โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อย่าดึงฟ้าต่ำ

ไทยโพสต์

อัพเดต 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 3.58 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เป็นไปตามคาดครับ…

พรรคส้มได้รับคำยกย่องชมเชยจากบรรดาผู้ต้องหาหนีคดี ม.๑๑๒ นักวิชาการ นักเคลื่อนไหวซ้ายจัด ที่มีแนวคิดล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์

คำชมเชยที่พยายามทำให้พรรคส้มดูยิ่งใหญ่ นั่นคือ…

ยังคงยึดมั่น "อุดมการณ์"

เป็นความกล้าหาญทางจริยธรรมขั้นสูงสุด

เขาชมกันว่างั้นครับ

อุดมการณ์คืออะไร?

คือ ชุดความคิด ความเชื่อ และค่านิยมที่กลุ่มบุคคลยึดถือร่วมกัน เป็นเสมือนแผนที่หรือเข็มทิศชี้นำในการปฏิบัติ เพื่อสร้างสังคมในอุดมคติตามแนวคิดของตัวเองให้กลายเป็นความจริง

แสดงว่าในกลุ่มที่สนับสนุนพรรคส้มจำนวนหนึ่งยังเชื่อว่า พรรคส้มคือความหวังในการล้มล้างสถาบัน!

ครับ…ปฏิกิริยาจากพรรคส้มต่อการประชุมระหว่างรัฐบาลกับคณะองคมนตรี เพื่อติดตามสถานการณ์และแนวทางในการรับมือสาธารณภัย

มีการพูดถึงปัญหาและแนวทางแก้ไข ไม่มีข้อสั่งการ ตรงนี้ชัดเจนนะครับ

แต่พรรคส้มเห็นช่อง โจมตีรัฐบาลเพื่อกระทบไปถึงสถาบันพระมหากษัตริย์

จะมีใครสักกี่คนที่ตีความเรื่องนี้ว่าเป็นอันตรายต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

คำให้สัมภาษณ์ของ "หัวหน้าเท้ง" ชัดเจนจนไม่ต้องตีความอะไรทั้งนั้น

"…ผมก็มีความคิดเห็นว่าบุคคลที่เป็นนายกรัฐมนตรี นอกจากไม่ควรห้อยหรือโหนฟ้ามาลงต่ำ อีกหนึ่งกรณีเช่นเดียวกันก็คือ พอดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว ต้องใช้อำนาจของตัวเองทุกช่องทางในการดันฟ้าให้ขึ้นสูง…"

มองว่าเป็นการดึงฟ้าต่ำ!

ไม่น่าเชื่อว่านี่คือคำพูดของคนที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในข้อหาฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒

พูดง่ายๆ แค่ "เท้ง" อ้าปากก็เห็นไปถึงลิ้นไก่แล้วครับ!

การประชุมระหว่างรัฐบาลกับคณะองคมนตรีจึงเป็นเพียงเหยื่้อทางการเมืองที่พรรคส้มใช้ในการขยายความในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์เท่านั้น

ปั่นกระแสว่าเป็นอันตรายต่อประชาธิปไตย

องคมนตรีมีอำนาจหน้าที่อะไร?

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานแก่คณะองคมนตรี ในโอกาสที่เสด็จฯ ไปทรงเปิดอาคารทำเนียบองคมนตรี ณ พระราชอุทยานสราญรมย์ วันอังคารที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๔๗ ไว้ดังนี้ครับ…

"…องคมนตรีเป็นที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์ จึงมีหน้าที่ที่จะให้คำปรึกษา และก็นี่เป็นสิ่งที่คนเขาสงสัยว่าองคมนตรีมีอำนาจ มีหน้าที่อะไร

ก็สรุปว่าเป็นผู้ที่ให้คำปรึกษาในทุกด้าน ทุกอย่าง พระมหากษัตริย์จะรับทราบ จะรับรู้หรือไม่ก็อย่าน้อยใจ เพราะว่าพระมหากษัตริย์จะต้องเป็นผู้ที่ตัดสินในเรื่องราวต่างๆ แต่ว่าคำปรึกษาของท่านองคมนตรีก็มีประโยชน์มาก เพราะว่าท่านเป็นผู้ที่มีประสบการณ์มากในด้านต่างๆ จึงขอให้ท่านได้คิดดีๆ แล้วก็ช่วยกัน…"

สำนักงานองคมนตรี มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

ปฏิบัติงานด้านเลขานุการองคมนตรี ในหน้าที่ที่ปรึกษาพระมหากษัตริย์ ทั้งในราชการแผ่นดินและส่วนพระองค์ รวมทั้งหน้าที่องคมนตรีตามที่กฎหมายกำหนด

