ทรัมป์จากไปไม่กี่วัน จีนเตรียมต้อนรับปูติน คาดจับมือยกระดับความมั่นคงด้านพลังงาน
เดอะ การ์เดียน – สีและปูตินแลกเปลี่ยนจดหมายแสดงความยินดีเมื่อวันอาทิตย์ (17 พ.ค.) ก่อนที่ผู้นำรัสเซียจะเดินทางเยือนปักกิ่งในสัปดาห์นี้ เพียง 4 วันหลังจากทรัมป์เพิ่งปิดฉากซัมมิตกับประมุขแดนมังกรและเดินทางออกจากจีน นักวิเคราะห์บางคนชี้เป้าหมายการพบกันของผู้นำจีน-รัสเซียอาจเกี่ยวข้องกับความพยายามยกระดับความมั่นคงด้านพลังงานของปักกิ่งเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินเกี่ยวกับไต้หวัน
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ระบุว่า ความร่วมมือระหว่างรัสเซียกับจีนมีความลึกซึ้งและมั่นคงมาโดยตลอด ขณะที่สองประเทศเตรียมฉลองครบรอบ 20 ปีการเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกัน โดยมีรายงานว่า ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน มีกำหนดเยือนปักกิ่งในวันอังคารและพุธ (19-20 พ.ค.)
บทความในโกลบัล ไทมส์ ซึ่งเป็นแท็บลอยด์ของทางการจีน ที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ (18 พ.ค.) ระบุว่า การเยือนของประธานาธิบดีอเมริกาและรัสเซียสะท้อนว่า ปักกิ่งกำลังกลายเป็นศูนย์กลางการทูตระดับโลกอย่างรวดเร็ว
บทความดังกล่าวเสริมว่า คิวการเยือนที่จัดขึ้นติดๆ กันจุดชนวนความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยนักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นยากมากในยุคหลังสงครามเย็นที่ประเทศหนึ่งจะเป็นเจ้าภาพต้อนรับผู้นำอเมริกาและรัสเซียต่อเนื่องกันภายในสัปดาห์เดียว
ความสัมพันธ์ลึกซึ้งของจีนกับรัสเซียทำให้ตะวันตกกังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับจากที่มอสโกเปิดฉากรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบในปี 2022 นักการทูตและนักวิเคราะห์ในตะวันตกชี้ว่า การสนับสนุนทางเศรษฐกิจและการทูตของจีนต่อรัสเซียนับจากนั้น ทำให้รัสเซียสามารถทำสงครามกับยูเครนยาวนานมาจนถึงขณะนี้ ทั้งนี้ สีและปูตินพบกันกว่า 40 ครั้ง บ่อยกว่าที่สีได้พบกับผู้นำตะวันตกคนอื่นๆ มาก
นอกจากนั้น การค้าระหว่างรัสเซียกับจีนยังเบ่งบานทำสถิตินับจากปี 2022 โดยจีนสั่งซื้อสินค้าออกกว่า 25% ของรัสเซีย และการที่จีนสั่งซื้อน้ำมันดิบจำนวนมากจากรัสเซีย ยังทำให้มอสโกมีเม็ดเงินนับแสนล้านดอลลาร์ไปอัดฉีดการทำสงครามในยูเครน
จากข้อมูลของศูนย์เพื่อการวิจัยพลังงานและอากาศสะอาด ปักกิ่งซื้อเชื้อเพลิงฟอสซิลของรัสเซียคิดเป็นมูลค่ากว่า 367,000 ล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ที่มอสโกเปิดฉากบุกยูเครน
ขณะเดียวกัน การดำเนินการดังกล่าวช่วยส่งเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของจีน ซึ่งมีความสำคัญโดยเฉพาะอย่างนิ่งนับจากที่วิกฤตตะวันออกกลางทำให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นอัมพาต
เป็นที่น่าสังเกตว่า ระหว่างการหารือของทรัมป์กับสีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ดูเหมือนไม่มีการกล่าวถึงสงครามในยูเครนหรือความสัมพันธ์จีน-รัสเซียมากนัก โดยแถลงการณ์ของจีนเกี่ยวกับการประชุมระหว่างสองประเทศกล่าวถึง “วิกฤตยูเครน” สั้นๆ ขณะที่แถลงการณ์ของอเมริกาไม่พาดพิงถึงเลย
แต่ประเด็นที่มีการเน้นหนักกลับเป็นเรื่องการค้า ไต้หวัน และสงครามในตะวันออกกลาง โดยทรัมป์กล่าวว่า จีนเห็นพ้องกับตนว่า จำเป็นต้องทำให้ช่องแคบฮอร์มุซกลับมาใช้ได้ตามปกติ
ทางด้านสีย้ำกับทรัมป์ว่า อาจเกิดความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ หากอเมริกาจัดการประเด็นไต้หวันไม่เหมาะสม และทรัมป์เดินทางกลับจากปักกิ่งโดยบอกว่า ยังไม่ตัดสินใจว่า จะอนุมัติข้อตกลงขายอาวุธมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ให้ไต้หวันหรือไม่
การระงับการขายอาวุธจะถือเป็นชัยชนะครั้งสำคัญสำหรับปักกิ่งที่ต้องการเข้าควบคุมไต้หวัน ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ของไต้หวันคัดค้าน
โจเซฟ เว็บสเตอร์ นักวิชาการอาวุโสของแอตแลนติก เคาน์ซิล ระบุในจดหมายข่าวว่า ไต้หวันอาจเป็นความหมายแท้จริงที่ซ่อนอยู่ในการพบกันระหว่างสีกับปูติน
เขาเสริมว่า ปักกิ่งอาจต้องการทำข้อตกลงสั่งซื้อเชื้อเพลิงฟอสซิลจากมอสโกเพิ่มเพื่อให้แน่ใจว่า จะมีซัปพลายเพียงพอหากเกิดความขัดแย้งในอนาคต และการเพิ่มศักยภาพท่อส่งน้ำมันจากรัสเซียไปจีนจะยกระดับความมั่นคงด้านพลังงานของปักกิ่งอย่างมากในกรณีเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินเกี่ยวกับไต้หวัน
ปัจจุบัน รัสเซียกำลังผลักดันให้จีนเดินหน้าโครงการท่อส่งก๊าซ “พาวเวอร์ ออฟ ไซบีเรีย 2” ที่จะทำให้เครือข่ายส่งก๊าซที่มีอยู่เดิมสามารถส่งก๊าซเพิ่มขึ้น 50,000 ล้านลูกบาศก์เมตร
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO