โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

โป๊ปเลโอที่ 14 เรียกร้องกำกับดูแล AI จริงจัง เตือนป้องกันไม่ให้เทคโนโลยีครอบงำมนุษยชาติ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 23.56 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 เรียกร้องให้ทั่วโลกเร่งวางกรอบกำกับดูแล AI อย่างจริงจัง เตือนป้องกันไม่ให้เทคโนโลยีครอบงำมนุษยชาติ

วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.31 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทรงเรียกร้องให้ปลดอาวุธปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อปกป้องมนุษยชาติจากอันตรายของเทคโนโลยี พร้อมร่วมวงถกเถียงระดับโลกเกี่ยวกับการกำกับดูแล AI ซึ่งกำลังเปลี่ยนแปลงโลกอย่างรวดเร็ว

ในสารสำคัญฉบับใหม่ถึงคริสตจักรคาทอลิก พระองค์ทรงเรียกร้องให้ AI เป็นมิตรกับมนุษย์มากขึ้น และหลุดพ้นจากการผูกขาดของกลุ่มอำนาจหรือบริษัทขนาดใหญ่ โดยไม่ควรถูกใช้เพื่อผลประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์หรือเชิงพาณิชย์เพียงอย่างเดียว

“การปลดอาวุธ หมายถึงการปฏิเสธแนวคิดที่ว่า อำนาจทางเทคโนโลยีจะมอบสิทธิในการปกครองโดยอัตโนมัติ” พระสันตะปาปาตรัสในสมณสาส์นฉบับใหม่ชื่อ Magnifica humanitas หรือ “มนุษยชาติอันยิ่งใหญ่” พร้อมย้ำว่า “การปลดอาวุธไม่ได้หมายถึงการปฏิเสธเทคโนโลยี แต่คือการป้องกันไม่ให้เทคโนโลยีครอบงำมนุษย์”

การออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนของพระสันตะปาปาชาวอเมริกันพระองค์แรก อาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางแนวคิดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ซึ่งสนับสนุนแนวทางลดกฎระเบียบด้าน AI เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันกับจีน

พระสันตะปาปา ทรงเข้าร่วมการถกเถียงที่กำลังร้อนแรงทั่วโลกเกี่ยวกับการควบคุม AI ท่ามกลางความกังวลว่าเทคโนโลยีดังกล่าวอาจสร้างความปั่นป่วนต่อระบบการเงิน ใช้กำหนดเป้าหมายโจมตีทางทหาร หรือแม้กระทั่งเข้ามาแทนที่มนุษย์ในกระบวนการตัดสินใจจำนวนมากในอนาคต

สมณสาส์นฉบับนี้ถือเป็นเอกสารสำคัญที่สุดนับตั้งแต่พระองค์ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำชาวคาทอลิกกว่า 1.4 พันล้านคนทั่วโลกเมื่อปีก่อน โดยสมณสาส์นถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่พระสันตะปาปาใช้ชี้นำประเด็นศีลธรรมต่อความท้าทายระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสภาพภูมิอากาศ การอพยพ หรือเทคโนโลยี

ด้วยพื้นฐานด้านคณิตศาสตร์ พระสันตะปาปาเลโอยังทรงเตือนถึงอันตรายของการใช้ AI ในสงคราม โดยย้ำว่า “ไม่มีอัลกอริทึมใดทำให้สงครามเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ทางศีลธรรม”

พระองค์ระบุว่า AI ไม่ได้ลดความโหดร้ายของสงคราม แต่กลับอาจทำให้สงครามเกิดขึ้นรวดเร็วขึ้น และทำให้ผู้คนรู้สึกห่างเหินจากผลกระทบของความขัดแย้งมากขึ้น พร้อมเตือนว่าบางฝ่ายอาจใช้สงครามเป็นเครื่องมือเบี่ยงเบนปัญหาภายในประเทศ

คำเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ทั่วโลกกำลังกังวลเกี่ยวกับ Mythos เครื่องมือ AI ของ Anthropic ซึ่งสามารถค้นหาช่องโหว่ในระบบไอทีได้ และสร้างความวิตกเกี่ยวกับความมั่นคงไซเบอร์ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

ทั้งนี้วาติกันยังเชิญ Christopher Olah ผู้ร่วมก่อตั้ง Anthropic และผู้เชี่ยวชาญด้าน machine learning เข้าหารือเกี่ยวกับประเด็น AI ด้วย โดยบริษัทผู้พัฒนาแชตบอต Claude เคยมีความเห็นขัดแย้งกับรัฐบาลทรัมป์เกี่ยวกับการนำ AI ไปใช้ในสงครามและการสอดส่องข้อมูล

ด้าน เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งนับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิก และมีความใกล้ชิดกับ Peter Thiel นักลงทุนรายใหญ่ใน OpenAI ยอมรับว่า ความเห็นของพระสันตะปาปาในประเด็น AI จะส่งผลต่อสังคมโลกอย่างแน่นอน แม้เขาอาจเห็นด้วยเพียงบางส่วน

ก่อนหน้านี้ พระสันตะปาปาเลโอและทรัมป์เคยมีจุดยืนขัดแย้งกันเกี่ยวกับสงครามอิหร่าน ขณะที่ Peter Thiel เคยเดินทางไปกรุงโรมเมื่อต้นปีเพื่อบรรยายประเด็นด้านศาสนาและปรัชญา ซึ่งถูกวิจารณ์โดยที่ปรึกษาวาติกันบางส่วนว่าเป็นแนวคิดแบบเสรีนิยมสุดโต่ง

คริสตจักรคาทอลิกเริ่มออกมาแสดงความกังวลเรื่อง AI มากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยย้ำว่า เทคโนโลยีทรงพลังเช่นนี้จำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์กำกับ เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และประโยชน์ส่วนรวม

พระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ยังอ้างอิงถึงสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 13 ซึ่งนำคริสตจักรผ่านยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งแรก และเคยเตือนถึงผลกระทบของเครื่องจักรต่อแรงงาน โดยพระองค์มองว่า AI กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อโลกแรงงานในลักษณะเดียวกัน

“พระองค์ต้องการให้ AI ไม่ได้ถูกขับเคลื่อนเพียงด้วยเศรษฐกิจ หรือเพื่อทำให้มหาเศรษฐีร่ำรวยขึ้นเท่านั้น แต่ต้องมีขอบเขตและกฎเกณฑ์ในการใช้งาน” บาทหลวงโธมัส รีส นักวิเคราะห์อาวุโสด้านคาทอลิกกล่าว

ปัจจุบัน AI กลายเป็นประเด็นที่สร้างความแตกแยกทั่วโลก ตั้งแต่กรณีแชตบอตชักจูงผู้ใช้งานไปสู่การฆ่าตัวตาย ไปจนถึงความกังวลเรื่องการว่างงานครั้งใหญ่ในอนาคต

ท้ายที่สุด พระสันตะปาปาเตือนว่า อันตรายของเทคโนโลยีจะเกิดขึ้นเมื่อเทคโนโลยีเริ่มกำหนดว่าอะไรสำคัญ และอะไรควรถูกทิ้ง จนมนุษย์ถูกลดทอนให้เป็นเพียงฟันเฟืองในระบบที่ขับเคลื่อนด้วยประสิทธิภาพเพียงอย่างเดียว

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...