โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SCB EIC เผยมูลค่าตลาด T-Pop จ่อแตะ 1.1 หมื่นล้านบาท ชูพลัง ‘Superfan’ และโมเดลความร่วมมือรัฐ-เอกชน ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
SCB EIC เผยมูลค่าตลาด T-Pop จ่อแตะ 1.1 หมื่นล้านบาท ชูพลัง ‘Superfan’ และโมเดลความร่วมมือรัฐ-เอกชน ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์

T-Pop ยุคใหม่ โตได้ไกลกว่าแค่ในประเทศ

กระแส T-Pop ที่กำลังมาแรงช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมเพลงของไทยเติบโตสอดคล้องตามเทรนด์โลก

ประเด็นสำคัญ

  • T-Pop ยุคใหม่ โตได้ไกลกว่าแค่ในประเทศ
  • กลุ่มแฟนคลับที่พร้อมสนับสนุนศิลปินอย่างเต็มที่มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้อุตสาหกรรมเพลงไทยเติบโต และยังขยายโอกาสให้ธุรกิจอื่นเติบโตตามไปด้วย

ในช่วงปี 2016-2019 มูลค่าตลาดอุตสาหกรรมเพลงของไทยเติบโตเฉลี่ย 16% CAGR จากเทรนด์การฟังเพลงผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง และการเข้าชมคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรี

โดยมูลค่าตลาดดนตรีสดมีสัดส่วนเฉลี่ยราว 50% ของมูลค่าตลาดเพลงของไทย อย่างไรก็ดี แม้รายได้รวมของอุตสาหกรรมเพลงไทยจะได้รับผลกระทบจากมาตรการ

เว้นระยะห่างทางสังคมในช่วงโควิด-19 แต่ด้วยกระแสความนิยม T-Pop ที่เพิ่มสูงขึ้นจากการโพรโมตต่อเนื่องผ่านทางโซเชียลมีเดียจึงทำให้อุตสาหกรรมเพลงไทยฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว กลับมาอยู่ในระดับก่อนโควิด-19 ตั้งแต่ปี 2022 และเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

โดย SCB EIC คาดว่า รายได้รวมของผู้ประกอบการธุรกิจ T-Pop จะอยู่ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท ในปี 2026 และขยายตัวสู่ระดับ 1.3 หมื่นล้านบาท ในปี 2029 หรือราว 5.8% CAGR ซึ่งชะลอตัวลงจากช่วงก่อนโควิด-19 จากฐานมูลค่าตลาดที่อยู่ในระดับสูง แต่ยังคงสอดคล้องกับทิศทางการขยายตัวของตลาดโลก

ในภาพรวมแนวโน้มความนิยม T-Pop ที่เพิ่มขึ้นในไทยและเริ่มขยายสู่ต่างประเทศ

มีแรงหนุนจากการเติบโตของแพลตฟอร์มดิจิทัล กระแสโซเชียลมีเดีย คุณภาพผลงานเพลง และการต่อยอดจากซีรีส์วายไทย

ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา เพลง T-Pop ยังคงมาแรงต่อเนื่องในไทยและกำลังขยายตลาดในต่างประเทศมากขึ้น ทำให้ศิลปินไทยได้รับโอกาสเข้าร่วมแสดงในเทศกาลดนตรีระดับโลกอย่าง Coachella และ Summer Sonic อีกทั้งยังดึงดูดผู้เล่นระดับโลกหลายรายให้เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเพลงไทย

โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้เพลง T-Pop ขยายความนิยมไปในวงกว้าง ได้แก่

  • การเพิ่มขึ้นของผู้ใช้งาน Music streaming ที่ช่วยให้ผู้ฟังทั่วโลกเข้าถึงเพลงไทยได้ง่ายขึ้น
  • กระแส Viral บนโซเชียลมีเดีย ซึ่งเร่งให้เพลงไทยเป็นที่รู้จักในวงกว้างอย่างรวดเร็ว
  • คุณภาพผลงานเพลงที่ยกระดับสู่สากล ทั้งการผลิตผลงานเพลงภาพลักษณ์ศิลปิน และการนำเสนอผลงานที่ตอบโจทย์ผู้ฟังยุคใหม่
  • ความนิยมของซีรีส์วายไทย ช่วยส่งต่อความนิยมจากเพลงประกอบซีรีส์สู่ผลงานเพลงอื่นของศิลปิน

กลุ่มแฟนคลับที่พร้อมสนับสนุนศิลปินอย่างเต็มที่มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้อุตสาหกรรมเพลงไทยเติบโต และยังขยายโอกาสให้ธุรกิจอื่นเติบโตตามไปด้วย

แม้ T-Pop จะสามารถเข้าถึงฐานผู้ฟังที่กว้างขึ้นผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล แต่ยังเผชิญข้อจำกัดของรายได้ต่อยอดการฟังที่อยู่ในระดับต่ำ ทำให้อุตสาหกรรมเพลงหันมาให้ความสำคัญกับกลุ่ม Superfan ซึ่งมีกำลังซื้อสูงและพร้อมสนับสนุนศิลปินอย่างต่อเนื่อง อีกทั้ง ยังต่อยอดขยายการเติบโตไปสู่ธุรกิจอื่นด้วย ได้แก่

  • ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคอนเสิร์ตและอีเวนต์ ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจจัดงาน สถานที่ ระบบแสงสีเสียง แพลตฟอร์มจำหน่ายบัตร และสินค้าที่ระลึก ซึ่งขยายตัวตามจำนวนงานคอนเสิร์ตและอีเวนต์ที่เพิ่มขึ้น โดยสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดธุรกิจ MICE ของไทยในปี 2026 จะเติบโต9.8%YoY

  • ธุรกิจที่เชื่อมโยงกับ Fandom marketing และกิจกรรมแฟนคลับ อาทิ การดึงศิลปินมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) ธุรกิจสื่อและโฆษณาที่รองรับทั้งการตลาดของแบรนด์และการเป็นสื่อกลางที่แฟนคลับใช้สนับสนุนศิลปิน รวมถึงธุรกิจ Food truck จากวัฒนธรรมส่ง Food support เป็นกำลังใจศิลปินและทีมงานตามงานต่างๆ

  • ธุรกิจอื่นที่ได้อานิสงส์จากการเดินทางเข้าร่วมงานของแฟนคลับ ทั้งคอนเสิร์ตเทศกาลดนตรี และกิจกรรมอีเวนต์ของศิลปิน อาทิ ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ ตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร ร้านค้า สถานที่ท่องเที่ยว สายการบิน ไปจนถึงระบบขนส่งสาธารณะ รวมถึงกลุ่มค้าปลีกและศูนย์การค้าที่เป็นพื้นที่จัดกิจกรรม

ในระยะข้างหน้า T-Pop มีแนวโน้มขยายไปยังตลาดต่างประเทศมากขึ้น แต่ยังต้องเผชิญกับความท้าทายจากการแข่งขันที่รุนแรง การขาดแคลนบุคลากรเบื้องหลังที่มีประสบการณ์ด้านการจัดการในระดับสากล รวมถึงข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมเพลงของไทย

การเติบโตของ T-Pop ที่มีแนวโน้มขยายสู่ตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะอาเซียน และเอเชียตะวันออก ตามทิศทางของผู้ประกอบการที่เริ่มผลักดันศิลปินในค่ายสู่เวทีต่างประเทศ และสร้างพันธมิตรทางธุรกิจกับผู้เล่นต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการรักษาฐานแฟนเพลงในประเทศ อย่างไรก็ดี การเติบโตดังกล่าวยังเผชิญความท้าทายหลายประการ อาทิ การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากกลุ่มศิลปินไทยที่เปิดตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องและศิลปินต่างชาติที่เข้ามาในตลาด ความต้องการบุคลากรเบื้องหลังที่มีทักษะการจัดการด้านดนตรีและวางแผนการตลาดระดับสากล ตลอดจนข้อจำกัดด้านแหล่งเงินทุนและการเชื่อมโยงของระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่ยังต้องอาศัยกลไกการสนับสนุนจากภาครัฐ

อย่างไรก็ดี การพิจารณานโยบายสนับสนุนเพิ่มเติมจากภาครัฐ มีส่วนช่วยให้ T-Pop ก้าวสู่ตลาดโลกได้เร็วยิ่งขึ้น แม้ปัจจุบันภาครัฐได้สนับสนุนอุตสาหกรรมเพลงผ่านนโยบาย Soft power ทั้งการสร้างและพัฒนาทักษะบุคลากรผ่านหลักสูตรอบรม

และการผลักดันศิลปินไทยสู่ตลาดต่างประเทศ แต่ในระยะต่อไปหากภาครัฐพิจารณานโยบายสนับสนุนเพิ่มเติมอย่างเหมาะสม ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เพลง T-Pop ไปสู่ตลาดโลกได้เร็วยิ่งขึ้น ได้แก่

  • การกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ชัดเจน จะช่วยให้ค่ายเพลงสามารถวางกลยุทธ์ระยะยาวให้สอดคล้องกับทิศทางของประเทศ
  • มาตรการสนับสนุนด้านการเงิน อาทิ การพัฒนากลไกการเปลี่ยนทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันเพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุนสำหรับค่ายเพลงขนาดกลาง ขนาดเล็ก และศิลปินอิสระ รวมถึงการใช้มาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อดึงดูดการลงทุนสำหรับค่ายเพลงขนาดใหญ่
  • การพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมแบบครบวงจร ตั้งแต่การผลิตบุคลากรเบื้องหลัง, การผลิตศิลปิน, การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดนตรี รวมถึงพื้นที่แสดงผลงานที่เป็นมาตรฐานสากล
  • การยกระดับการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อปกป้องผลประโยชน์และสร้างรายได้ให้อุตสาหกรรม T-Pop ได้ต่อเนื่องในระยะยาว

อ่านบทวิเคราะห์ฉบับออนไลน์ได้ที่

In focus / T-Pop ยุคใหม่ โตได้ไกลกว่าแค่ในประเทศ | SCBEIC

In focus / T-Pop ยุคใหม่ โตได้ไกลกว่าแค่ในประเทศ | SCBEIC
26 พ.ค. 2569 | 13:21

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...