โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ทนาย ‘โค้ชเจมส์’ โวย ‘ดีเอสไอ’ ชิงออกหมายจับคดี Forex ทั้งที่นัดชี้แจง 24 ก.ค. ไม่ได้หลบหนี

ไทยโพสต์

อัพเดต 14 กรกฎาคม 2569 เวลา 23.45 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทนาย “โค้ชเจมส์” ร้องขอความเป็นธรรม หลังดีเอสไอชิงออกหมายจับคดี Forex ทั้งที่นัดเข้าชี้แจง 24 ก.ค. ยันลูกความบินกลับจากดูไบหลังรู้ข่าว ไม่ได้หนี-ประสานมอบตัวคาสนามบิน พร้อมสู้คดีปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา หวั่นซ้ำรอย “ดีเจแมน-ใบเตย” ยกฟ้องแต่ต้องติดคุกฟรีนับปี

14 กรกฎาคม 2569 - ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายอมร กุศล ทนายความประจำตัวของ นายธีรพงษ์ คงแก้ว หรือโค้ชเจมส์ เปิดเผยภายหลังร่วมฟังการสอบสวนปากคำคดี Forex ว่า วันนี้พนักงานสอบสวนก็ได้แจ้งข้อกล่าวหาและพฤติการณ์ทางคดี อาทิ เกี่ยวกับการกู้ยืมเงินเกินกฎหมายกำหนด การฉ้อโกงประชาชน พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 การฟอกเงิน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้ตนมองว่าไม่ควรมีการออกหมายจับเลย เพราะก่อนหน้านี้ ตนเองในฐานะทนายความได้มีหนังสือลงวันที่ 8 ก.ค.69 ส่งถึงดีเอสไอตั้งแต่ต้นแล้วว่า ในวันที่ 24 ก.ค.69 เราจะพาลูกความเข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด ซึ่งก็มีการนัดหมายกับพนักงานสอบสวนไว้เรียบร้อยแล้ว ตนจึงได้แจ้งกับลูกความไปว่าทางดีเอสไอ นัดหมายวันที่ 24 ก.ค.69 ดังกล่าวเพื่อให้นำเอกสารต่าง ๆ มาชี้แจงกับเจ้าหน้าที่

แต่ปรากฏว่า ลูกความก็ได้เตรียมเอกสารบางส่วนไว้แล้ว แต่เนื่องด้วยนัดหมายกันตั้งวันที่ 24 ก.ค.69 ลูกความจึงไปเที่ยวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (เมืองดูไบ) ทั้งนี้ ระหว่างลูกความไปเที่ยว ก็ทราบข่าวตามหน้าสื่อว่าคดี Forex จะมีการออดหมายจับ ซึ่งลูกความไม่สบายใจเลยตัดสินใจกลับไทยในวันนี้ แต่เมื่อเข้ามาถึงประเทศไทยแล้ว ก็ถูกจับกุม เพราะเพิ่งทราบว่าทางดีเอสไอได้มีการขอศาลออกหมายจับไว้

ซึ่งตนก็แปลกใจมาก ในเมื่อเรามีการยื่นหนังสือคำร้องวันที่ 8 ก.ค.69 ไว้แล้ว แต่กลับไม่มีการให้ความเป็นธรรมกับเราเลย ไม่ใช่ว่าเราไม่มีอะไรบอกกล่าว เรามีหนังสือคำร้องที่ขอทราบประเด็นการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ เพื่อที่เราจะเตรียมเอกสารเกี่ยวข้องต่าง ๆ มาชี้แจงให้ได้ครบถ้วน

ฉะนั้น สิ่งที่สังคมสื่อสารกันออกไปว่าลูกความตนหนีนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง อีกทั้งในข้อเท็จจริง ลูกความก็ได้ประสานกับดีเอสไอ เพราะทราบจากเจ้าหน้าที่ ตม. ว่ามีหมายจับ ดังนั้น เมื่อลูกความไปถึงสนามบิน ก็เลยเเจ้งมายังดีเอสไอว่ามาถึงแล้ว ให้มารับตัวได้ ซึ่งมันก็ไม่ใช่การไปจับกุมคาสนามบินตามที่มีข่าวออกไป

