GET TO KNOW THEM: บริ๊งค์ ภัทรภร
ครีเอเตอร์ยุคบุกเบิก ที่เติบโตไปพร้อมกับผู้ชมโดยไม่ละทิ้งความเป็น Brinkkty
ประเด็นสำคัญ
- จากบทบาทแม่ค้า สู่การเป็นครีเอเตอร์สายบิวตี้ที่เริ่มต้นจากความชอบ
- Brinkkty and Friends กับการเบนเข็มคอนเทนต์ในสายไลฟ์สไตล์
- พาประเทศจีนให้ใกล้กับประเทศไทยมากขึ้น ผ่านคอนเทนต์ เทสต์ระบบจีน
- หนึ่งในความสำเร็จที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตกับแบรนด์ Triple B Shop
- ต้นแบบการทำงานสไตล์ Gen Z ที่เปิดรับทุกความคิดสร้างสรรค์
บริ๊งค์-ภัทรภร พิศาลวรกิจ หรือที่ทุกคนรู้จักกันในนาม Brinkkty เป็นหนึ่งในบุคคลที่ใช้คำว่าครีเอเตอร์ได้อย่างคุ้มค่า เพราะคำว่า ครีเอเตอร์ เป็นเหมือนคำเรียกที่สามารถครอบคลุมผู้ที่ทำงานสายผลิตได้ในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น ยูทูเบอร์ อินฟลูเอนเซอร์ บล็อกเกอร์ หรือผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ในอีกหลายๆ รูปแบบ ซึ่ง Brinkkty เองก็เป็นทั้ง อินฟลูเอนเซอร์ และ ยูทูเบอร์ ที่รังสรรค์คอนเทนต์ที่หลากหลายมาตั้งแต่ยุคบุกเบิก และยังคงยืนระยะมาอย่างยาวนานด้วยคอนเทนต์ที่ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับผู้ชมแต่ยังคงความเป็นตัวเองอยู่เสมอ
THE STANDARD POP จึงอยากพาทุกคนไปทำความรู้จักเธอผ่าน 5 เรื่องราวน่าสนใจ ที่ทำให้เธอยังคงเติบโตบนเส้นทางสายครีเอเตอร์ที่ได้รับความรักจากผู้ชมอย่างอบอุ่นอยู่เสมอแม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร โดยเส้นทางนี้เรียกว่าเป็นเส้นทางของ ‘ครีเอเตอร์ยุคบุกเบิก ที่เติบโตไปพร้อมกับผู้ชมโดยไม่ละทิ้งความเป็น Brinkkty’
brinkkty / YouTube
จากบทบาทแม่ค้า สู่การเป็นครีเอเตอร์สายบิวตี้ที่เริ่มต้นจากความชอบ
ในชีวิตวัยเด็กของบริ๊งค์ เธอเติบโตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจค้าขาย ทำให้เธอคุ้นเคยกับการเป็นแม่ค้ามาตั้งแต่อายุยังน้อย เธอจึงมีทักษะติดตัวและมีความสนใจในเรื่องธุรกิจมาโดยตลอด จนเมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นเธอเริ่มมองหาโอกาสสร้างรายได้ด้วยตัวเอง เธอจึงเริ่มต้นจากการทำสินค้า D.I.Y เพื่อเปิดขายออนไลน์ และเริ่มก้าวสู่ธุรกิจที่ใหญ่ขึ้นอย่างการเปิดพรีออร์เดอร์สินค้าต่างๆ ก่อนจะเริ่มจริงจังมากขึ้นด้วยการเปิดแบรนด์เป็นของตัวเองอย่าง Triple B Shop
