โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

คมนาคม ชงครม.อัดงบชดเชย 4,000 ล้าน เก็บค่ารถไฟฟ้าทุกสาย 17-45 บาท

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 9 มิถุนายน 2569 นี้ กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอแนวทางการโอนสิทธิ์การบริหารจัดการ โครงการรถไฟฟ้า ทุกสีและทุกสายให้มาอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) หรือแนวคิดการบริหารรถไฟฟ้ารายเดียว (Single Ownership) นำไปสู่การบริหารจัดการระบบรถไฟฟ้าร่วมกัน รองรับนโยบายตั๋วร่วมของรัฐบาล

ชงครม.ไฟเขียว 4 ประเด็น

สำหรับสาระสำคัญที่กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอให้ที่ประชุมครม. พิจารณา ประกอบด้วย

1.การขอยกเลิกมติ ครม. เดิมที่เกี่ยวข้องกับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ในระยะที่ 2 เพื่อเปลี่ยนผ่านเข้าสู่การใช้โครงสร้างราคาใหม่

2.การขอยกเลิกการมอบหมายให้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) เป็นผู้ดำเนินการระบบศูนย์กลางการจัดสรรรายได้กลาง หรือ Common Clearing House (CCH) โดยจะเปลี่ยนให้หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญทางการเงิน เช่น ธนาคารกรุงไทย เข้ามาดูแลระบบบริหารจัดการรายได้แทน เนื่องจากเป็นระบบที่มีความพร้อมและไม่ต้องลงทุนเพิ่มเติมในสัดส่วนที่สูง

3.การกำหนดนโยบายค่าโดยสารในอัตรา 17-45 บาทต่อเที่ยวสำหรับรถไฟฟ้าทุกสาย

4.การรับทราบผลการประชุมของคณะกรรมการการจัดจัดการจราจรทางบก (คจร.) ที่เห็นชอบให้มีการโอนย้ายการบริหารจัดการรถไฟฟ้าสายสีเขียว, รถไฟฟ้าสายสีทองของกรุงเทพมหานคร (กทม.) และรถไฟฟ้าสายสีแดงของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) มาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ รฟม. เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารจัดการเดินรถ

“ในการประชุมครม.สัปดาห์ที่ผ่านมา ยังไม่สามารถนำเข้าพิจารณาได้ เนื่องจากรอการตอบกลับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จก่อน คาดว่าจะนำกลับมาเสนอได้ภายในสัปดาห์หน้า เบื้องต้นกระทรวงคมนาคมเตรียมปรับโมเดลใหม่ โดยใช้สูตรโครงสร้างราคา 17-45 บาทต่อเที่ยว จากเดิมที่มีนโยบายรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน ซึ่งโมเดลใหม่นี้จะครอบคลุมรถไฟฟ้าทุกเส้นทาง โดยตั้งเป้าหมายจะเริ่มใช้จริงอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2570” นายสิริพงศ์ กล่าว

ขณะเดียวกันหากครม.มีมติเห็นชอบกับแนวทางดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นกระทรวงคมนาคมจะมอบหมายให้หน่วยงานที่กำกับดูแลสัญญาตามมาตรา 43 แห่ง พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ดำเนินการเจรจากับผู้รับสัมปทานแต่ละสัญญาเพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์การจัดเก็บค่าแรกเข้าและการแบ่งรายได้ให้สอดคล้องกับอัตราราคาค่าโดยสารใหม่

หลักการเก็บค่าโดยสาร 17-45 บาท

สำหรับหลักการของโครงสร้างการจัดเก็บค่าโดยสารรถไฟฟ้าอัตรา 17-45 บาท นั้น นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า โมเดลนี้เป็นตัวเลขที่ผ่านการศึกษาจากกรมการขนส่งทางราง (ขร.) มาอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เป็นภาระทางการคลังมากจนเกินไป โดยคาดว่ารัฐบาลจะต้องใช้เงินชดเชยส่วนต่างค่าโดยสารรถไฟฟ้าประมาณปีละ 4,000 ล้านบาท ซึ่งใช้แหล่งเงินทุนจากกองทุนตั๋วร่วมหรือรายได้จากการดำเนินงานของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ที่มีสะสมอยู่ประมาณ 6,000 - 8,000 ล้านบาท

ส่วนรถไฟฟ้าสายสีแดงและรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่ปัจจุบันได้ดำเนินมาตรการรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวันแล้วนั้น จะสิ้นสุดมาตรการในวันที่ 30 พฤศจิกายน นี้ จะยังคงได้รับสิทธิ์การใช้บริการในราคาเดิมและมีการกำหนดเพดานสูงสุดสำหรับการใช้บริการภายในระบบเดียวกันไว้ที่ไม่เกิน 40 บาทต่อวัน โดยในระหว่างที่ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวจะมีการต่ออายุมาตรการรถไฟฟ้าสายสีแดงและรถไฟฟ้าสายสีม่วง ออกไปก่อนอีก 1 ปี

กำหนดเพดานสูงสุด 45 บาท

ทั้งนี้ในกรณีที่ประชาชนผู้ใช้บริการเดินทางข้ามสายจากรถไฟฟ้าสายสีแดงและรถไฟฟ้าสายสีม่วงไปเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายอื่น เช่น รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน หรือรถไฟฟ้าสายสีเขียว จะถูกนำเข้าสู่ระบบการคำนวณราคาใหม่ที่เพดานสูงสุด 45 บาทต่อเที่ยวทันที โดยผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนถ่ายขบวนรถภายในระยะเวลา 30 นาที จะถือเป็นการเดินทางเที่ยวเดียวและมีการจัดเก็บค่าโดยสารรวมกันไม่เกิน 45 บาทต่อเที่ยว ซึ่งระบบจะคำนวณจากระยะทางที่เดินทางจริงและมีการอุดหนุนส่วนต่างราคาคืนให้กับประชาชนผ่านระบบบัตร EMV หรือบัญชีธนาคารโดยตรง ไม่เกิน 3 วันทำการ

“ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ละทิ้งเป้าหมายเดิม โดยเฉพาะแนวคิดรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน หรือตั๋วบุฟเฟต์ที่เคยมีการนำเสนอไว้ก่อนหน้านี้ แต่เราต้องการทำให้รถไฟฟ้าเป็นบริการสาธารณะที่ทุกคนเข้าถึงได้ในราคาถูก แม้ในปัจจุบันอาจจะยังทำไม่ได้ในทุกสาย เนื่องจากติดเงื่อนไขสัญญาสัมปทานเอกชน” นายสิริพงศ์ กล่าว

ยังไม่เจรจาซื้อคืนสัมปทาน

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า รัฐบาลยังไม่มีการเจรจากับเอกชนเพื่อซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้า เนื่องจากในปัจจุบันสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายหลัก โดยเฉพาะรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่จะสิ้นสุดสัญญาลงในปี 2572 โดยทรัพย์สินทั้งหมดจะกลับมาเป็นของรัฐโดยสมบูรณ์ เมื่อถึงเวลานั้นรัฐบาลจะนำนโยบายรถไฟฟ้า 40 บาททุกสีทุกสายมาพิจารณาอีกครั้ง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการซื้อคืนสัมปทานที่ต้องใช้เงินจำนวนมาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...