โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

SACIT ผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เปิดภารกิจสืบสาน-ต่อยอดทุนวัฒนธรรมสร้างรายได้ชุมชน

Thairath Money

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

นายอนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT ให้สัมภาษณ์ “ไทยรัฐ” ถึงการส่งเสริม และผลักดันงานศิลปหัตถกรรมไทยว่า SACIT หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์ ทำหน้าที่เสมือน “นักปั้น” หรือส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทยอย่างครบวงจร โดยมุ่งพัฒนาผู้ประกอบการตั้งแต่ “ต้นน้ำถึงปลายน้ำ” เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ โดยใช้ทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าและภาพลักษณ์ให้กับประเทศ

สืบสานส่งเสริม “หัตถศิลป์ไทย”

สำหรับการดำเนินงานมุ่งเน้น 3 มิติ ได้แก่ สืบสาน : คุณค่าภูมิปัญญาดั้งเดิมจากครูศิลป์สู่คนรุ่นใหม่ สร้างสรรค์ : ผลิตภัณฑ์หัตถศิลป์ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมร่วมสมัย และ ส่งเสริม : เปิดโอกาสทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยมุ่งทำให้งานศิลปหัตถกรรม วิวัฒน์เข้ากับวิถีชีวิตปัจจุบัน และเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกรุ่นอายุ

ดังนั้น SACIT จึงต้องส่งเสริมให้เกิดการออกแบบร่วมกับดีไซเนอร์รุ่นใหม่ เพื่อให้งานมีความร่วมสมัย รวมถึงการทำงานข้ามความถนัดของช่าง หรือ Collaboration ระหว่างช่างมากกว่า 1 สาขา เพื่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันและการใช้งานของคนรุ่นใหม่ เพื่อให้งานหัตถกรรมไทยเข้าไปอยู่ในหัวใจของคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของกลุ่มคนทำงานหัตถกรรม

“ความสำเร็จของการทำงานแบบนี้ เห็นได้ชัดจาก งาน Crafts Bangkok ที่จัด 5 วัน และเพิ่งจบไปเมื่อเร็วๆ นี้ มีคนรุ่นใหม่และคนทุกช่วงวัยมากถึง 92,215 คน หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อนกว่า 60% เข้ามาร่วมเรียนรู้ ชื่นชม และเลือกซื้องานคราฟต์ไทยร่วมสมัยไปใช้ในชีวิตประจำวัน ยอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 80% เกือบ 200 ล้านบาท สินค้าที่ขายดี เช่น เสื้อผ้า งานหัตถกรรม งานเซรามิก อีกทั้งยังสะท้อนว่า แม้เศรษฐกิจชะลอตัว แต่ความสนใจและความรักในงานศิลปหัตถกรรมไทยยังคงอยู่ ทำให้เห็นว่า งานศิลปหัตถกรรมไทยยังคงมีความหวัง”

ชง “ผ้าไทย” ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ชาวโลก

นายอนุชา กล่าวต่อว่า นอกจากการส่งเสริมให้เกิดงานหัตถศิลป์ไทยร่วมสมัยเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่แล้ว SACIT ยังต่อยอดนำความสำเร็จในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์จากในประเทศ ไปเพิ่มมูลค่าบนเวทีโลก ผ่านนิทรรศการผ้าไทยและชุดไทยพระราชนิยม “ราชพัสตราสู่สากล La Mode en Majesté” ณ กรุงปารีส ฝรั่งเศส ภายใต้พระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา และยังเตรียมจัดงาน SACIT Symposium 2026 เพื่อยกระดับบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านงานศิลปหัตถกรรมของอาเซียน และอาเซียนพลัส

“นิทรรศการที่ฝรั่งเศส ประสบความสำเร็จมาก แต่ละวัน มีผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก ต่อแถวยาวเหยียดเพื่อเข้าชมงาน หรือแม้แต่คนไทยในประเทศต่างๆ ทั่วยุโรป ก็มาเข้าชมเช่นกัน ถือเป็นการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับชุดไทย ผ้าไทย งานหัตถศิลป์ไทยในหมู่ชาวโลกได้เป็นอย่างดี โดยนิทรรศการยังจัดอยู่ต่อเนื่อง 6 เดือนจนถึงเดือนพ.ย.นี้”

พร้อมกันนั้น จะเดินหน้าส่งเสริมและผลักดัน “ผ้าไทย” ให้ตอบโจทย์ตลาดสากลมากขึ้น ตามนโยบายกระทรวงพาณิชย์ และรัฐบาล ซึ่งปีที่ผ่านมา ร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น และบริษัท OMIYA จำกัด ผู้ผลิตชุดกิโมโนชื่อดัง ทำโครงการ “Thai Kimono Project” นำผ้าทอไทยภายใต้โครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ตามพระดำริสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ มาตัดเย็บเป็นกิโมโน ซึ่งกระแสตอบรับดีมาก ทำให้เกิดความต้องการผ้าไทยในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น ดังนั้น ในปีนี้ จะขยายผลการดำเนินงานไปยังประเทศอื่นๆ ให้มากขึ้น

ขยายตลาดส่งออกเจาะ Niche Market

สำหรับการผลักดันการส่งออกสินค้าศิลปหัตถกรรมไทยนั้น นายอนุชา กล่าวว่า เนื่องจากไม่สามารถผลิตได้จำนวนมากเหมือนสินค้าอุตสาหกรรม จึงมุ่งเน้นขายความเป็น Limited และใช้เรื่องราวของสินค้าเป็นจุดแข็งในการเข้าสู่ตลาดเฉพาะ (Niche Market) โดยปีนี้ จะเริ่มทำตลาดในตะวันออกกลาง

“SACIT สร้างมูลค่าการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยผ่านกิจกรรมต่างๆ ได้กว่า 295.92 ล้านบาท ณ วันที่ 15 มิ.ย.69 ขณะที่การส่งออกช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ อยู่ที่ 303,496.75 ล้านบาท ตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ อินเดีย สหรัฐฯ และจีน ส่วนตลาดที่เติบโตโดดเด่น ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จีน เนเธอร์แลนด์ โดยเครื่องประดับแท้ทำด้วยโลหะมีค่าอื่นๆ ที่เติบโตถึง 894.08% ตามด้วยร่ม ดอกไม้ ใบไม้ และต้นไม้ประดิษฐ์”

นอกจากนี้ ยังมี SACIT Shop ที่สนามบินสุวรรณภูมิ 2 จุด สนามบินภูเก็ต 1 จุด และที่ SACIT บางไทร พระนครศรีอยุธยาอีก 1 จุด สร้างยอดขายได้รวมกันเดือนละกว่า 3 ล้านบาท โดยมีแผนที่จะเปิด Pop Up Store อีก 1 แห่ง เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงสินค้าให้มากขึ้น

ด้านนายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า SACIT มีบทบาทสำคัญในการสืบสานและต่อยอดพระราชดำริด้านการส่งเสริมผ้าไทย และศิลปหัตถกรรมไทยให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการสร้างรายได้ให้แก่ช่างฝีมือ ผู้ประกอบการ และชุมชนทั่วประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จะสนับสนุนการดำเนินงานของ SACIT ทุกมิติ เพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนแก่ชุมชนและเศรษฐกิจไทย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : SACIT ผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เปิดภารกิจสืบสาน-ต่อยอดทุนวัฒนธรรมสร้างรายได้ชุมชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...