โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

'ชลณัฏฐ์' จี้หั่นงบจัดอีเวนต์กีฬา หันลงทุนพัฒนาศักยภาพคน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นางสาวชลณัฏฐ์ โกยกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ในส่วนของงบประมาณการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) โดยตั้งข้อสังเกตว่า แม้งบประมาณด้านกีฬาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ระบบกีฬาของไทยกลับยังไม่พัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน เพราะงบประมาณจำนวนมากถูกใช้ไปกับการจัดการแข่งขันและอีเวนต์ระยะสั้น มากกว่าการลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานและพัฒนานักกีฬาอย่างยั่งยืน

คนไทยเป็นชาติที่ชื่นชอบกีฬาและติดตามการแข่งขันอย่างจริงจัง ในช่วงปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นซีเกมส์ การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก การแข่งขัน MotoGP รวมถึงการผลักดันมวยไทยสู่เวทีโลก และการจัดมหกรรมกีฬาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว จนทำให้ประเทศไทยดูเหมือนเป็นประเทศที่มีความเข้มแข็งด้านกีฬา

อย่างไรก็ตามคำถามสำคัญคือ เมื่อรัฐบาลใช้งบประมาณด้านกีฬาเพิ่มขึ้น ระบบกีฬาของประเทศพัฒนาตามไปด้วยหรือไม่

สำหรับปีงบประมาณ 2570 การกีฬาแห่งประเทศไทยขอรับงบประมาณ 3,445.74 ล้านบาท ซึ่งสนับสนุน หากงบประมาณดังกล่าวถูกนำไปใช้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬา ดูแลบุคลากร และสร้างระบบกีฬาที่เข้มแข็ง แต่ในความเป็นจริง งบประมาณเกือบครึ่งกลับถูกใช้ไปกับการจัดอีเวนต์กีฬา ขณะที่สวัสดิการของนักกีฬาไทยยังอยู่ในระดับที่น่ากังวล

ชี้ปัญหาไม่ใช่งบน้อย แต่ใช้งบไม่ตอบเป้าหมาย

นางสาวชลณัฏฐ์ ระบุว่า ปัญหาของวงการกีฬาไทยไม่ได้อยู่ที่มีงบประมาณน้อย หรือไม่มีเป้าหมาย เพราะแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ฉบับที่ 7 (พ.ศ.2565-2570) กำหนดวิสัยทัศน์และพันธกิจไว้อย่างชัดเจน ทั้งการพัฒนานักกีฬาไทยสู่ความสำเร็จระดับนานาชาติ การสร้างอาชีพและรายได้จากกีฬา และการผลักดันกีฬาให้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ

แต่เมื่อตรวจสอบการจัดสรรงบประมาณจริง กลับพบว่างบส่วนใหญ่ถูกใช้กับการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันและกิจกรรมระยะสั้น โดยยังไม่มีการเชื่อมโยงระหว่างงบประมาณกับผลลัพธ์ในระยะยาว

น.ส.ชลณัฏฐ์ โกยกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน

โดยตั้งคำถามว่า ภายใน 5-10 ปี ประเทศไทยต้องการสร้างนักกีฬาอาชีพจำนวนเท่าใด ต้องการพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาไปถึงระดับใด และงบประมาณในแต่ละปีสอดคล้องกับเป้าหมายเหล่านั้นหรือไม่ "วันนี้เราลงทุนด้านกีฬาเพื่อพัฒนาระบบกีฬา หรือเพียงเพื่อสร้างอีเวนต์กีฬา"

งบกว่า 40% ใช้จัดการแข่งขัน

ยกตัวอย่างงบปี 2569 ซึ่ง กกท.ใช้งบจัดการแข่งขันกีฬา 1,585 ล้านบาท จากงบทั้งหมด 3,762 ล้านบาท หรือคิดเป็น 42% ของงบทั้งองค์กร เฉลี่ยวันละประมาณ 4 ล้านบาท ใช้จัดการแข่งขันซีเกมส์ มวยไทย การแข่งขันกีฬาระดับชาติ และ MotoGP ส่วนงบปี 2570 ก็ยังมีลักษณะคล้ายเดิม ได้แก่

  • โครงการสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงกีฬา 429 ล้านบาท
  • โครงการสนับสนุนการแข่งขันกีฬานานาชาติ 437 ล้านบาท

