วีซ่าญี่ปุ่น 2026 อัปเดตปรับราคาใหม่ 5 เท่า! ควรปรับตัวอย่างไร? เช็กค่าธรรมเนียมล่าสุดและวิธีรับมือที่นี่
วีซ่าญี่ปุ่น 2026 มีการปรับครั้งใหญ่! เมื่อรัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศมาตรการสำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อผู้เดินทางชาวต่างชาติที่จำเป็นต้องขอวีซ่าเข้าประเทศ โดยมีการอนุมัติปรับแก้ไขข้อบังคับคณะรัฐมนตรีเพื่อปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการออกวีซ่าอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป จากการรายงานข่าวของ Japan Times โดยการปรับราคาในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบครึ่งศตวรรษ นับตั้งแต่การปรับเปลี่ยนครั้งล่าสุดเมื่อปี พ.ศ. 2521 หรือเมื่อ 48 ปีที่แล้ว
Related articles
เที่ยวสเปน 2026 ต้องแสดงหลักฐานการเงินขั้นต่ำเท่าไหร่?” อัปเดตด่วน!
ภาษีที่พักญี่ปุ่น 2569 แต่ละจังหวัดเก็บไม่เท่ากัน วางแผนเที่ยวยังไงไม่ให้งบบาน
ส่องราคาใหม่ วีซ่าทั่วไปพุ่งสูงขึ้น 5 เท่า
ภายใต้มาตรการใหม่นี้ อัตราค่าธรรมเนียมจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด โดยค่าธรรมเนียมสำหรับวีซ่าประเภทเดินทางเข้าประเทศครั้งเดียว (Single-entry visa) จะปรับเพิ่มขึ้นจากเดิม 3,000 เยน เป็น 15,000 เยน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 3,400 บาท ขณะที่วีซ่าประเภทเดินทางเข้าประเทศได้หลายครั้ง (Multiple-entry visa) จะปรับเพิ่มขึ้นจากเดิม 6,000 เยน เป็น 30,000 เยน หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 6,800 บาท ซึ่งการปรับขึ้นราคาในทุกประเภทวีซ่านั้นคิดเป็นสัดส่วนที่สูงขึ้นถึง 5 เท่าจากอัตราปัจจุบัน
เหตุผลเบื้องหลังและการปรับเปลี่ยนเพดานค่าพำนักระยะยาวของ วีซ่าญี่ปุ่น 2026
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นเปิดเผยว่า อัตราค่าธรรมเนียมเดิมถูกใช้มาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2521 การปรับเปลี่ยนในครั้งนี้จึงเป็นไปเพื่อให้สะท้อนถึงภาวะเงินเฟ้อรวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดขึ้นตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา นอกเหนือจากค่าธรรมเนียมวีซ่าท่องเที่ยวและวีซ่าระยะสั้นแล้ว รัฐบาลญี่ปุ่นยังได้ผ่านกฎหมายปรับขึ้นเพดานค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการพำนักในประเทศสำหรับชาวต่างชาติด้วย ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมการขอเปลี่ยนสถานะการพำนัก การต่ออายุวีซ่า รวมถึงการยื่นขออนุญาตพำนักถาวร (Permanent Residency) ซึ่งจะปรับเพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
แนวทางการใช้วัตถุประสงค์รายได้ และผลกระทบต่อการท่องเที่ยว
สำหรับวัตถุประสงค์ในการจัดเก็บรายได้ที่เพิ่มขึ้นนี้ ทางรัฐบาลญี่ปุ่นระบุว่าจะนำไปใช้เป็นงบประมาณสนับสนุนด้านการบริหารจัดการประชากรชาวต่างชาติในประเทศที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่น การขยายหลักสูตรการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่น และการเพิ่มความเข้มงวดในมาตรการป้องกันผู้ลักลอบอยู่เกินกำหนดวีซ่า อย่างไรก็ตาม ทางการญี่ปุ่นประเมินว่าการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมในครั้งนี้ได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว และคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบในเชิงลบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในระยะสั้น
สิ่งที่นักท่องเที่ยวชาวไทยและผู้พำนักระยะยาวควรรู้กับ วีซ่าญี่ปุ่น 2026
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวหรือทำธุรกิจไม่เกิน 15 วัน สบายใจได้เลยว่าไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ และสามารถเดินทางได้ตามปกติ เนื่องจากประเทศไทยยังคงได้รับการยกเว้นวีซ่าท่องเที่ยวญี่ปุ่น (Visa Exemption) แต่สิ่งสำคัญคือต้องวางแผน และบริหารเวลาการเดินทางให้อยู่ภายในกรอบ 15 วันอย่างเคร่งครัด เพราะหากจำเป็นต้องอยู่เกินแม้เพียงวันเดียวจนต้องยื่นขอวีซ่า คุณจะต้องเข้าสู่ระบบการจ่ายค่าธรรมเนียมในอัตราใหม่ทันที ส่วนกลุ่มนักธุรกิจที่จำเป็นต้องเข้าออกญี่ปุ่นบ่อยครั้ง และอยู่นานเกินกว่ากำหนด การหันมาสมัครและใช้บัตรเดินทางสำหรับนักธุรกิจเอเปค หรือ APEC Business Travel Card (ABTC) จะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าในระยะยาว เพราะช่วยให้เข้าประเทศญี่ปุ่นเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าตลอดอายุบัตร
ในส่วนของกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างนักเรียน นักศึกษา และคนทำงานที่ต้องเดินทางไปพำนักระยะยาว หากมีกำหนดการเดินทางในช่วงกลางปีนี้และได้รับเอกสารรับรองการพำนัก (COE) เรียบร้อยแล้ว ควรรีบดำเนินการยื่นขอวีซ่ากับศูนย์ JVAC ให้เสร็จสิ้นก่อนวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 เพื่อจะได้จ่ายค่าธรรมเนียมในอัตราเดิม แต่หากยื่นไม่ทันหรือมีแผนเดินทางหลังจากนั้น จำเป็นต้องเตรียมสำรองงบประมาณเพิ่มขึ้นอีก 5 เท่าตัว โดยมีราคาประมาณ 3,400 บาท สำหรับ Single-entry และ 6,800 บาท สำหรับ Multiple-entry ยังไม่รวมค่าบริการศูนย์ยื่น สำหรับผู้ที่พำนักและทำงานอยู่ในญี่ปุ่นอยู่แล้ว ซึ่งต้องเผชิญกับการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการต่ออายุวีซ่า ณ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองญี่ปุ่นเช่นกัน แนะนำให้เตรียมเอกสารหลักฐานให้แน่นหนาที่สุดในการยื่นขอต่ออายุครั้งถัดไป เพื่อลุ้นขออนุมัติระยะเวลาพำนักที่ยาวขึ้น เช่น แบบ 3 ปี หรือ 5 ปี แทนการต่อแบบปีต่อปี ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าธรรมเนียมและลดภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นได้ดีที่สุด
This story was originally published on Travel + Leisure Southeast Asia
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Hero & Featured Photo Credit: Liuuu _61 via Pexels
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.