โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘คมนาคม’ จ่อชงของบเงินกู้ 2.4 หมื่นล้าน เปลี่ยน 7 กลุ่มรถสาธารณะเป็น EV

เดลินิวส์

อัพเดต 30 มิถุนายน 2569 เวลา 1.28 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
‘สิริพงศ์’ เผยคมนาคมจ่อชงของบฯ จากเงินกู้ 2.4 หมื่นล้าน เปลี่ยน 7 กลุ่มรถสาธารณะเป็น EV หวังแก้ปัญหาน้ำมันแพง-ช่วยตรึงค่าโดยสาร-ลดมลพิษ ปัดเอื้อผู้ประกอบการ

เมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 29 มิ.ย. ที่รัฐสภา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวภายหลังการหารือกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เพื่อเสนอของบประมาณจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ วงเงิน 400,000 ล้านบาท สำหรับโครงการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลสู่พลังงานไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถโดยสารสาธารณะ ว่า ในปีนี้จะเป็นช่วงที่ผู้ประกอบการขนส่งหลายประเภทต้องเปลี่ยนรถตามรอบการใช้งาน จึงเห็นว่าหากภาครัฐออกมาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) จะช่วยสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้ประชาชนที่ใช้บริการ ได้ใช้รถรุ่นใหม่ที่มีมาตรฐานมากขึ้น และช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการ ซึ่งจะส่งผลให้สามารถตรึง หรือช่วยลดภาระค่าโดยสารของประชาชนได้ในระยะยาว

นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังเป็นการลดการพึ่งพาการใช้น้ำมันของประเทศ โดยกรมการขนส่งทางบกได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้าร่วมโครงการรวม 7 กลุ่ม ได้แก่ 1. รถแท็กซี่และรถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน 2. รถจักรยานยนต์รับจ้าง 3. รถสามล้อหรือรถตุ๊กๆ 4. รถโดยสารประจำทาง 5. รถโดยสารไม่ประจำทาง 6. รถรับจ้างรับส่งนักเรียน และ 7. รถบรรทุกสินค้า รวมเป้าหมายทั้งสิ้น 80,000 คัน ซึ่งกรมการขนส่งทางบกประเมินว่าหากรถทั้ง 80,000 คัน เปลี่ยนมาใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 200,000 ตันต่อปี เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ประมาณ 11 ล้านต้นต่อปี และช่วยลดการใช้น้ำมัน คิดเป็นมูลค่าราว 2,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่จะนำเสนอให้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ ซึ่งมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน เพื่อพิจารณาต่อไป

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวใช้ชื่อว่า Govt. Top-Up โดยจะใช้งบประมาณประมาณ 24,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนเงินก้อนแรกให้กับผู้ประกอบการที่เปลี่ยนจากรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน มาเป็นรถอีวี เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งพลังงานสะอาดของประเทศ

เมื่อถามว่าโครงการดังกล่าวอาจถูกวิจารณ์ว่าไม่ใช่โครงการเร่งด่วนหรือฉุกเฉิน นายสิริพงศ์ กล่าวว่า หากวันนี้น้ำมันแพงขนาดนี้แล้วประชาชนเดือดร้อนกันถ้วนหน้า การระบุว่าไม่เร่งด่วน แล้ววันไหนจะเร่งด่วน เพราะวันนี้เราไม่รู้เลยว่าสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลางจะรุนแรงแค่ไหน ฉะนั้นเราต้องดำเนินการในช่วงที่ยังสามารถดำเนินการได้

เมื่อถามว่า ประชาชนทั่วไปจะมีส่วนร่วมในโครงการรถเก่าแลกรถใหม่หรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า จะมีมาตรการอื่นทยอยออกมาตามมา แต่วันนี้เราพูดถึงในส่วนของผู้ประกอบการ เนื่องจากเป็นระบบขนส่งมวลชนที่ประชาชนมีภาระในการจ่ายค่าโดยสาร จึงขออย่าเข้าใจผิด ตนกังวลว่าจะถูกมองว่าเป็นการช่วยผู้ประกอบการอีก แต่สิ่งที่รัฐบาลทำคือการเพิ่มโอกาสให้ประชาชนได้รับบริการที่ดี และเน้นย้ำว่าสิ่งที่ดำเนินการไม่ได้ทำเพื่อผู้ประกอบการ แต่เป็นการเชิญชวนให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนผ่านมาใช้พลังงานสะอาด และใช้รถใหม่ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพมากขึ้น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...