โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กมธ. กฎหมายฯ ตามความคืบหน้าคดีลอบยิง ‘กมลศักดิ์’

The Reporters

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กมธ. กฎหมายฯ ตามความคืบหน้าคดีลอบยิง ‘กมลศักดิ์’ เปิดตัวละครลับผู้ต้องสงสัยรายที่ 8 ยังล่องหนไม่ปรากฏในสำนวน จับตาอัยการสั่งไม่ฟ้อง ‘น.ต. เดโช’ ตร. รับยังสาวไม่ถึงผู้จ้างวาน

วันนี้ (2 ก.ค.69) เวลา 13.30 น. คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ที่มี นายรังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธานในที่ประชุม พิจารณาศึกษาและติดตามประสบการณ์อำนวยความยุติธรรม กรณีคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส. นราธิวาส พรรคประชาชาติ และผู้ติดตาม

ช่วงหนึ่ง พ.ต.อ. สรชัช ปร่ำเป็ง ผู้กำกับการ (กลุ่มงานสอบสวน) กองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ชี้แจงว่าจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ก่อเหตุมีการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการติดต่อสื่อสาร วางแผนก่อเหตุ ดังนั้นข้อมูลทางโทรศัพท์ที่จัดเก็บมีวัตถุประสงค์เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่เพื่อติดตามประชาชนทั่วไปโดยไม่มีเหตุอันสมควร

สำหรับการรวบรวมพยานหลักฐานในคดีนี้ เป็นไปตาม ป.วิอาญา มาตรา 132 พนักงานสอบสวนสามารถออกหมายเรียกผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งมีการนำส่งข้อมูลตามกฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นการครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อประกอบการสอบสวนในคดีที่เกี่ยวข้องของพนักงานสอบสวน

ขณะที่การใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ได้มีการกำหนดมาตรการด้านความมั่นคงเพื่อป้องกันปราบปรามการก่อเหตุรุนแรง โดยยืนยันว่าการได้มาของข้อมูลเป็นระบบเพื่อการสืบสวนเฉพาะทาง ผู้ที่จะเข้าถึงข้อมูลได้ต้องเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตและเกี่ยวข้องกับงานด้านความมั่นคงเท่านั้น

ส่วนที่ระบุว่าตำรวจภูธรภาค 9 มีอำนาจในการเรียกและจัดเก็บข้อมูลโทรศัพท์ในชายแดนใต้นั้น ถือว่ามีอำนาจสมบูรณ์ตามที่ได้รับมอบหมายจาก พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ทั้งนี้ที่มีการตั้งคำถามว่าเป็นการลักลอบเก็บข้อมูลโดยพลการหรือขัดต่อกฎหมายหรือไม่ ขอยืนยันว่าเป็นการดำเนินการอย่างปลอดภัย ทำ MOU ร่วมกับเอกชนและ กสทช พร้อมกับมีระเบียบและคำสั่งควบคุมภายในรองรับทุกขั้นตอน พร้อมปกป้องสิทธิสูงสุดในการจัดเก็บระบบข้อมูลเทียบเท่ากับมาตรฐาน ISO/IEC 27001

การดำเนินการทั้งหมดอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด เป้าหมายสำคัญคือการรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของประเทศ ตลอดจนความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยเคารพหลักนิติรัฐ นิติธรรม และสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด

นายอภิชาติ พงษ์สวัสดิ์ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ได้ถามถึงฐานอำนาจในการเรียกเก็บข้อมูลโทรศัพท์เคลื่อนที่ ก่อนจะเปิดเผยข้อมูลการประชุมคณะกรรมการ กสทช ครั้งที่ 11/2566 มีการนำเรื่องเข้าที่ประชุม รายงานการประชุมในวาระนี้มีการปกปิดคลุมดำไว้ แต่มีการถอดข้อมูลนี้ออกมาพบกรรมการ กสทช บางท่านสงวนความเห็นไม่ให้เปิดเผยข้อมูลของผู้ใช้บริการโทรศัพท์กับบุคคลอื่น เว้นแต่ได้รับความยินยอมเป็นรายกรณี จึงมีการคัดค้านในที่ประชุม แต่กรรมการ กสทช เสียงส่วนใหญ่มีมติว่าสามารถดำเนินการได้ ขณะที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์ยังขอลดค่านำส่งใบอนุญาตที่จะนำส่ง กสทช เพื่อการพัฒนาระบบด้วย

พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ กล่าวถึงการตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ ซึ่งพบว่ามีบางหมายเลขที่มีความสำคัญแต่ไม่ได้ใส่ไปในสำนวนคดี หากมีความไม่ชอบในลักษณะนี้ถือว่ามีความผิดร้ายแรงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะทำให้อัยการสั่งไม่ฟ้องบางคน

