‘รมว.คลัง’ บอกแล้วแต่ศาล! ชี้ชะตาพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ย้ำ! รัฐบาลจำเป็น
"รมว.คลัง" บอกต้องแล้วแต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ชะตาพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ลั่นสิ่งที่รัฐบาลทำได้ดีที่สุดคือพยายามชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน ย้ำ!! รัฐบาลจำเป็นต้องเปลี่ยนผ่านพลังงาน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำวินิจฉัยพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 วงเงินไม่เกิน 4 แสนล้านบาทว่า ต้องแล้วแต่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ สิ่งที่รัฐบาลทำได้ดีที่สุดคือ พยายามชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนว่ารัฐบาลมีความจำเป็น เนื่องจากประเทศไทยพึ่งพาพลังงานมาก และเรื่องนี้ถือเป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
"เราพึ่งพาน้ำมันมากสะท้อนให้เห็นจากตัวเลขดุลบัญชีเดินสะพัดที่ขาดดุล ส่วนใหญ่มาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น และวันนี้ยังไม่รู้ว่าสงครามจะจบอย่างไรหรือจะเริ่มใหม่หรือไม่ ตรงนี้ทำให้โครงสร้างพื้นฐานพลังงานโลกถูกทำลายลงไปเยอะ ส่งผลต่อราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลในตลาดโลกยังสูงขึ้น" นายเอกนิติ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า เตรียมแผนสำรองในกรณีที่คำพิพากษาของศาลอาจไม่เป็นคุณต่อรัฐบาลไว้หรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า วันนี้ต้องใช้ทุกภาคส่วน และแผนสำคัญที่เราดำเนินการอยู่ในการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน คือ พยายามจับมือนำภาคเอกชนมาร่วมลงทุนผ่านคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.)
เมื่อถามย้ำว่า หากผลออกมาเป็นลบจะมีแผนสำรองไว้หรือไม่ นายเอกนิติ กล่าวว่า จะใช้ความร่วมมือกับภาคเอกชน ในการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งงบประมาณที่จะนำมาช่วยตรงนี้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านได้เร็วขึ้น วันนี้ประเทศไทยจะรอการเปลี่ยนผ่านก็ได้ แต่ถ้ารอจะยิ่งทำให้เศรษฐกิจไทยอ่อนแอ ในขณะที่ราคาน้ำมันตลาดโลกยังสูงและไทยยังต้องนำเข้าในภาวะที่โครงสร้างทางเศรษฐกิจไทยเปราะบางมาก
เมื่อถามว่า มีโครงการที่จะเสนอขอการสนับสนุนจาก พ.ร.ก.กู้เงิน มาบ้างหรือยัง นายเอกนิติ กล่าวว่า ได้มีการพูดคุยบ้างในเรื่องการเปลี่ยนผ่านใช้พลังงานสะอาด รวมทั้งเปลี่ยนผ่านการใช้พลังงานของรถยนต์จากการพึ่งพาน้ำมันดีเซล โดยเฉพาะในภาคขนส่ง ต้องเร่งเปลี่ยนผ่านมาใช้ไบโอดีเซลเป็นพลังงานชีวมวลที่มาจากปาล์ม อ้อย และน้ำตาล ตรงนี้จะมีผลพลอยได้ทำให้เกษตรกรมีรายได้ดีขึ้น
"ผมได้ตัดสินใจเปิดเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว "ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส" เพื่อจะได้อธิบายให้เห็นภาพรวมเศรษฐกิจ และหวังว่าทุกฝ่ายจะได้ช่วยกัน และพร้อมรับฟังความเห็นทั้งบวกและลบอยู่แล้ว ขอให้ทุกคนเข้าไปติดตามความเคลื่อนไหวในเพจดังกล่าวได้" นายเอกนิติ กล่าว
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘เอกนิติ’ เปิดเฟซบุ๊ก หวังสื่อสารนโยบายเศรษฐกิจ พลิกโครงสร้างด้วยการลงทุน
- ‘เอกนิติ’ ย้ำจำเป็นใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน 2 แสนล้าน เร่งปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน
- ‘รัฐบาล’ สั่งโรงรับจำนำรัฐทั่วประเทศ ฟรีดอกเบี้ย 1 เดือนเต็ม
ติดตามเราได้ที่