ทนายอมร กล่าวอีกว่า เราพร้อมที่จะสู้คดีอยู่แล้ว จึงแปลกใจว่าเหตุใดต้องรีบขอศาลออกหมายจับ เราเพียงขอเวลาเล็กน้อย เลยไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลอะไรถึงมีหมายจับมาเช่นนี้ ซึ่งความคาใจนี้ เราก็ได้สอบถามพนักงานสอบสวนแล้วว่าในเมื่อตนมีการนัดหมายส่งหนังสือประสานไปแล้วว่าในวันที่ 24 ก.ค.69 จะพาลูกความเข้าชี้แจงทุกประเด็น แต่สุดท้ายยังไม่ถึงวันนัดหมาย ยังไม่เคยให้การในฐานะพยาน ยังไม่เคยมีหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 1 แต่กลับเป็นสถานะผู้ต้องหาตามหมายจับศาล เพราะถ้าเราไม่เคยติดต่อมาเลย ไม่เคยมีหนังสือแจ้งความจำนงมาเลย ถ้าจะมีหมายจับศาล เราไม่ติด แต่อันนี้เราพร้อมสู้ตามครรลองกฎหมาย แต่กลับถูกกระทำใช้กฎหมายออกหมายจับเรา

ซึ่งดีเอสไอก็ยืนยันว่าเป็นการทำตามกฎหมายกำหนด เพราะอัตราโทษเกิน 5 ปี ก็มีสิทธิในการขอศาลออกหมายจับ และก็อ้างเรื่องการหลบหนี หรือการจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน แต่ตนก็ย้ำว่า เจตนาบริสุทธิ์ของเรามันชัดเจนอยู่แล้วว่าเราพร้อมให้คำชี้แจง ซึ่งท้ายสุดก็ยังได้คำตอบจากเจ้าหน้าที่ผู้หญิงของดีเอสไอว่าการออกหมายจับกับการจับกุมวันนี้เป็นคนละหน่วยกัน เพราะชุดทำคดีคือพนักงานสอบสวน ชุดจับกุมคือชุดสืบสวน แต่ตนก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกความ อนึ่ง ลูกความตนยืนยันปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

หากถามว่าหมายจับครั้งนี้เป็นการเร่งรัดเกินไปหรือไม่ ตนอยากให้สังเกตว่าข่าวที่ออกมา ตอนแรกเป็นแค่ผู้ต้องสงสัย สังคมก็ตีความว่าเกิดอะไรขึ้น เหตุใดจึงทำแบบนี้ ตนก็คิดเองว่าอาจเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการที่ทำให้ภาพที่ออกมา ไม่เป็นภาพที่ทำให้ชาวบ้านเข้าใจว่าเป็นการทำตามหน้าที่ แต่ก็ไม่ว่ากัน เราเป็นทนายก็สู้ตามครรลองกฎหมายต่อไป

ทนายอมร กล่าวด้วยว่า ในเรื่องของรายละเอียดภายในคดีตนต้องขอสงวนไว้ก่อน เพราะหากสิ่งใดพูดออกไป มันก็จะเป็นพยานหลักฐานยืนยันทางตนเองได้ แต่ตอนนี้ตนขอกลับไปรวบรวมพยานหลักฐานให้ลูกความเรียบร้อยก่อน

เมื่อถามว่ารายงานแผนผังการสืบสวนของดีเอสไอก่อนหน้านี้ที่มีการเปิดเผยถึงเส้นทางการเงินของโค้ชเจมส์ ที่เชื่อมโยงไปยังบริษัทโบรกเกอร์หลายราย เช่น บริษัท อีเทอร์เวลธ์ฯ, บริษัท HFM นั้น ทางโค้ชเจมส์ได้ชี้แจงอย่างไรหรือไม่ ปรากฏว่า ทนายอมร ระบุว่า ส่วนนี้จะเป็นเรื่องภายในสำนวน ที่ลูกความต้องให้ปากคำ จึงขออนุญาตสงวนไว้ก่อน ซึ่งประเด็นนี้ก็จะเป็นข้อต่อสู้ของทางเราด้วย

ทนายอมร ให้ความมั่นใจในความบริสุทธิ์ของลูกความว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดคดี Forex แม้ทางดีเอสไอจะมีการยืนยันจำนวนผู้เสียหายที่ได้สอบปากคำกว่า 300 ราย ซึ่งมีการร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ ซึ่งตนก็มองว่าผู้เสียหายสามารถใช้สิทธิทางศาลได้ ตนไม่ยุ่งและไม่แตะ แต่ในส่วนที่ลูกความถูกกล่าวหา เราก็พร้อมชี้แจงทั้งหมด ส่วนจะต้องกลับไปเอาเอกสารรายการเดินบัญชีย้อนหลัง (Statement) หรือเอกสารการทำธุรกรรมเกี่ยวกับการลงทุน Forex หรือไม่นั้น ต้องบอกว่า คนเรามีบัญขีธนาคารเยอะมาก แต่เราก็ยังไม่รู้ว่าต้องบัญชีธนาคารใด จากการทำธุรกรรมใดบ้าง

ฉะนั้น หนังสือขอสอบถามประเด็นการสอบสวนที่เราส่งให้พนักงานสอบสวนเมื่อวันที่ 8 ก.ค.69 จึงเป็นแนวทางว่าดีเอสไอต้องการข้อมูลใดบ้าง เราก็จะได้ตอบคำถามนั้น ๆ แต่ตอนนี้ดีเอสไอเหมือนทำให้เราต้องไปหว่านแหหาข้อเท็จจริง ทั้งที่ควรทำให้ชัดเจนว่าข้อกล่าวใด ด้วยปัญหาพฤติการณ์คดีอย่างไร แต่หนังสือนี้กลับไร้ความหมาย เพราะเจ้าหน้าที่ไปออกหมายจับศาลมาแทน

ทนายอมร ระบุว่า ตนไม่ขอตอบคำถามว่าทำไมก่อนหน้านี้ข่าวออกว่านายภาวุธ จะถูกออกหมายจับศาล แต่สุดท้ายกลายเป็นลูกความของตนเอง เพราะอันนั้นเป็นเรื่องของเขา เราจะตอบแค่คดีลูกความเรา ทั้งนี้ ตนไม่ทราบว่าลูกความมีความรู้จักกับนายภาวุธ อย่างไรหรือไม่ เเละตนก็ยังไม่ได้สอบถามลูกความ เพราะคุยกันเพียงแค่การตกใจหมายจับศาลเท่านั้น

ทนายอมร ย้ำว่า กระบวนการหลังจากนี้ ตนทราบว่าพนักงานสอบสวนจะมีการควบคุมตัวลูกความไว้ภายใน 48 ชม.ตามกฎหมาย และในวันพรุ่งนี้ พนักงานสอบสวนจะได้นำตัวลูกความไปฝากขังต่อศาลอาญา ส่วนหลักทรัพย์การเตรียมยื่นขอประกันตัวชั่วคราว เราก็พยายามเร่งหา เพราะเรื่องเพิ่งเกิด ส่วนดุลพินิจก็ขอให้เป็นอำนาจการพิจารณาของศาล ส่วนการเสนอเงื่อนไขต่อศาล เพื่อขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดีนั้น ตนมองว่า คดีอาญา เราว่าด้วยข้อเท็จจริงที่มันเกิดขึ้นจริง เพื่อนำเสนอต่อศาล เราก็ต้องเสนอศาลว่าลูกความเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องอย่างไร และลูกความไม่มีพฤติการณ์จะหลบหนี ไม่ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานอย่างไร เราต้องเอาข้อเท็จจริงนี้เสนอต่อศาล ทั้งนี้ ตนยังตอบไม่ได้ว่าในคดี พ.ร.บ.คอมพ์ฯ กับฉ้อโกงประชาชนที่ลูกความถูกแจ้งนั้น จะต้องใช้หลักทรัพย์สูงถึงล้านบาทหรือไม่ในการยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราว แต่เราก็จะเสนอหลักทรัพย์ตามกำลังที่เรามี

ทนายอมร แจงว่า ส่วนคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา จะสามารถนำมาให้ดีเอสไอในวันไหนได้นั้น ต้องยอมรับว่าลูกความก็ยังไม่พร้อม เพราะจู่ ๆ ก็ถูกจับกุม จึงขอพนักงานสอบสวนไว้ว่าในชั้นนี้ขอให้การเท่านี้ก่อน แล้วจะมาชี้แจงเพิ่มเติมภายหลัง ส่วนลูกความหวั่นใจหรือไม่หากศาลไม่อนุมัติให้ปล่อยตัวชั่วคราว แล้วจะยากต่อการไปหาพยานหลักฐานมาชี้แจงคดีนั้น คือตนต้องบอกว่ามันเป็นปัญหา อย่างที่เคยได้ยินกันว่า ผู้ต้องหาเมื่อถูกขัง ทั้งที่เป็นคนที่รู้ข้อเท็จจริงทั้งหมดว่าหลักฐานอยู่ตรงไหน แต่หากเขาไม่ได้รับการปล่อยตัว ก็ต้องฝากให้ทนายไปหาเอกสาร ซึ่งมันเป็นความยุ่งยากในการหาเอกสาร และต้องนำมาให้เจ้าตัวตรวจสอบอีกว่าใช่เอกสารดังกล่าวหรือไม่ ตนจึงหวังว่าให้ศาลมีความเมตตาปราณี ให้ปล่อยตัวชั่วคราว ให้เขาได้หาหลักฐานสู้ตามข้อกฎหมาย ไม่ต้องกลัวว่าลูกความจะหลบหนี

