ระทึกศรีสะเกษ! หนุ่มคลั่งยาชักปืนจ่อหัวตำรวจจราจร
(26 พ.ค. 69) เจ้าหน้าที่ตำรวจงานจราจร สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้ออกตรวจตราความเรียบร้อยภายในเขตเทศบาลเมืองศรีสะเกษตามปกติ กระทั่งพบชายต้องสงสัยขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ ไอ สีเขียว หมายเลขทะเบียน 7กด-XXXX กรุงเทพมหานคร มีท่าทางพิรุธน่าสงสัย บริเวณถนนรัตนวงษา ช่วงระหว่างสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดศรีสะเกษ กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณเรียกให้หยุดรถเพื่อขอตรวจค้น
ชายคนดังกล่าวยอมจอดรถและเปิดเบาะให้ตรวจสอบแต่โดยดี ทว่าในจังหวะที่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจค้นอยู่นั้น ได้เหลือบไปเห็นอาวุธปืนซุกซ่อนอยู่ใต้เบาะ ทันใดนั้นชายต้องสงสัยได้พยายามเอื้อมมือคว้าอาวุธปืนขึ้นมาหมายจะจ่อยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเปิดทางหนี ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดเนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากโรงเรียนมัธยมชื่อดังไม่ถึง 100 เมตร เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจพุ่งเข้าปัดป้องและแย่งอาวุธปืนไว้ได้ ทำให้คนร้ายตกใจวิ่งหลบหนีเข้าไปภายในบริเวณสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 อย่างรวดเร็ว
หลังเกิดเหตุอุกอาจกลางเมือง พ.ต.อ.นรินทร์ บุปผา ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้สั่งการด่วนที่สุดให้ระดมกำลังตำรวจชุดสืบสวน สายตรวจ และจราจร สนธิกำลังปูพรมปิดล้อมไล่ล่าค้นหาทั้งแบบเดินเท้าและขับรถลาดตระเวน ท่ามกลางความตื่นตระหนกของประชาชนและข้าราชการในละแวกนั้น กระทั่งเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่สามารถปิดล้อมจับกุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้คาพงหญ้ารกร้างด้านหลังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ ทราบชื่อคือ นายดนัย อายุ 21 ปี ซึ่งอยู่ในอาการคลุ้มคลั่งขาดสติอย่างหนัก
ระหว่างควบคุมตัวขึ้นรถสายตรวจ นายดนัยได้โวยวายอาละวาด พยายามเอาศีรษะโขกกับกระบะรถตำรวจหลายครั้งและพยายามกัดลิ้นตัวเอง พร้อมตะโกนซ้ำ ๆ วนไปวนมาว่า "อยากตาย ยิงผมทิ้งที ยิงผมเลย" เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันล็อกตัวด้วยความทุลักทุเล จากการตรวจค้นรถจักรยานยนต์อย่างละเอียด พบยาบ้า 4 เม็ด ซุกซ่อนในซองบุหรี่ใต้เบาะรถ และอาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .38 พร้อมกระสุนเต็มแม็กกาซีนอีก 6 นัด
เบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การวกวนคล้ายคนเสพยาอย่างหนัก แต่ยอมรับว่าของกลางทั้งหมดเป็นของตนจริง เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ พร้อมแจ้งข้อหาหนัก "ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย" เพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป