โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สิทธิสุขภาพ” ในมือนักการเมือง

เดลินิวส์

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
วันนี้มาพู […]

วันนี้มาพูดเรื่องร้อนแรงในวงสาธารณสุขกันบ้าง เมื่อในที่สุดสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ตัดสินใจบรรจุยาฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพ (Gender-Affirming Hormone Therapy)ในชุดสิทธิประโยชน์ให้กับกลุ่ม ผู้มีความหลากหลายทางเพศ โดยใช้งบประมาณกว่า 145 ล้านบาท ครอบคลุมประมาณ 2 หมื่นคน มีผลแล้ว 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา ก็ปลุกคำถามสวนขึ้นทันควันถึงความคุ้มค่าและเกณฑ์การพิจารณาหรือลำดับความสำคัญของสปสช.ในการเคาะให้สิทธิดังกล่าว เนื่องจากหลายฝ่ายมองว่า “การแปลงเพศ” ไม่ใช่โรค และยังไม่เร่งด่วนถึงขั้นที่หากไม่ทำในวันนี้ก็ไม่ก็ไม่ถึงแก่ชีวิต เมื่อเทียบกับโรคอื่นๆ ที่รอให้สปสช.พิจารณาบรรจุให้ยา หรือหัตถการรักษาเข้าไป

เพราะในทางกลับกัน อย่างกรณีของ “วัคซีนไอพีดี : IPD” หรือ วัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส (Pneumococcal Disease) เป็นวัคซีนเสริมที่ใช้ป้องกันแบคทีเรีย Streptococcus pneumoniae ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคปอดอักเสบ (ปอดบวม) เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และการติดเชื้อในกระแสเลือด โดยโรคเหล่านี้อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง พิการ หรือเสียชีวิตได้

ซึ่งเมื่อเทียบกันแล้ว เรื่องวัคซีนไอพีดีนั้น ทางกลุ่มกุมารแพทย์ผลักดันมา ว่า 10 ปี 20 ปีเพื่อให้เด็กไทยได้รับสิทธิ์ในการฉีดวัคซีนดังกล่าวฟรี แต่กลับไม่ได้รับการตอบสนอง จากบอร์ดสปสช. มีการโยกโย้ ยืดเยื้อ อ้างว่าต้องมีการศึกษาประสิทธิภาพความคุ้มค่าความคุ้มทุน ต่างๆ มากมาย กระทั่งมี เด็กต้องเสียชีวิตจากโรค เหล่านี้มากขึ้น บางคนไม่ตายก็พิการ กลุ่มกุมารแพทย์จึงแท็กทีม รวมพลังกันสู้เพื่อเด็กอีกครั้งสุดท้ายบอร์ดสปสช. ก็ยอมรับฟัง แต่เป็นเพียงการพิจารณาให้เพียง เป็นโครงการนำร่องเท่านั้น

ยิ่งเมื่อเทียบสิทธิประโยชน์ 2 เรื่องนี้ ยิ่งทำให้เกิดคำถามต่อการทำหน้าที่ของสปสช. ในฐานะผู้ซื้อบริการ ที่กำลังออกชุดสิทธิประโยชน์แบบสนอง "ฝ่ายการเมือง" ด้วยติดอยู่กับโมเดลความสำเร็จ "30 บาทรักษาทุกโรค" ที่สร้างชื่อให้กับ "พรรคไทยรักไทย" ในอดีตจนมาเป็น "เพื่อไทย" ในวันนี้ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าโครงการนี้ มีประโยชน์มากทำให้คนไทยเข้าถึงระบบการรักษาที่มีประสิทธิภาพ

แต่อย่างที่บอกว่าวันนี้ กลับยึดติดความสำเร็จในอดีต ทำให้นักการเมือง พรรคการเมืองอื่นๆ ที่หมุนเวียนเข้ามาดูแลงานด้านสาธารณสุข อยากจะมีสิทธิประโยชน์ที่เป็นลายเซ็นของตัวเอง ซึ่งหากบ้านเรา มีเงินถุงเงินถังมากพอการอัดชุดสิทธิประโยชน์ให้กับทุกกลุ่มคงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เมื่อเงินมีอยู่อย่างจำกัดจำเขี่ย งบประมาณสำหรับสิทธิประโยชน์ที่จำเป็นยังชักหน้าไม่ถึงหลัง โรงพยาบาลขาดสภาพคล่องกันเป็นแถบจนต้องมาเปิดขอรับบริจาค

แต่สปสช.หลังทำงานแบบออกชุดสิทธิประโยชน์เน้นปริมาณ มากกว่าการจัดลำดับความสำคัญ จึงมีคำถามดังๆ จากการให้ "ฮอรโมนเพศ" ที่ถูกเสนอโดยองค์กรภาคประชาสังคมได้เสนอชุดบริการเข้าสู่การพิจารณาในโครงการพัฒนาสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (UCBP) ในปี 2563 สมัยนายอนุทิน ชาญวีรกูร นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นรมว.สาธารณสุขสมัยนั้น

แต่ปัดตกวัคซีนเด็กครั้งแล้วครั้งเล่า…เป็นเพราะเด็กๆ ยังเลือกตั้งไม่ได้หรือไม่ โดยเฉพาะ “การแปลงเพศ” กว่าบุคคลใด บุคคลหนึ่งจะตัดสินใจเรื่องนี้ได้ อายุอานามที่เข้าสู่วัยทำงาน นั่นหมายความว่าผันตัวเข้าสู่ “ระบบประกันสังคม” พ้นขอบเขตของสปสช.ที่ดูแลสิทธิบัตรทอง

เรื่องนี่ ล่าสุด "นพ.วีระพันธ์ สุวรรณนามัย” สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะรองประธานกรรมาธิการสาธารณสุข วุฒิสภา เชิญสปสช.เข้าชี้แจง ถึงเหตุผลการเร่งรัดให้สิทธิประโยชน์ดังกล่าว หรือมีผลการศึกษา ถึงผลกระทบผลข้างเคียงความปลอดภัย จากการใช้ยาฮอร์โมนดังกล่าวอย่างละเอียดตลอดจนมีการศึกษาความคุ้มทุน คุ้มค่า อย่างไร โดยนพ.วีระพันธ์ ระบุว่า เท่าที่ศึกษามายังไม่มีข้อมูลส่วนนี้ออก มารองรับการอนุมัติสิทธิประโยชน์ดังกล่าว ยิ่งไปกว่านั้นคือเป็นการอนุมัติ ทั้งๆที่ยังไม่มีไกด์ไลน์หรือแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ยาดังกล่าวไปอย่างใด

นอกจากนี้ “ก่อนใช้ยาในกรณีที่แปลงเพศ คำถามคือตอนแปลงเพศผู้รับบริการใช้งบประมาณของตัวเองหรือไม่ หรือ สปสช ให้สิทธิ์การผ่าตัดแปลงเพศฟรีด้วย?" และนี่ก็เป็นคำถามสำคัญที่คนไทยอยากรู้ด้วย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...