ซึ่งส่วนใหญ่ยังเป็นงบจัดอีเวนต์ขนาดใหญ่ นอกจากนี้ กกท.ยังมีรายได้จากหลายแหล่ง ทั้งงบประมาณแผ่นดิน กองทุนกีฬา และรายได้จากสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ รวมแล้วมากกว่า 6,000 ล้านบาท

กองทุนกีฬาเงินสะพัดหลายพันล้าน แต่นักกีฬาได้เงินเพียง 8%

น.ส. ชลณัฏฐ์ กล่าวว่า นอกจากงบของ กกท.แล้ว ยังมีกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งได้รับเงินจากภาษีสุราและยาสูบในอัตรา 2% ปี 2569 กองทุนได้รับเงินประมาณ 3,931 ล้านบาท และคาดว่าปีนี้จะได้รับงบประมาณอีกประมาณ 4,000 ล้านบาท แต่เมื่อตรวจสอบงบการเงินที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) รับรองแล้ว พบว่า

  • เงินสนับสนุนกีฬาตามวัตถุประสงค์รวม 4,700 ล้านบาท
  • เงินรางวัลที่ตกถึงมือนักกีฬาเพียง 380 ล้านบาท หรือประมาณ 8%

พร้อมตั้งคำถามว่า เงินจำนวนมหาศาลดังกล่าวไปอยู่ที่ใด

ค้างจ่ายเงินรางวัลนักกีฬา 291 ล้านบาท

แม้กองทุนจะมีเงินจำนวนมาก แต่กลับยังค้างจ่ายเงินรางวัลนักกีฬารวม 291 ล้านบาท ตัวอย่าง

  • เงินรางวัลการแข่งขันเรือยาว (Dragon Boat) ที่ประเทศฟิลิปปินส์ ประมาณ 128 ล้านบาท
  • การแข่งขันที่ประเทศจีนอีกกว่า 51 ล้านบาท
  • เงินรางวัลจากการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ปารีส ซึ่งแข่งขันมาแล้วหลายปี ยังมีบางส่วนไม่ได้รับ
  • เงินรางวัลกีฬามหาวิทยาลัยโลกก็ยังค้างจ่าย

โดยมองว่า นักกีฬาไทยเดินทางไปแข่งขัน สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้ประเทศ แต่กลับยังไม่ได้รับเงินรางวัลที่สมควรได้รับ

น.ส.ชลณัฏฐ์ โกยกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570

ยกปัญหาสมาคมกีฬา ทุจริต-หักเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา

น.ส. ชลณัฏฐ์ ยังยกตัวอย่างปัญหาการบริหารจัดการของสมาคมกีฬาหลายแห่ง เช่น

  • สมาคมฮอกกี้น้ำแข็ง ถูกกล่าวหาทุจริตค่าเช่าและเบี้ยเลี้ยงประมาณ 7 ล้านบาท จนผู้ว่าการ กกท.ต้องเข้าแจ้งความ
  • กรณีนักแบดมินตันทีมชาติ "วิว" และ "เมย์" ถูกหักเบี้ยเลี้ยงจาก 60,000 บาท เหลือเพียง 6,000 บาท
  • กรณีสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย ที่เบิกเบี้ยเลี้ยงนักกีฬาไว้ 10 เดือน แต่จ่ายให้นักกีฬาเพียง 3 เดือน ก่อนเรื่องจะถูกเปิดเผย

มองว่าปัญหาเหล่านี้สะท้อนช่องโหว่ในการบริหารงบประมาณกีฬา

เตือนงบเก็บตัวนักกีฬาเกือบพันล้าน ยังเสี่ยงทุจริต

แม้ปัจจุบันกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติจะปรับระบบโอนเงินรางวัลเข้าบัญชีนักกีฬาโดยตรง ลดปัญหาการหักหัวคิวได้ระดับหนึ่ง แต่ยังมีงบอีกส่วนที่ยังมีความเสี่ยง ได้แก่ งบสนับสนุนการเก็บตัวและเตรียมนักกีฬา 988 ล้านบาท แบ่งเป็น ผ่าน กกท. 794 ล้านบาท และ ผ่านการกีฬาแห่งจังหวัด 194 ล้านบาท งบดังกล่าวเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อเตรียมนักกีฬาระดับชาติและนานาชาติ ซึ่งยังเปิดช่องให้เกิดปัญหาการทุจริตและการหักหัวคิวได้

