โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ดีเอสไอ” ร่อนหมายเรียกน้องชาย “เสี่ยตือ คอสโม่” รับทราบข้อหาฐานปลอมปนน้ำมัน 8 มิ.ย.นี้

Manager Online

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

MGR Online - “ดีเอสไอ” ออกหมายเรียก “สุรัตน์ สุขเจริญไกรศรี” น้องชายเสี่ยตือคอสโม่ พบข้อมูลรับประโยชน์จากการค้าน้ำมัน จ.อ่างทอง เข้ารับทราบข้อหา 8 มิ.ย.69

วันนี้ (30 พ.ค.) แหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินคดีพิเศษที่ 66/2569 กรณีการปลอมปนน้ำมันที่เกิดขึ้น ณ คลังน้ำมัน อ.เมือง จ.อ่างทอง ว่า วานนี้ (29 พ.ค.) คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีมติออกหมายเรียกผู้ต้องหา คือ นายสุรัตน์ สุขเจริญไกรศรี ซึ่งเป็นน้องชายของนายสมบูรณ์ สุขเจริญไกรศรี หรือ “เสี่ยตือ คอสโม่” ให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐาน ร่วมกันเป็นผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 10 กระทำการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดอันทำให้ลักษณะหรือคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิงแตกต่างไปจากที่อธิบดีประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบตามมาตรา 25 วรรคหนึ่ง เพื่อจำหน่าย ตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 โดยกำหนดให้เข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 8 มิ.ย.69

แหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ เผยว่า ระหว่างที่มีการขยายผลรวบรวมพยานหลักฐาน คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีการสอบสวนปากคำพยานสำคัญหลายราย จนได้มีการดำเนินคดีแจ้งข้อกล่าวหาแก่บริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง ในฐานะนิติบุคคล และแจ้งข้อหาแก่กรรมการบริษัท ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง จำกัด จ.อ่างทอง ไปแล้ว 1 ราย ตามข้อกล่าวหาการปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงและการขายน้ำมันเกินราคา

”ส่วนกรณีขยายผลและเตรียมดำเนินคดีกับ นายสุรัตน์ สุขเจริญไกรศรี เนื่องด้วยพยานหลักฐานสำคัญบ่งชี้ว่าแม้ไม่ปรากฏชื่อในโครงสร้างของกรรมการและผู้ถือหุ้นบริษัท แต่กลับมีเส้นทางการเงินเข้าไปเกี่ยวข้องกับการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงของบริษัท และเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังจัดการธุรกิจทั้งหมด“

แหล่งข่าวจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุอีกว่า สำหรับการตรวจสอบกรณีใบกำกับการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงทางเรือ จำนวน 166 ฉบับ ของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 (โรงกลั่น 6 แห่งในประเทศไทย) ที่ไม่มีการกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน 8 ข้อสำคัญ ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดวิธีการและเงื่อนไขในการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ซึ่งถือเป็นความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 ที่กำหนดว่าจะต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วนทั้ง 8 ข้อสำคัญนั้น ทางคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีการตรวจสอบขยายผลอย่างต่อเนื่อง จากการร้องทุกข์กล่าวโทษของทีมงานสุดซอยและกรมธุรกิจพลังงาน ที่ก่อนหน้านี้ได้เข้ามาร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับโรงกลั่นน้ำมัน จำนวน 6 แห่ง ในข้อหาทำการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เป็นไปตามวิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา (กรณีไม่ลงรายการสถานที่ส่งน้ำมันในใบกำกับการขนส่ง จำนวน 166 ใบ)

ทั้งนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาซึ่งเป็นนิติบุคคลระดับมหาชนทั้ง 6 บริษัท เพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหาฐานเป็นผู้ค้าน้ำมันทำการขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เป็นไปตามวิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา ตาม พ.ร.บ.การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 โดยได้นัดหมายให้โรงกลั่นเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาในระหว่างวันที่ 11 – 12 มิ.ย.69 ซึ่งการดำเนินการขยายผลอย่างเด็ดขาดนี้ของดีเอสไอ ถือเป็นมาตรการสำคัญในการจัดระเบียบและปราบปรามขบวนการทุจริตในวงการน้ำมันเชื้อเพลิงตามนโยบายรัฐบาล

สำหรับ 6 โรงกลั่นน้ำมันที่ถูกคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ออกหมายเรียกให้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา มีดังนี้ 1.บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน): Thaioil (TOP) 2.บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน): GC (PTTGC) 3.บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน): IRPC 4.บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน): Bangchak (BCP) 5.บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน): Bangchak Sriracha (BSRC) และ 6.บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน): Star Petroleum (SPRC)

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้รับรายงานเพิ่มเติมผลการประชุมของคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการดำเนินงาน ตามมาตรการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยมีนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร เลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานคณะกรรมการตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้มีการประชุมครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 28 พ.ค.69 โดยรายงานข่าว เปิดเผยว่า ประธานคณะกรรมการได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการฯ เพิ่มเติมขึ้นมาอีก 2 คณะ โดยคณะอนุกรรมการชุดแรกจะดำเนินการตรวจสอบ รวบรวมข้อมูล รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลว่าในเรื่องของการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เกิดขึ้น ประเทศไทยจำเป็นต้องมีมาตรการก่อนและหลังอย่างไรบ้าง

ส่วนคณะอนุกรรมการอีกหนึ่งชุดจะดำเนินการตรวจสอบในเรื่องของบุคคลที่คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทั้งภาครัฐและเอกชน โดยจากนี้ไปไม่เกิน 1 เดือนจะมีผลรายงานไปยังนายกรัฐมนตรีรับทราบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม คณะอนุกรรมการทั้ง 2 ชุดดังกล่าว จะมีหน่วยงานเกี่ยวข้องมาร่วมบูรณาการข้อมูลกว่า 30 เจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่จากสำนักงาน ปปง. กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ท. และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ ติดตามและตรวจสอบการดำเนินงาน ตามมาตรการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง มีหน้าที่จะต้องเสนอมาตรการป้องกันและชี้ว่าบุคคลใดมีการกระทำสุ่มเสี่ยงในเรื่องของการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง หรือมีใครเพิกเฉย หรือสนับสนุน เพื่อเอื้อต่อการแสวงหาผลประโยชน์จากการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง ในช่วงที่คนไทยประสบวิกฤติขาดแคลน แต่อย่างไรแล้วจะต้องดูพยานหลักฐานที่ได้มาจากการรวบรวมข้อมูลอย่างครบถ้วนรอบด้าน

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...