“เรือบรรทุกน้ำมันดิบ-LNG” เริ่มทยอยออกจากฮอร์มุซ หลังติดค้างเกือบ 3 เดือน
"เรือบรรทุกน้ำมันดิบ-LNG" เริ่มทยอยออกจากฮอร์มุซ หลังติดค้างเกือบ 3 เดือน ขณะที่ตลาดจับตาความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 07.41 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ข้อมูลการเดินเรือล่าสุด ระบุว่า เรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ลำหนึ่งกำลังแล่นออกจากช่องแคบฮอร์มุซมุ่งหน้าสู่ปากีสถานในวันจันทร์ ขณะที่เรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่พิเศษ (VLCC) ซึ่งขนน้ำมันดิบจากอิรักไปยังจีน ได้ออกจากอ่าวตะวันออกกลางตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา หลังติดค้างอยู่ในพื้นที่นานเกือบ 3 เดือน
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและ LNG ราว 20% ของโลก ถูกจำกัดอย่างหนัก
เรือทั้งสองลำเป็นส่วนหนึ่งของเรือบรรทุกพลังงานจำนวนไม่มากที่สามารถเดินทางออกจากอ่าวเปอร์เซียได้ในเดือนนี้ ผ่านเส้นทางเดินเรือพิเศษที่อิหร่านกำหนดไว้ โดยในสัปดาห์ก่อน มีเรือ VLCC จำนวน 3 ลำขนส่งน้ำมันดิบรวม 6 ล้านบาร์เรลเดินทางไปยังจีนและเกาหลีใต้สำเร็จ
ข้อมูลจาก LSEG และ Kpler ระบุว่าเรือบรรทุก LNG ชื่อ “Fuwairit” ซึ่งจดทะเบียนภายใต้ธงบาฮามาส กำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในวันจันทร์ และมีกำหนดส่งมอบก๊าซที่ปากีสถานในวันอังคาร โดยเรือลำดังกล่าวบรรทุก LNG จากท่าเรือราส ลัฟฟาน ของกาตาร์มาตั้งแต่ราววันที่ 28 มีนาคม
ส่วนเรือ VLCC “Eagle Verona” ซึ่งออกจากช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันเสาร์ มีกำหนดเดินทางถึงท่าเรือหนิงโป ทางตะวันออกของจีน ในวันที่ 12 มิถุนายน เพื่อขนถ่ายน้ำมันดิบเกือบ 2 ล้านบาร์เรลจากแหล่งบาสราห์ของอิรัก
เรือลำนี้ใช้ธงสิงคโปร์ และถูกเช่าโดย Unipec ซึ่งเป็นบริษัทการค้าของ Sinopec โรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของเอเชีย โดยข้อมูลระบุว่า ได้บรรทุกน้ำมันมาตั้งแต่ประมาณวันที่ 26 กุมภาพันธ์ หรือก่อนสงครามปะทุเพียงไม่นาน
ก่อนเกิดสงคราม ปริมาณเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 125-140 ลำ แต่ปัจจุบันมีลูกเรือราว 20,000 คนยังคงติดค้างอยู่ภายในอ่าวเปอร์เซีย บนเรือหลายร้อยลำที่ไม่สามารถเดินทางออกจากพื้นที่ได้ ท่ามกลางความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง
อ้างอิง : www.reuters.com