หากประเทศไทยต้องการส่งนักฟุตบอลไปแข่งขันฟุตบอลโลก หรือสร้างนักกีฬาอาชีพระดับโลก ระบบกีฬาไทยจำเป็นต้องทำงานเชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ แต่ปัจจุบันแต่ละหน่วยงานทำงานแยกส่วน ต่างคนต่างตั้งงบประมาณ จัดการแข่งขัน และกำหนดโครงการของตนเอง โดยไม่มีแผนร่วมกันว่าจะสร้างนักกีฬาอาชีพอย่างไร

ตั้งคำถามสร้างสนามกีฬาใหม่ที่บุรีรัมย์

น.ส. ชลณัฏฐ์ ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างสนามกีฬาแห่งใหม่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นโครงการเดียวของปีนี้ โครงการดังกล่าวเป็นอาคารกีฬาขนาด 5,000 ที่นั่ง วงเงินผูกพัน 325 ล้านบาท โดยปีแรกใช้งบประมาณ 48 ล้านบาท

โดยตั้งคำถามว่า จังหวัดบุรีรัมย์มีโครงสร้างพื้นฐานด้านกีฬาอยู่แล้ว ทั้งสนามฟุตบอลมาตรฐาน FIFA และสนามแข่งรถระดับโลก การก่อสร้างสนามแห่งใหม่ในจังหวัดเดิมมีความจำเป็นเพียงใด และมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนหรือไม่ว่าพื้นที่ใดควรได้รับการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานกีฬา

น.ส. ชลณัฏฐ์ ย้ำว่า ไม่ได้คัดค้านการลงทุนในจังหวัดบุรีรัมย์ แต่ต้องการเห็นหลักเกณฑ์การกระจายงบประมาณที่เป็นธรรมและอิงความจำเป็น

ขอรัฐบาลชี้เป้าหมายงบ MotoGP 4,000 ล้านบาท

น.ส. ชลณัฏฐ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้คัดค้านการจัดการแข่งขันกีฬาระดับโลก เพราะเห็นว่าช่วยสร้างบรรยากาศ กระตุ้นการออกกำลังกาย และส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่รัฐบาลต้องตอบให้ได้ว่า การลงทุนเหล่านี้ช่วยพัฒนาระบบกีฬาไทยอย่างไร โดยเฉพาะโครงการ MotoGP ที่ประเทศไทยใช้งบผูกพันช่วงปี 2566-2569 แล้วกว่า 1,300 ล้านบาท และมีแผนผูกพันงบเพิ่มอีกประมาณ 4,000 ล้านบาทในระยะ 5 ปี

รัฐบาลจึงควรชี้แจงว่า งบดังกล่าวจะช่วยพัฒนานักแข่งไทย บุคลากรมอเตอร์สปอร์ต และการถ่ายทอดองค์ความรู้ จนทำให้ประเทศบรรลุเป้าหมายด้านกีฬาได้อย่างไร

สำหรับโครงการ Youth Development วงเงิน 129 ล้านบาท เห็นด้วยกับแนวทางการพัฒนาเยาวชน แต่ยังไม่เห็นตัวชี้วัดผลลัพธ์ที่ชัดเจน เสนอให้รัฐบาลใช้งบประมาณสร้าง "ระบบนิเวศกีฬา" ที่ครบวงจร ตั้งแต่การค้นหาเยาวชนที่มีศักยภาพ การลงทุนด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา การสนับสนุนทุนการศึกษา และการสร้างเส้นทางสู่นักกีฬาอาชีพอย่างเป็นระบบ พร้อมย้ำว่า เด็กไทยมีพรสวรรค์ แต่สิ่งที่ขาดคือระบบที่ทำให้พรสวรรค์เหล่านั้นเติบโต

งบประมาณด้านกีฬาจะมีความหมายก็ต่อเมื่อสามารถตอบได้ว่า ช่วยให้คนคนหนึ่งก้าวไปเป็นนักกีฬาอาชีพได้อย่างไร ยกระดับคุณภาพชีวิตนักกีฬาได้อย่างไร และทำให้ระบบกีฬาไทยพัฒนาอย่างยั่งยืนได้อย่างไร

หากการกีฬาแห่งประเทศไทยยังคงยึดเป้าหมายการพัฒนานักกีฬาสู่ความสำเร็จระดับนานาชาติ และการสร้างเศรษฐกิจจากกีฬา งบประมาณทุกบาททุกสตางค์ก็ควรถูกใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ไม่ใช่เพียงการจัดการแข่งขันหรืออีเวนต์ขนาดใหญ่เท่านั้น แต่ต้องสร้างระบบกีฬาไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...