Standard Chartered เล็งปลดพนักงาน 7,000 ตำแหน่ง ภายในปี 2573 ใช้ AI แทนงานหลังบ้าน
Standard Chartered เล็งปลดพนักงานกว่า 7,000 ตำแหน่ง ภายในปี 2573 ใช้ AI แทนงานหลังบ้าน พร้อมเร่งใช้ AI และระบบอัตโนมัติเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร
วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 เวลา 09.02 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า Standard Chartered ประกาศปรับเพิ่มเป้าหมายผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่จับต้องได้ (Return on Tangible Equity: ROTE) พร้อมเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ ด้วยการลดตำแหน่งงานในสายงานสนับสนุนมากกว่า 15% ภายในปี 2573 โดยอาศัยระบบอัตโนมัติและปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาทดแทนการทำงานบางส่วน
ธนาคารเปิดเผยในการอัปเดตกลยุทธ์ต่อนักลงทุนเมื่อวันอังคาร (19 พ.ค.) ว่า ตั้งเป้าสร้าง ROTE ให้สูงกว่า 15% ภายในปี 2571 เพิ่มขึ้นมากกว่า 3 จุดเปอร์เซ็นต์จากระดับในปี 2568 และมีเป้าหมายขยับขึ้นสู่ราว 18% ภายในปี 2573
Standard Charteredซึ่งมีพนักงานทั่วโลกประมาณ 80,000 คน ระบุว่า จะลดตำแหน่งงานในฝ่ายสนับสนุนองค์กร (Corporate Function) มากกว่า 15% ภายในปี 2573 คิดเป็นมากกว่า 7,000 ตำแหน่ง จากปัจจุบันที่มีพนักงานสายงานสนับสนุนราว 51,000 คน ณ เดือนมิถุนายน 2568
Bill Winters ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของธนาคาร กล่าวว่า การลดจำนวนพนักงานจะเกิดจากการใช้ระบบอัตโนมัติและ AI มากขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาทักษะใหม่ให้พนักงานบางส่วน โดยย้ำว่านี่ไม่ใช่มาตรการลดต้นทุนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการแทนที่ทรัพยากรมนุษย์มูลค่าต่ำ ด้วยการลงทุนด้านเทคโนโลยีและเงินทุนที่มีประสิทธิภาพมากกว่า
หลังการประกาศดังกล่าว หุ้นของStandard Chartered ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกงปรับตัวขึ้น 2.3% ในช่วงเปิดตลาด สวนทางดัชนีฮั่งเส็งที่เคลื่อนไหวทรงตัว
ธนาคารกำลังพยายามต่อยอดจากการปรับโครงสร้างธุรกิจที่ดำเนินมายาวนาน เพื่อเร่งการเติบโตในระยะต่อไป แม้ยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจกดดันคุณภาพสินเชื่อและต้นทุนพลังงานในหลายประเทศ
Standard Chartered ซึ่งเน้นธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและแอฟริกา เปิดเผยว่า ในไตรมาสแรกของปีนี้ ธนาคารได้กันสำรองความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางไว้ล่วงหน้าราว 190 ล้านดอลลาร์
Winters ระบุว่า ธนาคารสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงินระยะกลางสำหรับปี 2569 ได้เร็วกว่ากำหนดถึง 1 ปี ส่งผลให้ขณะนี้องค์กรมีโครงสร้างที่กระชับ คล่องตัว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ Standard Charteredยังเดินหน้ามุ่งเน้นธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสูง โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้ารายย่อยฐานะดี (Affluent Clients) และธุรกิจสถาบันการเงินในสาย Corporate & Investment Banking ซึ่งในไตรมาสแรก ธนาคารทำรายได้จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รวมถึงมียอดเงินใหม่จากลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
ขณะเดียวกัน ธนาคารเพิ่งแต่งตั้ง Manus Costello หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์และอดีตนักวิเคราะห์หุ้น ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่การเงิน (CFO) อย่างถาวร แทน Diego De Giorgi ที่ลาออกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังทำงานกับธนาคารเกือบ 3 ปี
อ้างอิง : reuters.com