเพื่อเพิ่มรายได้ เพราะเราต้องทำให้พี่น้องเกษตรกรทั้งหลายมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รัฐบาลต้องวางรากฐานให้ภาคเกษตรกรของไทยเข้มแข็งในระยะยาว สอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจที่เราจะไม่เอาแต่แจกปลาให้กับพี่น้องประชาชน แต่จะให้ไปตกปลาที่จะทำให้พี่น้องสามารถบริหารจัดการรายได้ของตัวเอง โอกาสของตัวเองได้มากขึ้น และหวังว่าจะสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศ ไม่ได้ทำเฉพาะในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพราะรัฐบาลไม่ได้มองว่ามันเป็นการช่วยเหลือเพราะพี่น้องต้องการความช่วยเหลือ แต่รัฐบาลต้องวางโครงสร้างพื้นฐาน อย่างการแก้สภาพน้ำท่วม รัฐบาลเร่งดำเนินการ เช่น การสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งที่อำเภอเสวนา เป็นต้น และปีหลังๆภัยเยอะขึ้น ต้องเพิ่มเงินเยียวยา ปีหนึ่งก็ใช้เงินประมาณเฉลี่ย 50,000 ล้าน 6 ปี 300,000 ล้าน ซึ่งเมื่อเราทำโครงการผันน้ำ อย่างเช่น เอาง่าย ๆ ที่มีอยู่ในโครงการอยู่แล้ว ใช้เงินหลัก 1,000 ล้านบาท" นายอนุทิน ระบุ
นายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้ในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กรมชลประทานก็มีโครงการอยู่ 7 โครงการ กำลังก่อสร้างอยู่ ก็หวังว่าเมื่อโครงการเหล่านี้เสร็จ สิ่งที่เคยเกิดขึ้นมันก็จะทุเลาลง แต่น้ำจะไม่ท่วมเลยเป็นไปไม่ได้ เราสู้ธรรมชาติไม่ได้ แต่เราสามารถที่จะบริหารจัดการน้ำท่วมในอนาคต ช่วงน้ำท่วม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็จะต้องมีวิธีการมา ทำให้พี่น้องสามารถสร้างรายได้จากน้ำที่ขังอยู่ เช่น ช่วงปกติเราก็ทำนาปลูกข้าว ปลูกพืช เวลามีน้ำท่วม ก็หาปลาดี ๆ มาเลี้ยง ซึ่งต้องถือว่าเป็นโอกาสของเราเหมือนกัน เพราะประเทศที่สู้รบกันส่วนใหญ่เป็นประเทศที่มีน้ำมัน เป็นประเทศที่มีพลังงาน แต่เป็นประเทศที่ผลิตอาหารไม่ค่อยได้ แต่ประเทศไทย เรามีอาหารไปขายให้กับเขา ขายได้ราคาที่ดีด้วย สามารถทำให้ประเทศไทยเรามีจุดที่เราสามารถต่อรองกับเขาได้ เราก็ต้องหาจุดที่เราแข็งแรง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับเรา แล้วก็สร้างรายได้ให้พี่น้องประชาชน นี่คือสิ่งที่รัฐบาลจะดำเนินงาน เพราะฉะนั้นเมื่อเรามาเห็นสภาพปุ๊บ เราก็ต้องเร่งแก้ไขผลักดันสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และจังหวัดใกล้เคียง
นายอนุทิน กล่าวถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัสด้วยว่า ไม่ได้เป็นการแจกเงิน แต่เป็นการร่วมกันกระตุ้นให้เศรษฐกิจได้ขยายตัวขึ้น เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมา คือ เกิดการจับจ่ายใช้สอยอย่างมากมาย ขายของได้มากขึ้น อานุสงค์ที่เราใช้คำว่าไทยช่วยไทยพลัส มันไม่ใช่แค่รัฐบาลเติมเงินให้ แต่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขายได้มากขึ้น เพราะซื้อมากขึ้น ถือว่าเป็นการช่วยเหลือคนไทยซึ่งกันและกัน ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการทำให้เศรษฐกิจขยายตัว เศรษฐกิจแข็งแรง มีเงินหมุนในระบบเพิ่มมากขึ้น เท่าที่ความสามารถของรัฐบาลมี ไม่เป็นการแบกภาระมากจนเกินไป และเมื่อรัฐบาลเป็นคนกู้ รัฐบาลก็จะต้องรับผิดชอบ และสร้างโอกาสให้พี่น้องประชาชน เราจะทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน
จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้กดปุ่มเปิดโครงการ “สินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง“ เพื่อลดต้นทุนการผลิตอย่างเป็นทางการ และได้ร่วมถ่ายภาพกับพี่น้องเกษตรกรผู้เข้าร่วมงาน ก่อนเยี่ยมชมการสาธิตการใช้โดรนเพื่อการเกษตร พร้อมทดลองขับรถแทรกเตอร์ไฟฟ้าฝีมือคนไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการ ธ.ก.ส. มีมติเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2569 เห็นชอบให้ ธ.ก.ส. ดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงิน 30,000 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 3 ปี ตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล เพื่อยกระดับศักยภาพภาคการเกษตรในการเปลี่ยนผ่านจากเกษตรดั้งเดิมไปสู่ "เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน" ควบคู่กับการลดต้นทุนการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่อุปทาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทย ผ่านการสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้เกษตรกรในการจัดซื้อปัจจัยการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพทางการเกษตรอย่างยั่งยืน โดยกำหนดวงเงินกู้รายละไม่เกิน 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 6 ต่อปี ซึ่งรัฐบาลสนับสนุนชดเชยดอกเบี้ยให้เกษตรกร ร้อยละ 3 ต่อปี ทำให้เกษตรกรรับภาระดอกเบี้ย เพียงร้อยละ 3 ต่อปี ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด.