โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กมธ.ทหาร จัดเวทีเสวนา หนุนโครงการจัดหาเรือฟริเกต 4 ลำ ขณะที่กองทัพเรือเปิดข้อมูล TOR ย้ำขั้นตอนคัดเลือกเข้มข้น

THE STANDARD

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
กมธ.ทหาร จัดเวทีเสวนา หนุนโครงการจัดหาเรือฟริเกต 4 ลำ ขณะที่กองทัพเรือเปิดข้อมูล TOR ย้ำขั้นตอนคัดเลือกเข้มข้น

วันนี้ (10 กรกฎาคม) คณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร เปิดเวทีสัมมนา เรื่อง “ยุทธศาสตร์งบประมาณความมั่นคงกับการพัฒนาอุตสาหกรรมต่อเรือและการพึ่งพาตนเองของประเทศ” ที่อาคารราชนาวิกสภา โดยมีผู้แทนกองทัพเรือ เครือข่ายผู้ประกอบการอู่ต่อเรือ ร่วมสัมมนา

ฉัตร สุภัทรวณิชย์ รองประธานคณะกรรมาธิการ ระบุว่า โครงการจัดหาเรือฟริเกตของกองทัพเรือเป็นประเด็นที่สังคมสนใจ เพราะมีความเกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณด้านความมั่นคง โดยการสัมมนาครั้งนี้ เพื่อเป็นเวทีกลางแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบนพื้นฐานข้อมูล ข้อเท็จจริงตามหลักวิชาการ

ขณะที่ พล.ร.ต. ศราวุธ ชิยางคบุตร ผอ.สำนักนโยบายและแผน กรมส่งกำลังบำรุงทหารเรือ ระบุว่า กองทัพเรือมีบทบาทเกี่ยวกับเรื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ใน 3 มิติ คือเป็นผู้จัดหา ใช้งาน และซ่อมบำรุง ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

สำหรับโครงการจัดหาเรือฟริเกต กำหนดขอบเขตการจัดซื้อ หรือ TOR ที่เข้มข้น รัดกุม และครอบคลุมถึงข้อเสนอการชดเชยทางเศรษฐกิจ (Offset Policy)

โดยมีแนวคิดว่า โครงการเรือฟริเกตไม่ใช่แค่จัดหาอาวุธ แต่เป็นการลงทุนเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจของประเทศ และพึ่งพาตนเอง ซึ่งระบุไว้ใน TOR ว่า บริษัทที่ยื่นแข่งขันต้องมีข้อเสนอ Offset Policy 5 ด้าน คือ 1. ลงทุนในไทย 2. วิจัยพัฒนาถ่ายทอดเทคโนโลยี 3. ฝึกอบรมพัฒนาทักษะบุคลากรไทย 4. ร่วมผลิตกับไทย และ 5. การให้ความช่วยเหลืออื่นๆ

พล.ร.ต. ศราวุธ กล่าวอีกว่า Offset Policy ที่จ่ายจริงต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 หรือ 2,500 ล้านบาท จากมูลค่าโครงการเรือฟริเกต 1.7 หมื่นล้านบาท และยังมีการคำนวณมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ถ่ายได้ประโยชน์สูงสุด ซึ่งความพิเศษของโครงการนี้คือการใช้ระบบประเมินคะแนนตามเกณฑ์มาตรฐานสากลที่บริษัทผลิตจากทุกประเทศต้องยอมรับ ซึ่งอาจถือเป็นโครงการต้นแบบการจัดหาโครงการขนาดใหญ่อื่นๆ ได้

ทั้งนี้ เชื่อว่า สุดท้ายแล้วโครงการนี้จะวิน-วินทุกฝ่าย แต่ประเด็นสำคัญคือกองทัพเรือจะได้เรือฟริเกตครบ 4 ลำ ตามยุทธศาสตร์ที่ระบุไว้ในสมุดปกขาวหรือไม่

พล.ร.ต. ศราวุธ ย้ำว่า กองทัพเรือมีความมุ่งมั่นเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และ Office Policy ที่ได้รับจะช่วยพัฒนาบุคลากรของไทย และนำไปสู่การพึ่งพาตนเองในอนาคต

ขณะที่ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร สนับสนุนแนวคิดการจัดหาเรือฟริเกตของกองทัพเรือที่เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรมต่อเรือในไทย เพราะมองว่า ไม่ใช่แค่นำเงินไปซื้อเรือรบ แต่เป็นการเหนี่ยวนำให้เกิดการลงทุน และทำให้หลายฝ่ายออกมาปกป้องโครงการนี้เพราะประเด็นสำคัญคือการสนับสนุนการต่อเรือในประเทศ เกิดการจ้างงานหมุนเวียนในห่วงโซ่อุปทาน ถือว่าเป็นโอกาสพลิกฟื้นประเทศ และสนับสนุนให้คราวเดียวกัน 4 ลำ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด

ด้าน ภัทรวิน จงวิศาล เลขาธิการสมาคมต่อเรือและซ่อมเรือไทย ในฐานะตัวแทนผู้ประการ ที่ยืนยันว่ามาตรฐานการต่อเรือของเอกชนในไทยมีความพร้อม 100% ภายใต้ความร่วมมือของสมาคมอู่ต่อเรือรวม 8 อู่ ที่พร้อมใช้ขีดความสามารถต่อเรือฟริเกตในไทย และอาจจะใช้ศักยภาพอู่เรือมหิดลฯ กองทัพเรือ เป็นฐานการผลิตร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อน เศรษฐกิจ ลดการนำเข้าและส่งเสริมการส่งออก

ภัทรวินกล่าวอีกว่า กองทัพเรือต้องการจัดหาเรือฟริเกต 4 ลำ ในกรอบเวลา 14 ปี ซึ่งหากโครงการเกิดขึ้นได้ตามแผน จะทำให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาต่อยอดทางเทคโนโลยี ถือเป็นจุดเริ่มต้นและเป็นโอกาสให้เอกชนไทยขยายการผลิตออกสู่ตลาดโลก

ส่วนความคืบหน้าโครงการจัดหาเรือฟริเกตของกองทัพเรือ ลำที่ 1 มูลค่า 1.7 หมื่นล้านบาท อยู่ระหว่างขั้นตอนการสรุปเลือกบริษัทผู้ผลิตตามที่มีหลายบริษัทยื่นข้อเสนอเข้ามา เช่น บริษัทจากเกาหลีใต้ ตุรกี และสเปน

ส่วนโครงการจัดหาเรือฟริเกตลำที่ 2 ยังชะลอออกไปและคาดว่าจะเสนอเข้ามาใหม่ ในปีงบประมาณ 2571 สำหรับเรือฟริเกตลำที่ 3 และลำ 4 อยู่ในแผนการจัดหาในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...