ผู้ถือหุ้น ร้องดีเอสไอ สอบ BCPG ซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี 9,000 ล้าน แพงเกินจริง
ผู้ถือหุ้น ร้องดีเอสไอ สอบ BCPG ซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี 9,000 ล้านบาท แพงเกินจริง หลังพบมูลค่าทรัพย์สินในบัญชีมีแค่ 6,550 ล้านบาท หวั่นไซฟ่อนเงิน
วันที่ 21 พ.ค. 2569 ที่อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ กลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อย BCP เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณี บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG ซื้อคลังน้ำมันและที่ดินใน จ.เพชรบุรี ราคา 9,000 ล้านบาท
แต่ข้อมูลพบว่ามูลค่าทรัพย์สินทางบัญชีมีเพียงประมาณ 6,550 ล้านบาท เป็นการซื้อขายที่แพงเกินจริง ทำให้ผู้ถือหุ้นเสียหายหรือไม่ และให้สืบสวนสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องว่าเป็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายสมคบคิดสร้างมูลค่าทรัพย์ให้สูงเกินจริงเพื่อให้เกิดการซื้อขายหรือไม่
มีขบวนการไซฟ่อนเงินผู้ถือหุ้นออกจาก BCP และ BCPG อันเข้าลักษณะองค์กรอาชญากรรมที่วางแผนร่วมกัน แบ่งหน้าที่กันทำ เพื่อให้ได้ผลประโยชน์ส่วนต่างจากการซื้อขายคลังน้ำมันและที่ดินดังกล่าวหรือไม่
ตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และให้รายงานธุรกรรมต้องสงสัยตามมูลฐานฟอกเงินต่อ ปปง. โดยมี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค และในฐานะโฆษกดีเอสไอ รับเรื่องร้องเรียน
นายดิษเดช เปิดเผยว่า ได้รับการแจ้งข้อมูลจากผู้ถือหุ้นว่าการดำเนินการจัดซื้อคลังน้ำมันที่ จ.เพชรบุรี ของบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG อาจเป็นการซื้อขายที่มีราคาแพงเกินจริง ทำให้ผู้ถือหุ้นได้รับความเสียหาย
นายดิษเดช กล่าวต่อว่า ข้อมูลเบื้องต้นทราบจากผู้ถือหุ้นบางรายและการนำเสนอข่าวว่าเมื่อปี พ.ศ.2553 มีผู้เสนอขายต่อ BCP ในราคาเพียง 3,000 ล้านบาทเท่านั้น แต่เนื่องจากไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนจึงไม่ได้มีการซื้อขาย
ต่อมาเมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2565 ทาง BCPG กลับมีการซื้อขายคลังน้ำมันดังกล่าวในราคา 9,000 ล้านบาท จากนั้นมีรายงานข่าวจากสื่อมวลชนและสื่อโซเชียลว่าหลังจากซื้อขายเสร็จสิ้นแล้ว 3 เดือน ปรากฏว่ามูลค่าทางบัญชีของคลังน้ำมันดังกล่าวเหลือเพียง 6,550 ล้านบาท ลดลงจากราคาซื้อขายถึง 2,450 ล้านบาท
นายดิษเดช กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีการซื้อขายคลังน้ำมันในราคาดังกล่าวทำให้เกิดข้อสงสัยและเกิดความคลางแคลงใจของประชาชน ผู้ถือหุ้น BCP และผู้ถือหุ้น BCPG ว่าเป็นการซื้อขายที่แพงเกินจริงหรือไม่ อาจไม่คุ้มค่าต่อการลงทุนซึ่งเป็นเงินของผู้ถือหุ้น
นายดิษเดช กล่าวต่อว่า มีผู้ถือหุ้นหลายรายเกิดความสงสัยว่าการดำเนินการเพื่อซื้อขายอาจมีการกระทำการหรือร่วมกันกระทำการในลักษณะสมคบกันเพื่อสร้างมูลค่าทรัพย์สินที่จะซื้อขายให้มีมูลค่าสูงเกินจริง เพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดได้รับประโยชน์ในการซื้อขายและอาจทำให้มีผู้ได้รับประโยชน์ในส่วนต่างจากการซื้อขายหรือไม่ สร้างความเสียหายต่อผู้ถือหุ้นและตลาดทุนไทยหรือไม่
นายดิษเดช กล่าวอีกว่า หากมีการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวอาจเป็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
จากข้อมูลดังกล่าว จึงขอให้ดีเอสไอดำเนินการตรวจสอบและให้มีการสืบสวนสอบสวนเพื่อแสวงหาพยานหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง ดังนี้
1.ให้ตรวจสอบว่าการดำเนินการเพื่อให้เกิดการซื้อขายคลังน้ำมันในราคา 9,000 ล้านบาท ของ BCPG เป็นการดำเนินการนำเสนอขายโดยผู้ใด มีผู้ใดเป็นผู้นำเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณาเพื่อให้เกิดการอนุมัติให้ซื้อขาย
ขั้นตอนการพิจารณาราคาก่อนการอนุมัติซื้อขาย มติในการอนุมัติให้ซื้อขาย ขั้นตอนการซื้อขาย ขั้นตอนการทำสัญญาซื้อขาย ขั้นตอนการชำระราคา ธุรกรรมที่เกี่ยวกับการซื้อขาย มีใครบ้างได้รับประโยชน์จากการซื้อขาย รวมทั้งตรวจสอบธุรกรรมและเส้นทางการเงินในการซื้อขายว่ามีเส้นเงินไปถึงผู้ใดอย่างไร
2.ให้ตรวจสอบว่าทรัพย์สินหลังจากซื้อขายแล้วกลับมีมูลค่าทางบัญชีลดลงเหลือเพียง 6,550 ล้านบาท โดยมีส่วนต่างจากราคาซื้อขายกันจำนวน 2,450 ล้านบาท กรณีอาจเป็นการซื้อขายทรัพย์สินที่แพงเกินจริงหรือไม่
3.ให้ตรวจสอบว่ามีผู้ใดผู้หนึ่งหรือหลายคนร่วมกันดำเนินการในลักษะสมคบกันสร้างมูลค่าทรัพย์ที่ซื้อขายให้สูงเกินจริงเพื่อให้เกิดการซื้อขายหรือไม่
4.ให้ตรวจสอบว่าหากเป็นการซื้อขายที่แพงเกินจริงและอาจมีผู้หนึ่งผู้ใดได้รับผลประโยชน์ในส่วนต่างที่เกิดขึ้นจากการซื้อขายที่แพงเกินจริงหรือไม่ ธุรกรรมที่เกิดจากการดำเนินการดังกล่าวทั้งหมดถือว่าเป็นธุรกรรมอันต้องสงสัยที่เป็นมูลฐานฟอกเงินหรือไม่
5.ให้ตรวจสอบว่าเป็นการไซฟ่อนเงินของผู้ถือหุ้นออกจาก BCP และ BCPG อันเข้าลักษณะองค์กรอาชญากรรมที่มีผู้วางแผนร่วมกัน แบ่งหน้าที่กันทำ เพื่อให้ได้ผลประโยชน์ส่วนต่างจากการซื้อขายหรือไม่
จึงขอให้ดีเอสไอดำเนินการตรวจสอบและสืบสวนสอบสวนโดยเร่งด่วน หากพบว่ามีการกระทำผิดขอให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามอำนาจหน้าที่จนถึงที่สุดต่อไปเพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่อหุ้น BCP กับ BCPG และบริษัท อีกทั้งเพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือในวงกว้างของบริษัทและเพื่อเป็นการปกป้องประโยชน์ของผู้ถือหุ้นต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้ถือหุ้น ร้องดีเอสไอ สอบ BCPG ซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี 9,000 ล้าน แพงเกินจริง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th