จากนั้นนายรังสิมันต์ได้สอบถามถึงข้อมูลโทรศัพท์ จำนวน 2 ล้านหมายเลข ที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือส่งให้ตำรวจภูธรภาค 9 โดยตั้งคำถามว่าใครบ้างที่เข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ พล.ต.ต. ธเรศ แก้วละเอียด รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ชี้แจงว่าพื้นที่ในสามจังหวัด มีบางอำเภอไม่ได้อยู่ในเขตอำนาจของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ แต่กลับบังคับใช้อำนาจเต็ม ซึ่งหมายเลขโทรศัพท์ในสามจังหวัดชายแดนใต้ จะต้องมีการจดทะเบียนเพื่อระบุตัวตน

พล.ต.ต. ธเรศ ยืนยันว่าตนเองเข้าไม่ถึงระบบข้อมูลโทรศัพท์ เพราะเป็นข้อมูลที่ใช้ในการสืบสวนจากตำรวจนักสืบ มีเพียงผู้ดูแลระบบข้อมูลของตำรวจภูธรภาค 9 ที่เข้าถึง ซึ่งมีความเป็นมืออาชีพสามารถถอดเลขหมายตามที่ต้องการในช่วงเวลาเกิดเหตุ และปรากฏอยู่ในสำนวนอย่างครบถ้วนแล้ว โดยผู้ที่จะเข้าถึงหมายเลขโทรศัพท์ 2 ล้านหมายเลขได้ ตำรวจภูธรภาค 9 จะมีคำสั่งแต่งตั้งที่ระบุชื่อบุคคลชัดเจน พร้อมกับมีคำสั่งถึงผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3 บริษัท และจะต้องส่งข้อมูลให้ครั้งละ 6 เดือน

พล.ต.ต. ธเรศ ยอมรับว่าตนเองไม่สามารถแยกได้ว่าเบอร์โทรศัพท์ที่มีการจดทะเบียนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อโทรไปยังอีกอำเภอที่ไม่มีการระบุตัวตน หรือโทรกลับมายังอำเภอที่มีการระบุลงทะเบียนระบุตัวตน ไม่แน่ใจว่าจะสามารถระบุตัวตนได้หรือไม่เพราะเป็นเรื่องทางเทคนิค

ทำให้ นายรอมฎอน ปันจอร์ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการกล่าวว่าหากท่านสับสน ตนเองยิ่งสับสน ประชาชนยิ่งสับสน หมายความว่าหากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ไป ก็จะต้องสามารถจับสัญญาณและอยู่ในรายชื่อนี้ด้วย ประชาชนไม่รู้เลยว่าจะถูกเก็บข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่จะต้องประกาศยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ

พันเอก ชัยพล โชคจิระบวรเดช รองผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ได้ชี้แจงในประเด็นดังกล่าวว่า กอ.รมน. ไม่ได้เข้าไปดูทุกหมายเลข แต่ตามอำนาจแม่ทัพภาคที่ 4 มีสิทธิที่จะดูได้ ทำให้ พ.ต.อ. ทวี กล่าวต่อว่า กสทช แทนที่จะคุ้มครองสิทธิกับประชาชน แต่อนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลโทรศัพท์ของประชาชนได้อย่างไร

นายศุภกาญจน์ บุญจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาดิจิทัลและการระบุตัวตนทางดิจิทัล กสทช ชี้แจงถึงประกาศ กสทช ที่ตำรวจภูธรภาค 9 ใช้อยู่ทุกวันนี้การประกาศภายใต้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ซึ่งกำหนดไว้ชัดเจนว่าพนักงานเจ้าหน้าที่จำเป็นต้องได้รับการแต่งตั้งจาก กสทช ซึ่งตำรวจภูธรภาค 9 ระบุว่ามีอยู่ 2 คนคือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และตำรวจภูธรภาค 9 ส่วนคนอื่น ๆ เป็นการมอบอำนาจรายกรณี ซึ่งหมายความว่าข้อมูลการใช้งานโทรศัพท์ในพื้นที่จะต้องส่งข้อมูลให้กับพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้ง

โดยเดือนที่แล้ว กสทช มีการประชุมร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช) อยู่ระหว่างการทบทวน พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ ที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2548 เพื่อดูว่าส่วนไหนจำเป็นต้องปรับปรุงหรือต้องยกเลิก คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาอีกครั้งในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ สำหรับประเด็นผู้ให้บริการโทรศัพท์จะต้องมีการเก็บฐานข้อมูลของลูกค้าอยู่แล้ว เชื่อว่ากรณีนี้มีการสร้างระบบพิเศษขึ้นมา ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องให้บริการประโยชน์เพื่อสังคม สามารถนำต้นทุนมาลดหย่อนค่าใช้จ่ายได้ ทั้งนี้กรณี 2 ล้านหมายเลข จะต้องมีการจัดเก็บข้อมูลให้ได้มาตรฐานและนำส่งตามที่หน่วยงานที่มีอำนาจการสอบสวนร้องขอ

นายกมลศักดิ์ ในฐานะผู้เสียหาย กล่าวว่าประเด็นที่เราถกกันเป็นผลสืบเนื่องจากคดีของตนเองที่มีการติดตามโทรศัพท์ เป็นผลสืบเนื่องของการทำงานไม่ตรงไปตรงมา ตาชั่งสองตาชั่ง ความมั่นคงกับสิทธิมนุษยชนมันไม่สมดุลกัน ส่วนประเด็นเรื่องอาวุธปืนก็มีความไม่ชอบมาพากลหมกเม็ด

