โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘พิพัฒน์’ เปิดวิสัยทัศน์คมนาคมไทยสู่มาตรฐานโลก หารือภาคธุรกิจยุโรป – อาเซียน

The Reporters

อัพเดต 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘พิพัฒน์’ เปิดวิสัยทัศน์คมนาคมไทยสู่มาตรฐานโลก หารือภาคธุรกิจยุโรป - อาเซียน เดินหน้า Safe & Green Transport ยกระดับความปลอดภัย - เชื่อมโยงภูมิภาค - ดึงลงทุน สร้างอนาคตคมนาคมเพื่อประชาชน

วันนี้ (16 ก.ค. 69) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้การต้อนรับและหารือร่วมกับคณะผู้แทนสภาธุรกิจสหภาพยุโรป - อาเซียน (EU - ASEAN Business Council : EU-ABC) และผู้แทนภาคธุรกิจยุโรป เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองด้านนโยบายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่งสมัยใหม่ มาตรฐานความปลอดภัยด้านยานยนต์และการขนส่ง ตลอดจนการส่งเสริมการลงทุนและความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวง หัวหน้าหน่วยราชการ ในสังกัดกระทรวงคมนาคมเข้าร่วม ณ ห้องประชุม กระทรวงคมนาคม

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมกำลังขับเคลื่อนการพัฒนาระบบคมนาคมของประเทศภายใต้ยุทธศาสตร์ “Safe and Green Transport” ควบคู่กับ “Inclusive Transport” และ “Efficient Transport” เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการคมนาคมที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เข้าถึงได้อย่างทั่วถึง และมีประสิทธิภาพ พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ของภูมิภาค ในการหารือครั้งนี้ คณะผู้แทนภาคธุรกิจยุโรปได้ให้ความสนใจการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทย ทั้งระบบราง ท่าเรือ และท่าอากาศยาน ตลอดจนความเชื่อมโยงด้านการขนส่งระหว่างประเทศและโอกาสการร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้ยืนยันความคืบหน้าของโครงการสำคัญ อาทิ รถไฟทางคู่สายภาคใต้เชื่อมโยงประเทศไทย - มาเลเซีย รถไฟความเร็วสูงเชื่อมโยงจังหวัดหนองคายและภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้านาทา จังหวัดหนองคาย และการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ และภูเก็ต เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยวในอนาคต

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังเดินหน้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของยานยนต์ให้เป็นไปตาม ข้อกำหนดทางเทคนิคยานยนต์ของสหประชาชาติ (UN Regulations) โดยกรมการขนส่งทางบกมีแผนบังคับใช้มาตรฐานด้านความปลอดภัยเพิ่มเติม อาทิ ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Advanced Emergency Braking System: AEBS) มาตรฐานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ของยานยนต์ ระบบบันทึกข้อมูลการขับขี่ และมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (Advanced Driver Assistance Systems : ADAS) ภายในปี 2572–2573 เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนชาวไทย สำหรับยานยนต์ขับขี่อัตโนมัติขั้นสูง (Automated Driving Systems : ADS) ระดับ 3 - 5 กระทรวงคมนาคมได้วางกรอบแนวทางการทดสอบเทคโนโลยีร่วมกับผู้ผลิตและผู้ประกอบการ ผ่านกลไก Regulatory Sandbox เพื่อพัฒนากฎหมาย มาตรฐาน และโครงสร้างพื้นฐานให้สอดรับกับเทคโนโลยีแห่งอนาคต รวมทั้งศึกษาแนวทางด้านความรับผิดชอบทางกฎหมาย การคุ้มครองผู้บริโภค ระบบประกันภัย และการกำกับดูแลการสืบสวนอุบัติเหตุ เพื่อให้การนำเทคโนโลยีมาใช้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนภายใต้ความปลอดภัยสูงสุด

ด้านระบบราง กระทรวงคมนาคมได้เร่งจัดทำมาตรฐานระบบรางของประเทศไทยภายใต้พระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 โดยบูรณาการมาตรฐานสากลทั้งของยุโรปและเอเชีย และยึดหลัก European Norm เป็นสำคัญ เพื่อยกระดับคุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพของการให้บริการทั้งรถไฟในเมืองและระหว่างเมือง

ขณะเดียวกัน กระทรวงคมนาคมยังให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการขนส่ง โดยอยู่ระหว่างจัดทำแนวทางประเมินปริมาณการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และฝุ่นละอองจากมาตรการด้านคมนาคมตามหลักการสากลของสหประชาชาติ เพื่อนำไปสู่การจัดทำแผนลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศในระยะต่อไป รวมถึงการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel : SAF) เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ภาคการบินคาร์บอนต่ำและเป้าหมาย Net Zero Aviation ในอนาคต ในส่วนของการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า กระทรวงคมนาคมได้กำหนดมาตรการจูงใจอย่างต่อเนื่อง ทั้งการให้ความสำคัญกับรถยนต์ไฟฟ้าในระบบเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน และการปรับลดภาษีประจำปีสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบคมนาคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานให้แก่ประชาชนในระยะยาว

นายพิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงคมนาคมมีความยินดีที่จะทำงานร่วมกับภาคเอกชนและพันธมิตรจากนานาประเทศในการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรม และมาตรฐานด้านคมนาคมที่ทันสมัย เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านคมนาคมและโลจิสติกส์ของภูมิภาคที่มีความปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...