จับตาเครือข่าย “มหิดลคอนเนคชั่น” ปมขาดคุณสมบัติปธ.กสทช. หลังผลสอบฟอกขาว สวนทางข้อเท็จจริง
จับตาเครือข่าย “มหิดลคอนเนคชั่น” ปมขาดคุณสมบัติปธ.กสทช. หลังผลสอบฟอกขาว สวนทางข้อเท็จจริง ด้าน ”ไอซ์-ลิซ่า-หมอสุภัทร“ หมดศรัทธา จี้ รพ.รามา แจงเอกสารตรงไปตรงมา
วันที่ 1 ก.ค.69 ภายหลังสำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มอบหมายให้มหาวิทยาลัยมหิดลตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ก่อนมหาวิทยาลัยจะสรุปผลว่าไม่พบข้อเท็จจริงตามข้อกล่าวหา
แหล่งข่าวจากมหาวิทยาลัยมหิดลเปิดเผยว่า เมื่อเดือนมีนาคม 2567 สภามหาวิทยาลัยมีมติแต่งตั้ง ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมแต่งตั้งทีมผู้บริหารชุดใหม่ โดยมี ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ดำรงตำแหน่งรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย รับผิดชอบนโยบายด้านการวิจัย นวัตกรรม และการพัฒนาระบบนิเวศวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัย ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา ทั้งคู่ทำงานร่วมกันในฐานะทีมผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัย ขับเคลื่อนนโยบายด้านมหาวิทยาลัยวิจัย การพัฒนานวัตกรรม และความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม ก่อนที่ต่อมา ศ.ดร.ยศชนัน จะเข้ารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว.
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่า ศ.นพ.ปิยะมิตร เคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารร่วมกับ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ในคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และภายหลัง นพ.สรณ เข้ารับตำแหน่งประธาน กสทช. ได้เพียง 3 เดือน กสทช.ได้อนุมัติงบประมาณราว 180 ล้านบาท สนับสนุนมูลนิธิรามาธิบดี ซึ่งมี ศ.นพ.ปิยะมิตร เป็นผู้ลงนามในหนังสือขอรับการสนับสนุน
ด้าน น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า ที่ประชุม กมธ. วันที่ 2 ก.ค.69นี้ จะติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ ศ.คลินิก นพ.สรณ พร้อมมีมติเรียกเอกสารจากมหาวิทยาลัยมหิดล เนื่องจาก กมธ.มีหลักฐานที่เห็นว่า ขัดแย้งกับผลการตรวจสอบของมหาวิทยาลัยโดยสิ้นเชิง
น.ส.ภคมน ระบุว่า กมธ.มีเอกสารที่เชื่อได้ว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. แต่ผลสอบของมหาวิทยาลัยมหิดลกลับระบุว่า นพ.สรณ ไม่มีสถานะเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยในช่วงเข้ารับตำแหน่งประธาน กสทช. ไม่ได้รับเงินเดือนหรือค่าตอบแทน และการร่วมรักษาผู้ป่วยหรือถ่ายทอดความรู้เป็นเพียงการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะแพทย์และอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่ใช่พนักงานมหาวิทยาลัย
“ผลสอบดังกล่าวตรงกันข้ามกับหลักฐานที่ กมธ.มีอยู่โดยสิ้นเชิง จึงจำเป็นต้องเรียกเอกสารจากมหาวิทยาลัยมาตรวจสอบ และหากมหาวิทยาลัยไม่ส่งเอกสาร ก็จะขอข้อมูลจากกระทรวง อว. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแล” น.ส.ภคมน กล่าว
ขณะที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน โพสต์ระบุว่า ตนและ และ น.ส.ภคมน ได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสรรหา กสทช. โดยอ้างว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ ยังมีสถานะเป็นพนักงานของรัฐในช่วงได้รับการแต่งตั้งเป็นประธาน กสทช. ซึ่งขัดต่อกฎหมาย พร้อมอ้างผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา ที่สรุปว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติ
นอกจากนี้ ยังอ้างเอกสารจากมหาวิทยาลัยมหิดลที่ระบุว่า ศ.คลินิก นพ.สรณ มีสถานะเป็น “พนักงานมหาวิทยาลัย” ในช่วงวันที่ 8 มกราคม-12 เมษายน 2565 รวมถึงข้อมูลแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90) ปีภาษี 2564-2566 ที่ระบุว่ายังมีรายได้จากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล รวมถึงบริษัท เมอร์ค จำกัด และยังดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โดยไม่ได้ลาออก จึงเห็นว่าเข้าข่ายขาดคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ พ.ศ.2553
ขณะที่ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบท ได้โพสต์ระบุว่า “ผมหมดความศรัทธาต่อ รพ.รามาธิบดี” ภายหลังมหาวิทยาลัยมหิดลเผยผลตรวจสอบกรณีคุณสมบัติของ ศ.คลินิก นพ.สรณ โดยตั้งข้อสังเกตว่าผลการตรวจสอบขัดแย้งกับเอกสารและข้อมูลที่ถูกนำเสนอในชั้นกรรมาธิการ พร้อมเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลรามาธิบดีเปิดเผยข้อมูลและชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของสถาบัน