โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผู้เชี่ยวชาญชี้ นอนมาก-น้อยเกินไป เสี่ยงเบาหวาน ระบบเผาผลาญพัง โดยไม่รู้ตัว

Thaiger

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

ไขข้อสงสัย นอนกี่ชั่วโมงดีต่อสุขภาพที่สุด ผู้เชี่ยวชาญชี้ นอนมาก-น้อยเกินไป เสี่ยงเบาหวาน ระบบเผาผลาญพัง โดยไม่รู้ตัว

การนอนหลับไม่ได้เป็นเพียงแค่การพักผ่อนร่างกาย แต่ยังมีผลโดยตรงต่อกระบวนการเผาผลาญ ระดับน้ำตาลในเลือด และความไวต่ออินซูลินด้วย สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ ไม่เพียงแค่การนอนน้อยเท่านั้นที่เป็นปัญหา แต่การนอนมากเกินไปก็อาจทำให้ความไวต่ออินซูลินลดลงและส่งผลเสียต่อการควบคุมน้ำตาลในเลือดได้เช่นกัน

หลิน ลี่เซิน นักโภชนาการจากไต้หวัน ได้อ้างอิงงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่เผยแพร่ในวารสารการแพทย์ Diabetes Research and Care โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้เข้าร่วมกว่า 23,475 คน งานวิจัยนี้ชี้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างระยะเวลาการนอนในช่วงวันทำงานกับดัชนี eGDR ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความไวต่ออินซูลิน พร้อมพิจารณาผลกระทบของการนอนชดเชยในช่วงสุดสัปดาห์ด้วย

ผลการศึกษาพบว่า เวลานอนที่เหมาะสมที่สุดคือ 7.32 ชั่วโมง (หรือประมาณ 7 ชั่วโมง 20 นาทีต่อคืน) ในช่วงนี้ร่างกายมีแนวโน้มควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีที่สุด เมื่อเทียบกับการนอนน้อยหรือนอนมากเกินไป

นอนน้อยไป-มากไป ล้วนส่งผลเสีย

หากนอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมง 20 นาที โดยเฉพาะน้อยกว่า 6 ชั่วโมงในวันทำงาน ความไวต่ออินซูลินจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด ภาวะนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารที่ผิดปกติ และเพิ่มโอกาสเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ขณะเดียวกัน การนอนเกิน 7 ชั่วโมง 20 นาทีก็ไม่ได้ดีขึ้นเสมอไป เพราะความไวต่ออินซูลินยังมีแนวโน้มลดลงได้เช่นกัน

ทำไมการนอนถึงเกี่ยวกับอินซูลิน

อินซูลินคือฮอร์โมนที่ทำหน้าที่นำน้ำตาลกลูโคสจากเลือดเข้าสู่เซลล์ เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานให้ร่างกาย เมื่อความไวต่ออินซูลินลดลง ร่างกายต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อคุมระดับน้ำตาลในเลือด และหากปล่อยไว้นาน อาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบเผาผลาญ รวมถึงความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ด้วย

หลิน ลี่เซิน ระบุว่า การนอนชดเชยในช่วงสุดสัปดาห์เปรียบได้กับ “ดาบสองคม” หากวันทำงานนอนน้อยกว่า 7.32 ชั่วโมง การนอนชดเชยเพิ่มขึ้นอีก 1-2 ชั่วโมงในสุดสัปดาห์อาจช่วยให้ความไวต่ออินซูลินดีขึ้นได้ แต่หากวันทำงานนอนเพียงพอหรือนอนเกิน 7.32 ชั่วโมงอยู่แล้ว แล้วยังนอนชดเชยมากเกินไปในสุดสัปดาห์ อาจรบกวนนาฬิกาชีวิต และส่งผลเสียต่อระบบเผาผลาญแทน

หลิน ลี่เซิน เล่าถึงกรณีบุคคลหนึ่งมีภาวะดื้อต่ออินซูลินอย่างรุนแรง มักเข้านอนช่วง 04.00-06.00 น. และตื่นประมาณเที่ยงวัน ยังดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลในช่วงกลางคืนด้วย แม้จะนอนไปแล้ว 6-8 ชั่วโมง แต่การใช้ชีวิตแบบนี้ทำให้ระบบเผาผลาญผิดปกติ และมีไขมันในช่องท้องสูงเกินระดับรุนแรง หลิน ลี่เซิน ระบุว่า หากบุคคลนี้ปรับการนอนให้ถูกต้องขึ้น อาจลดปัญหาสุขภาพลงได้ถึงครึ่งหนึ่ง

จากข้อมูลงานวิจัย ระยะเวลานอนประมาณ 7 ชั่วโมง 20 นาทีต่อคืน ถือเป็นตัวเลขที่น่านำไปพิจารณาสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการดูแลระบบเผาผลาญและระดับน้ำตาลในเลือด สิ่งสำคัญไม่ใช่การพยายามนอนให้ตรงเป๊ะทุกนาที แต่คือการนอนให้เพียงพอและสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการนอนน้อยติดต่อกัน หรือการนอนชดเชยมากเกินไป

สำหรับผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง มีภาวะดื้อต่ออินซูลิน น้ำหนักเกิน หรือมีความผิดปกติของระบบเผาผลาญ การนอนหลับควรถูกมองเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลสุขภาพ การนอนให้เป็นเวลา ลดการนอนดึก หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลในตอนกลางคืน และใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่มีผลต่อสุขภาพอย่างมาก

ที่มา: SOHA

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...