ติวเข้มครูต้นแบบไซเบอร์ ภาค 1 สกัดภัยคอลเซ็นเตอร์-มิจฉาชีพออนไลน์
"โฆษก ตร." ร่วมบรรยายพิเศษโครงการครูต้นแบบไซเบอร์ ตำรวจภูธรภาค 1 เสริมองค์ความรู้ตำรวจถ่ายทอดสู่ประชาชน ป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ลดความเสี่ยงตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ
วันที่ 11 มิ.ย.69 ที่ห้องประชุมอมรวิวัฒน์ ตำรวจภูธรภาค 1 พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะรองผู้อำนวยการ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมพิธีเปิดโครงการสัมมนาครูต้นแบบในการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีแบบบูรณาการ รุ่นที่ 1 ตำรวจภูธรภาค 1 โดยมี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีเปิด และร่วมบรรยายพิเศษ พร้อมด้วย พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, คณะวิทยากร และผู้เข้าร่วมอบรมสัมมนาจากทุกสถานีตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมพิธี
พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นเรื่องสำคัญที่ทางรัฐบาล โดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญ และได้สั่งการให้บูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อป้องกันพี่น้องประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์ ซึ่งปัจจุบันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเปลี่ยนไปเร็วมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจจำเป็นต้องเรียนรู้ให้เท่าทันเพื่อนำไปถ่ายทอดต่อพี่น้องประชาชนอย่างตรงจุด
พร้อมร่วมบรรยายพิเศษในหัวข้อ "สามเหลี่ยมอาชญากรรม" ระบุว่า เทคโนโลยีการสื่อสารในปัจจุบันเป็นการสื่อสารออนไลน์ หลายแพลตฟอร์ม สื่อสารกับคนได้จำนวนมาก ทำให้อาชญากรออนไลน์เข้าถึงพี่น้องประชาชนในวงกว้างได้มากขึ้นและรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องสร้างองค์ความรู้ทางดิจิทัลให้กับประชาชนทุกช่วงวัยเพื่อสร้างเกราะป้องกัน โดยแนะนำครูต้นแบบให้นำทฤษฎีสามเหลี่ยมอาชญากรรมมาประยุกต์ใช้ในยุคอาชญากรรมดิจิทัล เพื่อวิเคราะห์อาชญากร เหยื่อ และโอกาสการต่ออาชญากรรม
พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า การอบรมสัมมนาครูต้นแบบไซเบอร์ รุ่นที่ 1 นี้ มุ่งเน้นให้ครูต้นแบบได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนเพื่อนำความรู้เรื่องการป้องกันตัวเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่ออาชญากรไซเบอร์ ไปสู่ประชาชนได้อย่างตรงจุด ตรงกลุ่มเป้าหมาย แบบ face-to-face ตั้งเป้าลดเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์และการสูญเสียอย่างมีประสิทธิภาพ