โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“เรือบรรทุกน้ำมันดิบ-LNG” เริ่มทยอยออกจากฮอร์มุซ หลังติดค้างเกือบ 3 เดือน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 พ.ค. เวลา 09.51 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. เวลา 02.51 น.

"เรือบรรทุกน้ำมันดิบ-LNG" เริ่มทยอยออกจากฮอร์มุซ หลังติดค้างเกือบ 3 เดือน ขณะที่ตลาดจับตาความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่าน

วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 07.41 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ข้อมูลการเดินเรือล่าสุด ระบุว่า เรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ลำหนึ่งกำลังแล่นออกจากช่องแคบฮอร์มุซมุ่งหน้าสู่ปากีสถานในวันจันทร์ ขณะที่เรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่พิเศษ (VLCC) ซึ่งขนน้ำมันดิบจากอิรักไปยังจีน ได้ออกจากอ่าวตะวันออกกลางตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา หลังติดค้างอยู่ในพื้นที่นานเกือบ 3 เดือน

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและ LNG ราว 20% ของโลก ถูกจำกัดอย่างหนัก

เรือทั้งสองลำเป็นส่วนหนึ่งของเรือบรรทุกพลังงานจำนวนไม่มากที่สามารถเดินทางออกจากอ่าวเปอร์เซียได้ในเดือนนี้ ผ่านเส้นทางเดินเรือพิเศษที่อิหร่านกำหนดไว้ โดยในสัปดาห์ก่อน มีเรือ VLCC จำนวน 3 ลำขนส่งน้ำมันดิบรวม 6 ล้านบาร์เรลเดินทางไปยังจีนและเกาหลีใต้สำเร็จ

ข้อมูลจาก LSEG และ Kpler ระบุว่าเรือบรรทุก LNG ชื่อ “Fuwairit” ซึ่งจดทะเบียนภายใต้ธงบาฮามาส กำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซในวันจันทร์ และมีกำหนดส่งมอบก๊าซที่ปากีสถานในวันอังคาร โดยเรือลำดังกล่าวบรรทุก LNG จากท่าเรือราส ลัฟฟาน ของกาตาร์มาตั้งแต่ราววันที่ 28 มีนาคม

ส่วนเรือ VLCC “Eagle Verona” ซึ่งออกจากช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันเสาร์ มีกำหนดเดินทางถึงท่าเรือหนิงโป ทางตะวันออกของจีน ในวันที่ 12 มิถุนายน เพื่อขนถ่ายน้ำมันดิบเกือบ 2 ล้านบาร์เรลจากแหล่งบาสราห์ของอิรัก

เรือลำนี้ใช้ธงสิงคโปร์ และถูกเช่าโดย Unipec ซึ่งเป็นบริษัทการค้าของ Sinopec โรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของเอเชีย โดยข้อมูลระบุว่า ได้บรรทุกน้ำมันมาตั้งแต่ประมาณวันที่ 26 กุมภาพันธ์ หรือก่อนสงครามปะทุเพียงไม่นาน

ก่อนเกิดสงคราม ปริมาณเรือที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 125-140 ลำ แต่ปัจจุบันมีลูกเรือราว 20,000 คนยังคงติดค้างอยู่ภายในอ่าวเปอร์เซีย บนเรือหลายร้อยลำที่ไม่สามารถเดินทางออกจากพื้นที่ได้ ท่ามกลางความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...