SCC พรีวิว 2Q69: คาดกำไรปกติเพิ่มขึ้น โบรกแนะนำ “NEUTRAL” เพิ่มเป้าเป็น 268 บาท
#ทันหุ้น #ปันผล #Thailand #ลงทุน #SET #SCC พรีวิว 2Q69: คาดกำไรปกติเพิ่มขึ้น โบรกแนะนำ “NEUTRAL” เพิ่มเป้าเป็น 268 บาท
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ เราคาดว่า SCC จะรายงานกำไรปกติ 2Q69 เพิ่มขึ้นทั้ง QoQ และ YoY โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจเคมิคอลส์จากส่วนต่างราคา HDPE/PP ที่กว้างขึ้น การตั้งราคาผลิตภัณฑ์ HVA ในระดับพรีเมียม และการมีสต็อกสินค้าเคมีภัณฑ์หนึ่งเดือน เราปรับประมาณการกำไรปกติปี 2569 เพิ่มขึ้น 107% และปี 2570 เพิ่มขึ้น 21% พร้อมกับปรับราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 เพิ่มขึ้นเป็น 268 บาท (จาก 238 บาท) อ้างอิงวิธี SOTP (EV/EBITDA ที่ 8 เท่า สำหรับธุรกิจเคมิคอลส์และบรรจุภัณฑ์, 9 เท่า สำหรับธุรกิจซีเมนต์ และ PBV 1.5 เท่า สำหรับบริษัทร่วม) เรายังคงคำแนะนำ NEUTRAL สำหรับ SCC เนื่องจากเราคาดว่าปัจจัยบวกระยะสั้นจะทยอยหายไปและกำไรปกติจะกลับคืนสู่ระดับปกติใน 2H69
คาดกำไรปกติ 2Q69 เพิ่มขึ้นทั้ง QoQ และ YoY เราคาดว่า SCC จะรายงานกำไรปกติที่ 8 พันลบ. ใน 2Q69 หลักๆ ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจเคมิคอลส์ นำโดย:
1) การปรับตัวเพิ่มขึ้นของส่วนต่างราคา HDPE มาอยู่ที่ US$525/ตัน (+45% YoY และ +62% QoQ) และส่วนต่างราคา PP มาอยู่ที่ US$437/ตัน (+24% YoY และ +53% QoQ) จากภาวะตลาดตึงตัว (อุปสงค์แข็งแกร่งและอุปทานจำกัด)
2) การวางตำแหน่งทางการตลาดที่แข็งแกร่งของ SCC โดยมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ HVA (60-70% ของยอดขายรวม) ซึ่งสามารถตั้งราคาพรีเมียมสูงกว่าสินค้า commodity grade ราว 100-200 เหรียญฯ/ตัน และ
3) การมีสต็อกสินค้าเคมีภัณฑ์หนึ่งเดือน ซึ่งคาดว่าจะหนุนให้กำไรปรับขึ้นจากระดับการดำเนินงานปกติได้อีกราว 1 พันลบ.
ทั้งนี้ การปรับตัวดีขึ้นดังกล่าวเกิดขึ้นแม้เราคาดว่าจุดคุ้มทุนเงินสดของ SCC จะปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว US$450-500/ตัน ใน 2Q69 ตามการปรับขึ้นของราคาน้ำมันดิบระหว่างไตรมาส ด้วยเหตุนี้ เราจึงคาดว่าผลการดำเนินงานของธุรกิจเคมิคอลส์จะปรับตัวดีขึ้นเป็นกำไร 540 ลบ. ใน 2Q69 (เทียบกับ 1Q69: ขาดทุน 2.7 พันลบ., 2Q68: ขาดทุน 1.3 พันลบ.) นอกจากนี้ เราคาดว่า SCC จะบันทึกรายได้เงินปันผลจำนวนมากราว 1.5-2.0 พันลบ. จาก Toyota และ Kubota Thailand ใน 2Q69 สำหรับธุรกิจซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง (CBM) เราคาดว่าผลประกอบการปกติจะทรงตัว YoY เนื่องจากราคาขายซีเมนต์เฉลี่ย (ASP) ที่สูงขึ้นจะช่วยชดเชยต้นทุนพลังงานและถ่านหินที่เพิ่มขึ้น
แนวโน้ม 3Q69 จะกลับสู่ระดับปกติ เราคาดว่ากำไรปกติใน 3Q69 ของ SCC จะลดลงสู่ระดับปกติที่ 3 พันลบ. เนื่องจากเราคาดว่าส่วนต่างราคา HDPE/PP จะลดลงมาสู่ระดับปกติหลังจากอยู่ในระดับสูงผิดปกติใน 2Q69 โดยเราพบว่าส่วนต่างราคา HDPE ลดลงมาอยู่ที่ US$397/ตัน ใน 3Q69TD (+20% YoY และ -24% QoQ) และส่วนต่างราคา PP ลดลงมาอยู่ที่ US$455/ตัน ใน 3Q69TD (+40% YoY และ -10% QoQ)
นอกจากนี้ การปิดโรงงานปิโตรเคมี 2 แห่งชั่วคราวจะทำให้ SCC ต้องบันทึกต้นทุนคงที่จำนวน 400 ลบ./เดือน อีกทั้งเรายังคาดว่าส่วนต่างราคา HDPE ในระยะกลางจะกลับมาอยู่ที่ราวUS$300-320/ตัน แต่ยังดีกว่าระดับต่ำสุดของปีก่อนที่ US$280/ตัน จากการควบรวมและปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมปิโตรเคมี (เกาหลี ญี่ปุ่น ยุโรป) รวมถึงแผน 5 ปีของจีน (ปี 2569-2573) เพื่อลดการแข่งขันในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์และกำจัดโรงงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ
ปรับประมาณการกำไร เราปรับประมาณการกำไรปกติของ SCC เพิ่มขึ้นเป็น 1.45 หมื่นลบ. (+107%) ในปี 2569 เพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานธุรกิจเคมิคอลส์ที่ดีกว่าคาด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากประโยชน์ระยะสั้นจากภาวะตลาดที่ตึงตัว และผลประกอบการที่แข็งแกร่งขึ้นของ SCGP สำหรับปี 2570 เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติเป็น 1.36 หมื่นลบ. (+21%) เพื่อรวมโอกาสที่จะประหยัดต้นทุน (+2 พันลบ. ในปี 2570) จากโครงการอีเทนได้ (คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2H70) เข้ามาในประมาณการด้วย
กลยุทธ์การลงทุนและคำแนะนำ เราคงคำแนะนำ NEUTRAL สำหรับ SCC แม้คาดว่ากำไรปกติ 2Q69 จะออกมาแข็งแกร่ง เนื่องจากเราคาดว่าปัจจัยบวกระยะสั้นจะทยอยหายไป โดยคาดว่ากำไรปกติจะกลับสู่ระดับปกติใน 2H69 รวมถึงยังต้องติดตามถึงการจัดหาวัตถุดิบให้ได้ต่อเนื่อง ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ที่เราปรับใหม่อยู่ที่ 268 บาท (เพิ่มขึ้นจาก 238 บาท) อ้างอิงวิธี SOTP (EV/EBITDA ที่ 8 เท่า สำหรับธุรกิจเคมิคอลส์และบรรจุภัณฑ์, 8 เท่า สำหรับธุรกิจซีเมนต์ และ PBV 1.5 เท่า สำหรับบริษัทร่วม)
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และสถานการณ์อุปทานล้นตลาดในธุรกิจซีเมนต์และธุรกิจเคมิคอลส์