ผู้เชี่ยวชาญชี้ นอนมาก-น้อยเกินไป เสี่ยงเบาหวาน ระบบเผาผลาญพัง โดยไม่รู้ตัว
ไขข้อสงสัย นอนกี่ชั่วโมงดีต่อสุขภาพที่สุด ผู้เชี่ยวชาญชี้ นอนมาก-น้อยเกินไป เสี่ยงเบาหวาน ระบบเผาผลาญพัง โดยไม่รู้ตัว
การนอนหลับไม่ได้เป็นเพียงแค่การพักผ่อนร่างกาย แต่ยังมีผลโดยตรงต่อกระบวนการเผาผลาญ ระดับน้ำตาลในเลือด และความไวต่ออินซูลินด้วย สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ ไม่เพียงแค่การนอนน้อยเท่านั้นที่เป็นปัญหา แต่การนอนมากเกินไปก็อาจทำให้ความไวต่ออินซูลินลดลงและส่งผลเสียต่อการควบคุมน้ำตาลในเลือดได้เช่นกัน
หลิน ลี่เซิน นักโภชนาการจากไต้หวัน ได้อ้างอิงงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่เผยแพร่ในวารสารการแพทย์ Diabetes Research and Care โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้เข้าร่วมกว่า 23,475 คน งานวิจัยนี้ชี้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างระยะเวลาการนอนในช่วงวันทำงานกับดัชนี eGDR ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความไวต่ออินซูลิน พร้อมพิจารณาผลกระทบของการนอนชดเชยในช่วงสุดสัปดาห์ด้วย
ผลการศึกษาพบว่า เวลานอนที่เหมาะสมที่สุดคือ 7.32 ชั่วโมง (หรือประมาณ 7 ชั่วโมง 20 นาทีต่อคืน) ในช่วงนี้ร่างกายมีแนวโน้มควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีที่สุด เมื่อเทียบกับการนอนน้อยหรือนอนมากเกินไป
นอนน้อยไป-มากไป ล้วนส่งผลเสีย
หากนอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมง 20 นาที โดยเฉพาะน้อยกว่า 6 ชั่วโมงในวันทำงาน ความไวต่ออินซูลินจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด ภาวะนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารที่ผิดปกติ และเพิ่มโอกาสเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ขณะเดียวกัน การนอนเกิน 7 ชั่วโมง 20 นาทีก็ไม่ได้ดีขึ้นเสมอไป เพราะความไวต่ออินซูลินยังมีแนวโน้มลดลงได้เช่นกัน
ทำไมการนอนถึงเกี่ยวกับอินซูลิน
อินซูลินคือฮอร์โมนที่ทำหน้าที่นำน้ำตาลกลูโคสจากเลือดเข้าสู่เซลล์ เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานให้ร่างกาย เมื่อความไวต่ออินซูลินลดลง ร่างกายต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อคุมระดับน้ำตาลในเลือด และหากปล่อยไว้นาน อาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบเผาผลาญ รวมถึงความเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ด้วย
หลิน ลี่เซิน ระบุว่า การนอนชดเชยในช่วงสุดสัปดาห์เปรียบได้กับ “ดาบสองคม” หากวันทำงานนอนน้อยกว่า 7.32 ชั่วโมง การนอนชดเชยเพิ่มขึ้นอีก 1-2 ชั่วโมงในสุดสัปดาห์อาจช่วยให้ความไวต่ออินซูลินดีขึ้นได้ แต่หากวันทำงานนอนเพียงพอหรือนอนเกิน 7.32 ชั่วโมงอยู่แล้ว แล้วยังนอนชดเชยมากเกินไปในสุดสัปดาห์ อาจรบกวนนาฬิกาชีวิต และส่งผลเสียต่อระบบเผาผลาญแทน
หลิน ลี่เซิน เล่าถึงกรณีบุคคลหนึ่งมีภาวะดื้อต่ออินซูลินอย่างรุนแรง มักเข้านอนช่วง 04.00-06.00 น. และตื่นประมาณเที่ยงวัน ยังดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลในช่วงกลางคืนด้วย แม้จะนอนไปแล้ว 6-8 ชั่วโมง แต่การใช้ชีวิตแบบนี้ทำให้ระบบเผาผลาญผิดปกติ และมีไขมันในช่องท้องสูงเกินระดับรุนแรง หลิน ลี่เซิน ระบุว่า หากบุคคลนี้ปรับการนอนให้ถูกต้องขึ้น อาจลดปัญหาสุขภาพลงได้ถึงครึ่งหนึ่ง
จากข้อมูลงานวิจัย ระยะเวลานอนประมาณ 7 ชั่วโมง 20 นาทีต่อคืน ถือเป็นตัวเลขที่น่านำไปพิจารณาสำหรับผู้ใหญ่ที่ต้องการดูแลระบบเผาผลาญและระดับน้ำตาลในเลือด สิ่งสำคัญไม่ใช่การพยายามนอนให้ตรงเป๊ะทุกนาที แต่คือการนอนให้เพียงพอและสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการนอนน้อยติดต่อกัน หรือการนอนชดเชยมากเกินไป
สำหรับผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง มีภาวะดื้อต่ออินซูลิน น้ำหนักเกิน หรือมีความผิดปกติของระบบเผาผลาญ การนอนหลับควรถูกมองเป็นส่วนหนึ่งของแผนดูแลสุขภาพ การนอนให้เป็นเวลา ลดการนอนดึก หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลในตอนกลางคืน และใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ ที่มีผลต่อสุขภาพอย่างมาก
ที่มา: SOHA
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง