โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

DSI ผนึก ป.ป.ส. ขยายผลเครือข่ายค้ายาข้ามชาติ หลังยึดเฮโรอีน 24 กิโลกรัม

The Bangkok Insight

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

DSI ผนึก ป.ป.ส. ขยายผลเครือข่ายค้ายาข้ามชาติ หลังยึดเฮโรอีน 24 กิโลกรัม ซุกซ่อนในสิ่งของประเภทเสื้อผ้าและเครื่องอุปโภคบริโภค

เมื่อ วันพุธที่ 15 ก.ค. กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองคดียาเสพติด เดินหน้าขับเคลื่อนปราบปรามยาเสพติดภายใต้นโยบาย พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ภายใต้การอำนวยการของ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายพงษธร อินอำนวย ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีการค้ามนุษย์ และยาเสพติด และนายวิทวัส สุคันธรส ผู้อำนวยการกองคดียาเสพติด บูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ขยายผลเครือข่ายลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ หลังตรวจยึดเฮโรอีนน้ำหนักรวม 24 กิโลกรัม ซุกซ่อนในสิ่งของประเภทเสื้อผ้าและเครื่องอุปโภคบริโภค เตรียมส่งออกไปยังประเทศออสเตรเลียและไต้หวันผ่านสัมภาระผู้โดยสาร

ค้ายาข้ามชาติ

สืบเนื่องจากสำนักงาน ป.ป.ส. ส่งสำนวนคดียาเสพติดให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินคดีและสืบสวนขยายผลจับกุมผู้กระทำความผิดเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ตามที่ได้มีการตรวจค้น และสืบสวนพบว่า เครือข่ายยาเสพติดมีพฤติการณ์รับจ้างจากผู้ว่าจ้างชาวลาว ให้นำกล่องพัสดุที่ซุกซ่อนเฮโรอีนส่งผ่านบริษัทรับส่งพัสดุไปยังจุดหมายในกรุงเทพมหานครก่อนลำเลียงออกนอกราชอาณาจักรไปยังประเทศออสเตรเลีย และไต้หวัน

โดยอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีคำสั่งให้ทำการสอบสวนเป็นคดีพิเศษ ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เป็นคดีพิเศษที่ 99/2569 ซึ่งในวันเดียวกันคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหา 2 ราย และจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้ง 2 ราย คือ นายอุทิศ (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ชาวไทย และนางทัดสะพอน (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ชาวลาว ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน โดยพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 99/2569 ได้แจ้งข้อกล่าวหา สอบสวนปากคำ และนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย ขออำนาจศาลอาญาฝากขังเพื่อดำเนินคดีเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569

จากการสืบสวนสอบสวนและขยายผล พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้รวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมอีก 4 ราย คือ นายหรือท้าวสายัน (สงวนนามสกุล) ชาวลาวนางนัน (สงวนนามสกุล) ชาวลาว นายแคล้ว (สงวนนามสกุล) ชาวไทย และนาย หรือท้าวอุ่น (สงวนนามสกุล) ชาวลาว โดยหน่วยบังคับใช้กฎหมายของ สปป.ลาว ทำการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับชาวลาวได้ 2 ราย ได้แก่ นายหรือท้าวสายัน (สงวนนามสกุล) และนางนัน (สงวนนามสกุล) พร้อมตรวจพบยาเสพติดจำนวนหนึ่งในพื้นที่ของ สปป.ลาว อยู่ระหว่างทางการลาวดำเนินคดีตามกฎหมายของตนเองและขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

สำหรับผู้ต้องหาชาวไทย 1 ราย คือ นายแคล้ว (สงวนนามสกุล) ถูกจับกุมในคดียาเสพติดอีกคดีหนึ่งโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเชียงคาน จังหวัดเลย และถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำจังหวัดเลย ซึ่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะประสานงานและดำเนินการอายัดตัวตามหมายจับในคดีพิเศษต่อไป ส่วนผู้ต้องหาชาวลาวอีก 1 ราย คือนายหรือท้าวอุ่น (สงวนนามสกุล) หลบหนี อยู่ระหว่างติดตามตัวจับกุมเพื่อดำเนินคดี

ปัจจุบัน คดีพิเศษที่ 99/2569 พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินการออกหมายจับผู้ต้องหารวมทั้งสิ้น 6 ราย และมีการจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย และผู้ต้องหาชาวลาว 2 ราย อยู่ระหว่างการดำเนินคดีตามกฎหมายของ สปป.ลาว ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษจะได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสืบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ ผู้สนับสนุน และผู้ว่าจ้างในเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง

กรมสอบสวนคดีพิเศษยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ ตัดวงจรเครือข่ายอาชญากรรม และนำผู้กระทำผิดทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามนโยบายของกระทรวงยุติธรรมอย่างเด็ดขาด

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...