“อย่างน้อยคดีผมก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โครงสร้างภายในเรื่องความมั่นคงโดยเฉพาะสามจังหวัด การคิดทบทวนถือเป็นเรื่องที่ดี ขอให้เอาชีวิตตนเองเป็นตัวประกัน”

นายกมลศักดิ์ ถามตำรวจภูธรภาค 9 ว่า ตอนที่ท่านรวบรวมพยานหลักฐาน โทรศัพท์ของผู้ต้องหาอยู่หน้าพนักงานสอบสวน ฝ่ายสอบสวนสามารถเช็กได้ว่าคืนนั้นผู้ต้องหาแต่ละคนโทรหาใครบ้าง สิ่งที่ตนเองคาใจคือเหตุใดข้อมูลถึงไม่ตรงกับที่ตนเองเช็กมา เท่าที่ทราบในสำนวน น.ต. เดโช รัตนพันธุ์ ใช้โทรศัพท์อยู่ไม่กี่ครั้งในคืนเกิดเหตุ นายสมพร สังเดช โทรหาหลายคน เหตุใดท่านไม่สอบสวนหมายเลขที่ปรากฏในคืนนั้นต่อ

นายเสรี สินหมัด อัยการจังหวัดนราธิวาส ชี้แจงความคืบหน้าของคดี โดยระบุว่าในคดีนี้มีผู้ต้องหาอยู่ทั้งหมด 7 คน ซึ่งอัยการมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาที่ 1-5 ส่วน น.ต. เดโช สั่งไม่ฟ้อง ขณะนี้อยู่ขั้นตอนในการส่งสำนวนไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หากมีความเห็นแย้งก็จะต้องส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุดอีกครั้ง ระหว่างนี้มีพยานหลักฐานใหม่ที่หนักแน่นพอว่า น.ต. เดโช น่าจะทำความผิดตามข้อกล่าวหา ก็สามารถรื้อฟื้นคดีใหม่ได้

อย่างไรก็ตามเบื้องต้นได้สั่งให้พนักงานสอบสวนได้สอบสวนเพิ่มเติมแล้ว โดยพยานหลักฐานจะเกี่ยวข้องกับการใช้โทรศัพท์ ซึ่งมีหลักฐานว่ามีการติดต่อกัน แต่ยังไม่ทราบว่าพูดคุยกันเรื่องอะไร เป็นเพียงหลักฐานประกอบ ซึ่งไม่สามารถยืนยันได้ว่าเขาร่วมกระทำผิดจริง

พ.ต.อ. ทวี กล่าวต่อว่าก่อนหน้านี้นายกมลศักดิ์ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมไปในวันที่ 26 มิ.ย.69 เพื่อขอให้แยกสำนวนคดี น.ต. เดโช และ น.อ. สมพร โตประเสริฐ แต่เท่าที่ฟังพบว่าอัยการมีการพิจารณาเป็นสำนวนเดียวกัน อย่างไรก็ตามจากการสอบสวน มีข้อมูลว่า นายสุนทร พรหมภักดี หนึ่งในผู้ต้องหาในคดี ทำหน้าที่ชำแหละรถ แต่ข้อมูลที่นายกมลศักดิ์ได้มาพบว่านายสุนทรเป็นผู้ร่วมฆ่าด้วย และ น.ต. เดโช ยังซักทอดไปว่าเป็นผู้นำอาวุธปืนไปให้ก่อเหตุ

ทั้งหมดเหมือนเป็นขบวนการทั้งจังหวัดที่มาเล่นงานนายกมลศักดิ์ ซึ่งมีอีกบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในสำนวน พยานในคดีมาบอกกับตนเองว่าบุคคลดังกล่าวพยายามฆ่านายกมลศักดิ์มาแล้วถึง 4 ครั้ง แต่บุคคลดังกล่าวไม่ปรากฏอยู่ในสำนวน ซึ่งหากเป็นคดีทั่วไป เจ้าหน้าที่ตำรวจคงต้องใช้กฎอัยการศึก เพื่อเรียกคนดังกล่าวมาสอบสวนแล้ว

พล.ต.ต. ธเรศ ในฐานะทีมสอบสวน ยืนยันว่าทำอย่างเต็มที่ แต่ข้อมูลที่นายกมลศักดิ์ และ พ.ต.อ. ทวีสอบถามมา เราก็คุยกันว่าตราบใดที่ยังไม่ได้ผู้จ้างวาน สำนวนคดีนี้ก็ยังไปไม่ถึง ตนเองยิ่งฟัง พ.ต.อ. ทวีพูดยังรู้สึกด้อยค่าตนเอง โดยยก พ.ต.อ. ทวี เป็นแบบอย่าง ในการปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เมื่อครั้งยังดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ส่วนข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ เราพยายามทำเท่าที่จะทำได้ ตราบใดที่ยังไม่ได้ผู้จ้างวานก็จะตามต่อ ตนเองเป็นเพียงผู้ปฏิบัติ ก็ต้องทำตามกรอบกฎหมาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...