ประสานงานระหว่างพระมหากษัตริย์กับรัฐบาล รัฐสภา ศาล องค์กรเอกชน และประชาชน ในงานที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ขององคมนตรี ดำเนินการเรื่องที่คณะองคมนตรีพิจารณาถวายความเห็นเกี่ยวกับร่างกฎหมาย การแต่งตั้ง ฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ฎีกาขอพระราชทานความเป็นธรรมและการขอพระราชทานความช่วยเหลือในด้านต่างๆ และงานราชการแผ่นดินที่เกี่ยวข้องกับพระมหากษัตริย์ ตลอดจนดำเนินการเกี่ยวกับโครงการ มูลนิธิ หรือกองทุน ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้องคมนตรีรับผิดชอบ

บทบาทขององคมนตรีจึงเป็นที่รับรู้ทั่วไปว่า คือที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์

เมื่อที่ปรึกษาของพระมหากษัตริย์มานั่งคุยกับรัฐบาลในเรื่องภัยพิบัติที่ประเทศไทยอาจต้องเจอในเร็วๆ นี้ และจะกระทบกับประชาชนในวงกว้าง คำถามคือ เป็นการทำลายหลักการประชาธิปไตยอย่างที่ "เท้ง" ต้องการจะยกเลิกหากตัวเองได้เป็นนายกรัฐมนตรีอย่างนั้นหรือ

คับแคบและตื้นเขินอย่างมาก

ในความคิดของ "เท้ง" การแสดงบทบาทของนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหาร ไม่ควรที่จะนำตัวแทนหรือสถาบันมาเกี่ยวข้องกับเรื่องการตัดสินใจนโยบายสาธารณะโดยตรง

เพราะทุกการตัดสินใจล้วนต้องมีการรับผิดและรับชอบ หากเกิดการตัดสินใจใดๆ ที่ผิดพลาด อาจจะกระทบกระเทือนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

พูดราวกับว่าอุดมการณ์ของพรรคส้มคือเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ยอมไม่ได้หากถูกก้าวล่วง

พฤติกรรมพรรคส้มตั้งแต่ อนาคตใหม่ ก้าวไกล ยัน พรรคประชาชน เป็นเช่นนั้นจริงๆ หรือ

รัฐบาลจะตัดสินใจในนโยบายสาธารณะโดยรับฟังความเห็นจากองคมนตรีไม่ได้เลยหรือ

บทความชื่อ "เมื่อความหวาดระแวงถูกยกให้เป็นหลักประชาธิปไตย" ของ รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต อธิบายประเด็นนี้ให้เข้าใจได้ไม่ยากครับ

"…ในหลายประเทศซึ่งมีพระมหากษัตริย์ เช่น สวีเดน หรือสหราชอาณาจักร ความสัมพันธ์เชิงปรึกษาหารือระหว่างรัฐบาลกับสถาบันพระมหากษัตริย์มีอยู่โดยเปิดเผย และได้รับการยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของเสถียรภาพทางรัฐธรรมนูญ

มิใช่การคุกคามระบอบประชาธิปไตย ตราบใดที่อำนาจตัดสินใจทางการบริหารยังคงอยู่กับรัฐบาล…"

"…การตั้งคำถามว่า 'หากคำแนะนำผิดพลาด ใครจะรับผิดชอบ' ก็จำเป็นต้องแยกให้ออกระหว่าง 'ผู้ให้คำแนะนำ' กับ 'ผู้ใช้อำนาจตัดสินใจ' เพราะรัฐบาลต่างรับฟังข้อเสนอจากผู้เชี่ยวชาญ นักธุรกิจ นักวิชาการ คณะที่ปรึกษา หรือองค์กรต่างๆ อยู่ตลอดเวลา

แต่ความรับผิดชอบทางการเมืองยังคงเป็นของฝ่ายบริหาร ที่ตัดสินใจนำข้อเสนอเหล่านั้นไปปฏิบัติ มิใช่บุคคลหรือสถาบันที่เพียงแสดงความเห็นต่อรัฐ ต้องร่วมรับผิดชอบทางการเมืองไปด้วย

อันตรายต่อประชาธิปไตยอาจมิใช่การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างสถาบัน หากแต่อยู่ที่ “การตีความ” ว่าทุกความสัมพันธ์เช่นนั้นเป็นภัยต่อระบอบประชาธิปไตยโดยอัตโนมัติ

เพราะที่สุดแล้ว ความหวาดระแวงที่ขยายตัวเกินความเป็นจริง ย่อมทำให้พื้นที่ของความร่วมมือเพื่อประโยชน์สาธารณะค่อยๆ ถูกทำลายลง…"

ครับ…การตีความของพรรคส้มจึงเป็นอันตรายต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่างชัดแจ้ง

และการที่ "เท้ง" แนะนำนายกฯ อนุทิน ทำตามอุดมการณ์ของพรรคส้ม คือลบการคุยระหว่างรัฐบาลกับคณะรัฐมนตรีออกไปจากสารบบ พร้อมกับเดินหน้าการทำรัฐธรรมนูญ ก็พอคาดได้ว่า พรรคส้มไม่เคยหยุด!

ไม่เคยหยุดที่จะตีกรอบสถาบันพระมหากษัตริย์ให้เป็นไปตามอุดมการณ์ของตัวเอง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...