โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

คนในครอบครัวของน้ององุ่นเป็นผู้ก่อเหตุจนทำให้น้องเสียชีวิต ก่อนมีการนำร่างไปซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้าเพื่อปกปิดเหตุการณ์

สยามนิวส์

เผยแพร่ 06 มิ.ย. เวลา 04.59 น. • Nick
ความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตของ

ความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตของ "น้ององุ่น" เด็กหญิงวัย 7 ขวบ ในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พบร่างของน้องในกอไผ่ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา สร้างความสะเทือนใจและเป็นที่จับตาของสังคม

ต่อมา เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของคดีด้วยตนเอง ณ สถานีตำรวจภูธรสังขละบุรี พร้อมระดมกำลังชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช และตำรวจจากหลายหน่วยงานร่วมคลี่คลายคดีอย่างเต็มที่ ในขณะนั้น เจ้าหน้าที่ได้ตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับการเสียชีวิตไว้ 3 ประเด็น ได้แก่

การเดินพลัดหลงเข้าไปในป่าด้วยตนเอง การถูกผู้อื่นพาตัวไปจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต และการถูกสัตว์มีพิษทำร้าย

อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุการเสียชีวิตได้อย่างชัดเจน เนื่องจากสภาพร่างของผู้เสียชีวิตเริ่มเน่าเปื่อยและอวัยวะภายในเสื่อมสภาพ ทำให้การตรวจหาสารพิษหรือร่องรอยสำคัญเป็นไปด้วยความยากลำบาก

ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน มีรายงานจากชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 หลังจากการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำบุคคลแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยแนวทางการสืบสวนล่าสุดได้เผยให้เห็นว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของน้ององุ่น คือบุคคลใกล้ชิดภายในครอบครัว

รายงานการสืบสวนระบุว่า คนในครอบครัวของน้ององุ่นเป็นผู้ก่อเหตุจนทำให้น้องเสียชีวิต ก่อนมีการนำร่างไปซ่อนไว้ภายในตู้เสื้อผ้าเพื่อปกปิดเหตุการณ์ จากนั้นจึงนำร่างใส่กระสอบและนำไปทิ้งอำพรางไว้บริเวณกอไผ่ ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่พบศพในเวลาต่อมา

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...