ITTHI ครึ่งหลังงานรอบุ๊กอื้อ จ่อเทรดวอร์แรนต์ 25 พ.ค.นี้
#ITTHI #ทันหุ้น – ITTHI ชี้ครึ่งปีหลังรับรู้รายได้เพียบ ทั้งธุรกิจหลัก และสถานีชาร์จรถอีวี พร้อมปรับเป้าเปิดเพิ่มเป็น 34 แห่งภายในปีนี้ จ่อเซ็นสัญญาสมาร์ทซิตี้ 20 ล้านบาท สัปดาห์หน้า และงานรถไฟฟ้าพ่นน้ำลดฝุ่น PM 2.5 กางแผน 3 ปี ดันธุรกิจใหม่ EV–โซลาร์ พากำไรแตะ 200 ล้านบาท ขณะที่ ITTHI-W1 เข้าซื้อขาย 25 พ.ค.นี้
นายธนเสฏฐ์ อัครบุญญาพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อิทธิฤทธิ์ ไนซ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITTHI เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แนวโน้มผลประกอบการและทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง มีสัญญาณบวกจากการทยอยรับรู้รายได้หลายโครงการ แม้ในไตรมาส 2/69 อาจจะมีผลประกอบการที่ทรงตัวเนื่องจากงานบางส่วนล่าช้ากว่าปกติประมาณ 1 เดือน แต่คาดว่าจะสามารถเร่งงานให้จบได้ทัน หรือหากล่าช้าจะถูกยกยอดไปรับรู้ในไตรมาส 3 แทน
ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ (Backlog) อยู่ประมาณ 500-600 ล้านบาท โดยในเดือนมิถุนายนนี้ เตรียมเปิดสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Station) จำนวน 10 สถานี และจะเริ่มรับรู้รายได้ทันที นอกจากนี้ บริษัทยังได้ปรับเพิ่มเป้าหมายการเปิดสถานี EV จากเดิม 30 แห่ง เป็น 34 แห่ง เนื่องจากมีงานติดตั้งสถานี (EPC) ให้กับพาร์ตเนอร์ภายใต้แบรนด์ของบริษัทอีกประมาณ 3-4 แห่ง
@ รุกตลาด Smart City
บริษัทเตรียมเซ็นสัญญาโครงการ Smart City 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 20 ล้านบาท โดยหนึ่งในนั้นคือโครงการที่รังสิต ซึ่งจะเซ็นสัญญาในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ยังมีโครงการรถพ่นน้ำลดฝุ่น PM 2.5 มูลค่า 30 ล้านบาท ที่จะเซ็นสัญญาในเดือนหน้า ซึ่งบริษัทเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าภาครัฐ และเทศบาล
สำหรับธุรกิจพลังงานทดแทน (Solar Power) ปัจจุบันดำเนินการไปแล้วเกือบ 3 เมกะวัตต์ (MW) และตั้งเป้าจะเร่งให้จบ 10 เมกะวัตต์ ภายในปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะสร้างกำไรให้บริษัทได้ราว 30-40 ล้านบาทต่อปี
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวต่อว่า บริษัทได้วางแผนธุรกิจระยะ 3 ปี ยังคงมีรายได้หลักจากธุรกิจเดิม โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งปัจจุบันยังมีโครงการต่อเนื่อง รวมถึงงานพัฒนาโครงการในพื้นที่ภูเก็ตที่เพิ่งเริ่มดำเนินการ
@ ขยายสู่ธุรกิจพลังงาน
ขณะเดียวกัน บริษัทได้ขยายไปสู่ธุรกิจพลังงานและเทคโนโลยีใหม่ โดยเริ่มดำเนินโครงการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Station) รวมถึงธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งขณะนี้มีการพัฒนาโครงการไปแล้วเกือบ 3 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างรอการสนับสนุนด้านเงินทุนจากสถาบันการเงิน โดยตั้งเป้าเร่งก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ เพื่อให้มีกำลังการผลิตรวมประมาณ 10 เมกะวัตต์
สำหรับธุรกิจสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า คาดว่าจะสร้างรายได้ประมาณ 20 ล้านบาทต่อปี และทำกำไรได้ราว 20 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ธุรกิจโซลาร์คาดว่าจะสร้างกำไรประมาณ 30–40 ล้านบาทต่อปี
ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าธุรกิจเดิมจะยังคงสร้างรายได้ประมาณ 700–800 ล้านบาทต่อปี ส่งผลให้ในช่วง 3 ปีข้างหน้า บริษัทตั้งเป้าผลักดันกำไรสุทธิรวมให้แตะระดับประมาณ 200 ล้านบาท สอดคล้องกับแผนงานJump+
นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการพัฒนาธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าเฉพาะทาง โดยไม่ได้มุ่งเน้นรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับสาธารณะ แต่เน้นรถไฟฟ้าที่ใช้ในภาคงานบริการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น รถพ่นน้ำ รถดับเพลิงไฟฟ้า รถกวาดขยะไฟฟ้า รวมถึงรถตัดและบดต้นไม้ไฟฟ้า เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของเทศบาลและหน่วยงานท้องถิ่น
ขณะที่ในวันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม 25569 บริษัทจะมีการนำ ITTHI-W1 เข้าซื้อขายในตลาดเป็นวันแรก จำนวนกว่า 60 ล้านหุ้น