“ชัชชาติ” ไม่ประมาทแม้โพลนำ วอนคนกรุงออกมาใช้สิทธิ 28 มิ.ย.นี้
วันที่ 15 มิถุนายน 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 9 พร้อมทีมงาน “กรุงเทพฯ ทำงาน” ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนบริเวณหน้ามูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม (ซอยเสือใหญ่) ว่าแม้ผลสำรวจจากโพลหลายสำนักจะชี้ว่าคะแนนนิยมยังคงมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่ได้กำชับทีมงานให้ทำให้ดีที่สุด ในช่วงเวลา 2 สัปดาห์ที่เหลือต่อจากนี้ โดยไม่ต้องสนใจโพลสำรวจความคิดเห็นมากนัก เพราะต้องให้เกียรติประชาชน เนื่องจากสุดท้ายประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินการเลือกตั้งทั้งหมด
นายชัชชาติ ระบุว่า จากการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เห็นปัญหาจริงของคนกรุงเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ตอนนี้นโยบายที่เคยประกาศไว้ ได้เพิ่มขึ้นจาก 251 นโยบาย เป็น 261 นโยบายแล้ว โดยมีนโยบายใหม่ ๆ เกิดขึ้น เพื่อตอบโจทย์พี่น้องประชาชนมากขึ้น
ส่วนกรณีที่ผู้สมัคร สก. หลายคนเริ่มหันมาใช้โทนสีเขียวในการหาเสียงนั้น นายชัชชาติมองว่าโพลสำรวจความคิดเห็นของตนเองไม่ได้ส่งผลต่อคะแนนนิยมของผู้สมัคร สก. มากนัก ประชาชนตัดสินใจเองได้ ซึ่งเสื้อหรือป้ายสีเขียว ก็เป็นสีสากลที่สื่อถึงโลกและความยั่งยืน ไม่ได้มีการจดลิขสิทธิ์ไว้ ดังนั้นใครก็สามารถนำไปใช้ได้
“โทนเขียว เขียวมันก็เป็นเขียวธรรมดานะ พูดถึงว่าโลกความยั่งยืนเป็นสีเขียว ก็คงใช้ทั่วไปได้ ก็ไม่ได้ผูกพันว่าเป็นของเรา เราไม่ได้ไปจดลิขสิทธิ์ไว้ ผมว่าการเลือก ส.ก. มีบทบาทสำคัญนะ ดังนั้นขอให้เลือก สก. ที่ทำงาน ซื่อสัตย์สุจริต ดูแลประชาชน” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติ ย้ำว่า การลงพื้นที่แต่ละครั้ง ก็ได้เจอกับผู้สมัคร สก. ทั้งจากขั้วที่สนับสนุนตนเองและกลุ่มอื่น ๆ จากหลากหลายกลุ่ม ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติที่ต้องเจอคนที่คุ้นเคยกัน เพราะเคยทำงานร่วมกันมานานถึง 4 ปี ยืนยันว่าไม่มีการชี้นำหรือบอกให้ประชาชนเลือกใครเป็นพิเศษ
“ทุกคนรู้มือ รู้ผลงานกันอยู่แล้ว ใครชอบก็เลือก ใครไม่ชอบก็ไม่ต้องเลือก ผมเองไม่ได้บอกให้เลือกใครเลย แต่เรายินดีที่ได้เจอ ทักทายกันในฐานะคนคุ้นเคย และอยากให้เป็นการหาเสียงอย่างสร้างสรรค์” นายชัชชาติ กล่าว
นายชัชชาติ ยอมรับว่า มีความกังวลเรื่องจำนวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง จึงอยากรณรงค์ให้คนกรุงเทพฯ ตื่นตัวกับการเลือกตั้ง ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้ จะไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้าหรือข้ามเขต พร้อมย้ำว่า ผู้ว่าฯ กทม. ต้องมีเสียงสนับสนุนที่แข็งแกร่ง เพราะต้องประสานงานกับหลายหน่วยงาน ดังนั้นถ้ามีฐานเสียงของประชาชนอยู่ข้างหลังเป็นล้าน ๆ คน ก็จะมีพลังในการทำงานมากขึ้น เพราะนั่นคือฉันทามติของประชาชน
นอกจากนี้ ยังฝากทาง กทม. และ กกต. ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ชัดเจน ป้องกันปัญหาการจราจร พร้อมระบุว่าความสำเร็จของ กกต. ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้มาเลือกตั้ง กับความโปร่งใสของการเลือกตั้ง