โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จีนระงับส่งออกฮีเลียมชั่วคราว หวั่นวิกฤติตะวันออกกลางกระทบผลิตชิป

เดลินิวส์

อัพเดต 11 กรกฎาคม 2569 เวลา 1.00 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
รัฐบาลปักกิ่งสั่งระงับการส่งออกก๊าซฮีเลียมทันที เพื่อป้องกันการขาดแคลนภายในประเทศ หลังความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่าน เสี่ยงกระทบห่วงโซ่อุปทาน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ว่า กระทรวงพาณิชย์จีนประกาศระงับการส่งออกก๊าซฮีเลียมเป็นการชั่วคราว โดยมีผลบังคับใช้ทันที โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับการกลับมาปะทุของความขัดแย้งทางทหารในตะวันออกกลาง ระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน สร้างความกังวลว่า อาจทำให้ก๊าซฮีเลียม ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ ขาดแคลนอีกครั้ง

ทั้งนี้ สงครามระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน ซึ่งมีความรุนแรงเมื่อช่วงปลายเดือน ก.พ. ถึงเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนก๊าซฮีเลียม และสร้างผลกระทบต่อบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงในจีน ซึ่งอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ของประเทศ พึ่งพาชิปที่ผลิตภายในประเทศมากขึ้น สำหรับการฝึกและประมวลผลโมเดลเอไอ โดยก๊าซฮีเลียมมีบทบาทสำคัญ ในการควบคุมอุณหภูมิระหว่างกระบวนการผลิตเซมิคอนดักเตอร์

มาตรการระงับการส่งออกฮีเลียมครั้งนี้ ถือเป็นตัวอย่างล่าสุดของความพยายามของรัฐบาลปักกิ่ง ในการป้องกันการขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญภายในประเทศ ด้วยการจำกัดการส่งออก ก่อนหน้านี้ จีนเคยใช้มาตรการลักษณะเดียวกันกับเชื้อเพลิง ปุ๋ย และกรดซัลฟิวริก

ขณะเดียวกัน จีนยังเดินหน้าขยายขีดความสามารถในการผลิตชิปภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาชิปประสิทธิภาพสูงของบริษัทเอ็นวิเดีย ซึ่งอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...