ทนายอมร กล่าวว่า หมายจับศาลในคดี Forex ศาลอนุมัติ 2 หมายจับให้พนักงานสอบสวน ซึ่งผู้ต้องหาอีก 1 รายที่ศาลออกหมายจับ ทราบว่าน่าจะเป็นผู้หญิง แต่ตนไม่ทราบว่าชื่ออะไร หรือเป็นใคร หรือมีพฤติการณ์ทางคดีอย่างไร

ทั้งนี้ตนก็มีเรื่องที่อยากขอความเป็นธรรมต่อศาลและอัยการ เพราะสิ่งที่ลูกความโดนตอนนี้มันไม่เป็นธรรม มันไม่ได้มีผลแค่ตัวความ แต่มันกระทบถึงครอบครัวของลูกความด้วย ลูกความเขาก็ห่วงภรรยา พ่อแม่และญาติพี่น้อง ตนอยากให้สังคมถอยสักหนึ่งก้าว ฟังข้อมูลและคิดว่าจริงหรือไม่ อย่าทำแบบหนังจบเร็ว เพราะยังไงคดีความมันคือหนังชีวิตอยู่แล้ว ขอให้ให้โอกาสเราด้วย เพราะถ้ามีหมายเรียก เราก็มา แต่นี่กลับออกหมายจับกันเลย

ทนายอมร ปิดท้ายว่า ส่วนเรื่องทรัพย์สินของลูกความที่ถูกพนักงานสอบสวนยึดและอายัดไปนั้น ก็ต้องไปชี้แจงที่มาของทรัพย์สินด้วยเช่นกัน เพราะเราก็พยายามขอโอกาสเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง แต่ท่านก็ไม่ให้โอกาสเราเลย ทั้งนี้ ในฐานะที่ตนเคยเป็นทนายความให้กับดีเจเเมน และใบเตย ในคดีแชร์ Forex-3D มาก่อน ซึ่งท้ายสุดปรากฏว่าศาลได้ยกฟ้องไป ซึ่งก็ทำให้ลูกความต้องอยู่ในเรือนจำฯ ไประยะเป็นปีกว่า โดยหากคดี Forex นี้ ท้ายสุดศาลยกฟ้องเหมือนกัน ตนก็ต้องถามว่า “เขาเป็นคนผิดหรือไม่ ถ้าเขาผิดก็ใช้หนี้ไป แต่สังคมไทย เรามีกติกา คือศาล ท่านเถียงผม ผมเถียงท่าน มันก็ไม่จบ แต่ถ้าผ่านการกลั่นกรองทางกฎหมายพิสูจน์ได้ว่าผมไม่ผิด ท่านไม่ผิด ก็ต้องน้อมรับด้วย ไม่ใช่ศาลตัดสินแล้วก็ยังไม่น้อมรับ หากเราแพ้เราก็น้อมรับ แต่ถ้าเราชนะ ก็ขอให้เห็นใจเราด้วย เพราะสุดท้ายมันขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานครับ"

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าสำหรับเอกสารที่ทนายอมร กุศล ได้ทำเรื่องขอสอบถามประเด็นแนวทางในการขอชี้แจงข้อเท็จจริงพยานหลักฐานประกอบการให้ปากคำของนายธีรพงษ์ คงแก้ว หรือโค้ชเจมส์ ซึ่งได้มีการส่งให้ ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 8 ก.ค.69 ภายในเอกสารบางส่วนระบุว่า ต้องการขอทราบประเด็นในการขอเข้าชี้แจงที่มาในทรัพย์สินและการเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องที่พนักงานสอบสวนยังมีความสงสัย

แต่ด้วยข้อเท็จจริงในประเด็นที่พนักงานสอบสวนประสงค์ที่จะให้ทางลูกความของตนให้ชี้แจงนั้น ทางลูกความของตนยังไม่ทราบว่าพนักงานสอบสวนประสงค์ที่จะทำการสอบหรือประสงค์ที่จะทราบข้อเท็จจริงใด บัญชีธนาคารใดที่ได้ถูกอายัดไม่ให้ทำธุรกรรมทางธุรกิจใด หรือประเด็นอื่น ๆ ที่พนักงานสอบสวนยังคงสงสัย เพื่อจะได้จัดเตรียมเอกสารหรือพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวน หรือไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน เพื่อให้การสอบสวนได้ความรวดเร็วและได้ให้ความเป็นธรรมกับลูกความของตน

สำหรับการแจ้งข้อกล่าวหาแก่นายธีรพงษ์ คงแก้ว หรือโค้ชเจมส์ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ร่วมกันแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต ประกอบธุรกิจ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้จดทะเบียน ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...