โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดลิสต์หุ้นรับอานิสงส์ หลัง ADB ดันโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเอเชีย

Wealthy Thai

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 25 พ.ค. เวลา 01.38 น.

การผลักดันงบลงทุนมูลค่า 70,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐของ Asian Development Bank (ADB) เพื่อสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและดิจิทัลทั่วภูมิภาคเอเชีย ยิ่งตอกย้ำแนวโน้มที่ไทยกำลังเร่งเดินหน้าอยู่แล้ว นั่นคือการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง AI และดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) สำคัญของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โครงการดังกล่าวที่ประกาศในเดือนพฤษภาคม 2026 มีเป้าหมายเพื่อขยายระบบการเชื่อมต่อดิจิทัล (Digital Connectivity), โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ (Cloud Infrastructure), และระบบพลังงานที่จำเป็นต่อความต้องการ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม วงจรการลงทุนของไทยเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ก่อนการประกาศของ ADB แล้ว หลังคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อนุมัติโครงการดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลรวมมูลค่ากว่า 720,000 ล้านบาท โดยมีบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลก อย่าง Microsoft, AWS, Google และ TikTok ขยายการลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง
โดยตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2026 บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ได้หยิบยกหุ้นหลายตัวในธีมนี้ ที่ดูมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเติบโตของปริมาณการรับส่งข้อมูล (Data Traffic), ความต้องการใช้ไฟฟ้า, การพัฒนานิคมอุตสาหกรรม, และงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงกับการขยายตัวของผู้ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก
ซึ่งเมื่อข่าวของ ADB ออกมา ก็ยิ่งตอกย้ำโอกาสที่หุ้นของบริษัทเหล่านี้จะได้รับประโยชน์สูง ทำให้เราต้องกลับมาจับตาหุ้นเหล่านี้กัน

กลุ่มโทรคมนาคม ได้อานิสงส์จากการเติบโตของ AI

หนึ่งในกลุ่มที่ถูกมองว่าได้ประโยชน์ชัดเจนคือผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ของไทยอย่าง ADVANC และ TRUE
ดาต้าเซ็นเตอร์ที่รองรับ AI ยุคใหม่ต้องการโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง, ความหน่วงต่ำ (Low-Latency), และโครงสร้างไฟเบอร์ (Fiber Infrastructure) ความหนาแน่นสูง เพื่อรองรับการประมวลผลและการรับส่งข้อมูลจำนวนมหาศาล
ก่อนหน้านี้ บล.กรุงศรี มองว่า ADVANC มีจุดแข็งจากกลยุทธ์โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ทั้งบริการคลาวด์สำหรับองค์กรและโซลูชัน Private 5G ซึ่งอาจช่วยสร้างรายได้ประจำระยะยาวจากบริษัทเทคโนโลยีข้ามชาติที่ดำเนินธุรกิจในไทย
นอกจากนี้ บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกหลายแห่งยังนิยมจัดเก็บและรับส่งข้อมูลภายในประเทศ เนื่องจากข้อกำหนดด้านอธิปไตยข้อมูล (Data Sovereignty) ซึ่งยิ่งเพิ่มความสำคัญให้กับผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมในประเทศ

กลุ่มพลังงาน มีโอกาสได้แรงหนุนจากความต้องการไฟฟ้าระยะยาว

ไฟฟ้าอาจกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดของการขยายตัว AI ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่สำหรับ AI สามารถใช้ไฟฟ้าเทียบเท่าหลายหมื่นครัวเรือน โดยเฉพาะเมื่อการฝึกโมเดล AI ที่ใช้หน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
สิ่งนี้ทำให้ผู้ผลิตไฟฟ้าไทยอย่าง GULF และ GPSC ถูกมองว่าอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบ
บล.กรุงศรี มองว่าทั้งสองบริษัทมีความเกี่ยวข้องกับโครงการพลังงานขนาดใหญ่ (Utility-Scale Energy Projects) และมีบทบาทเพิ่มขึ้นในการจัดหาไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพให้กับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม ได้ประโยชน์จากการขยายตัวของ Hyperscalers

ดาต้าเซ็นเตอร์ไม่ได้ต้องการเพียงเซิร์ฟเวอร์และไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังต้องการที่ดินขนาดใหญ่พร้อมโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น

  • สถานีไฟฟ้าแรงสูง (High-Voltage Substations)

  • ระบบไฟเบอร์ออปติก (Fiber Optic Connectivity)

  • ระบบน้ำ

  • โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม

  • ใบอนุญาตและผังอุตสาหกรรม

นี่จึงเป็นเหตุผลที่บริษัทพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอย่าง AMATA และ WHA ถูกมองว่าอาจเป็นผู้ได้รับประโยชน์สำคัญ
พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) กลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์หลักของไทย เนื่องจากมีที่ดินพร้อมระบบสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐานรองรับอยู่แล้ว ช่วยลดระยะเวลาการก่อสร้างของโครงการขนาดใหญ่ได้อย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกแข่งขันกันเพิ่มกำลังรองรับ AI ในภูมิภาค พื้นที่อุตสาหกรรมแบบ “พร้อมสร้างทันที” (Ready-to-Build) ก็อาจกลายเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อย ๆ

กลุ่มก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน อาจได้แรงหนุนจากรอบลงทุนใหม่

การก่อสร้างศูนย์ข้อมูลสำหรับ AI ยังสร้างโอกาสให้กับบริษัทวิศวกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน บริษัทอย่าง CK และ BEM อาจได้รับประโยชน์จากงานด้านต่างๆ เช่น

  • ระบบระบายความร้อนเฉพาะทาง

  • การวางสายไฟเบอร์ใต้ดิน

  • ระบบไฟฟ้ากำลังสูง

  • งานเสริมความแข็งแรงป้องกันแรงสั่นสะเทือน

  • การขยายระบบสาธารณูปโภค

ก่อนหน้านี้ กรุงศรีมองว่าบริษัทเหล่านี้อาจได้ประโยชน์จากกระแสเงินลงทุนต่างชาติ (Foreign Direct Investment: FDI) และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทยที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อโครงการดาต้าเซ็นเตอร์และ AI ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก
และต่างจากการก่อสร้างทั่วไป ดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ Hyperscale มีความซับซ้อนสูง ต้องใช้ระบบไฟฟ้า ระบบระบายความร้อน และวิศวกรรมเฉพาะทาง ทำให้ผู้รับเหมาที่มีประสบการณ์อาจมีโอกาสสร้างรายได้ระยะยาวจากโครงการเหล่านี้ได้มากขึ้น

ทำไมธีมนี้จะยังไปต่อได้

การประกาศของ ADB ไม่ได้เป็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้มสำหรับธีมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล แต่เป็นการยืนยัน แนวโน้มที่เกิดขึ้นในไทยอยู่แล้ว เพราะไทยสามารถดึงดูดโครงการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลจำนวนมากได้ก่อนที่แผนลงทุนระดับภูมิภาคจะถูกประกาศออกมาเสียอีก
ขณะเดียวกัน การที่กรุงศรียังคงเป้าหมายดัชนี SET ที่ระดับ 1,600 จุดในเดือนพฤษภาคม 2026 พร้อมย้ำธีมผู้ได้ประโยชน์กลุ่มเดิม สะท้อนว่านักวิเคราะห์ยังมองเห็นโอกาสการเติบโตต่อเนื่องอีกหลายปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...