แต่แล้วอีกหนึ่งบทบาทก็ถือกำเนิดขึ้น Brinkkty ช่องยูทูบที่เริ่มต้นจากความชอบในด้านบิวตี้และแฟชั่นของเธอ ทำให้เพื่อนๆ ลองชวนกันเริ่มทำคลิปลงช่องยูทูบด้วยความสนุกสนาน และยังไม่จริงจังมากนัก โดยคลิปในช่วงแรกของเธอจะเกี่ยวกับการสอนทำผม แต่งหน้า และเปลี่ยนลุคแบบง่ายๆ ตามเทรนด์ ถ่ายทำอยู่ในห้องพร้อมการตัดต่อที่ช่วยกันกับเพื่อนเพียงเท่านั้น แต่นั่นกลับทำให้เธอไวรัลและกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ ผ่านแต่ละคลิปที่เธอได้โพสต์ลงในช่อง โดยที่ในช่วงเวลานั้นเรียกได้ว่าเธอเป็นหนึ่งผู้บุกเบิกคำว่า ครีเอเตอร์ เลยก็ว่าได้
brinkkty / Instagram
Brinkkty and Friends กับการเบนเข็มคอนเทนต์ในสายไลฟ์สไตล์
หลังจากช่อง Brinkkty เริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะ บิวตี้บล็อกเกอร์แล้ว เธอก็ยังคงทำคอนเทนต์เกี่ยวกับความงามและแฟชั่น ควบคู่ไปกับคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ที่โชว์การใช้ชีวิตของเธอมากขึ้น รวมถึงเพื่อนๆ ที่คอยทำกิจกรรมร่วมกัน และ Vlog ไปเที่ยวกับกลุ่มเพื่อน โดยเริ่มจากการทำ Vlog กันเล่นๆ แต่กลับได้รับกระแสตอบรับดีมากจากแฟนๆ ทำให้บริ๊งค์เริ่มเบนเข็มเข้าสู่คอนเทนต์ท่องเที่ยวมากขึ้น นอกจากเที่ยวต่างประเทศแล้ว ยังมีคอนเทนต์ท่องเที่ยวในประเทศไทยตามจังหวัดต่างๆ ที่ไม่ใช่สถานที่ที่นิยมมากนัก แต่ช่องของ Brinkkty ก็พาผู้ชมไปเปิดรูตใหม่ๆ พร้อมกับไลฟ์สไตล์ที่เหมือนเพื่อนพาเที่ยวจนกลายเป็นหนึ่งในคอนเทนต์หลักของช่อง
ซึ่งนอกจากสถานที่ต่างๆ ที่เธอพาผู้ชมไปแล้ว เคมีความสนุกของกลุ่มเพื่อนจนกลายมาเป็นคอนเทนต์ Brinkkty and Friends ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ช่องของเธอกลายเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเธอเองให้เครดิตกลุ่มเพื่อนของเธออยู่เสมอว่าการมีอยู่ของทุกคนทำให้ช่อง Brinkkty เติบโตและผู้ชมสนุกไปกับคอนเทนต์ เธอเคยเปิดเผยในรายการ เมาท์มอยกับพลอยหอ จากช่อง GoodDayPodcast ว่า จุดที่ทำให้เริ่มมีผู้ชมมากขึ้นมาจากการที่เธอเริ่มไปเที่ยวที่ต่างๆ กับกลุ่มเพื่อนจนคนตั้งข้อสงสัยว่าทำไมถึงรวมตัวเพื่อนได้มากขนาดนี้ แต่เธอกับเพื่อนสนิทกันและอยู่ด้วยกันมานานมาก รวมถึงคาแรกเตอร์ของแต่ละคนที่แตกต่างแต่กลับเข้ากันได้ดี ทำให้เวลาที่รวมตัวกันกลายเป็นความสนุกที่ผู้ชมต่างชื่นชอบ
การทำคอนเทนต์สำหรับ Brinkkty เป็นเหมือนการที่ชีวิตคือคอนเทนต์ เธอเคยเล่าไว้ในรายการ
Brink’s Talk ของเธอเองว่า เวลาที่จะไปเที่ยวและจะถ่ายคอนเทนต์มันก็เหมือนการได้วางแผนทริปทั้งหมดไปตั้งแต่เริ่มว่าต้องการอะไรบ้างจากการไปเที่ยวในครั้งนี้ ผู้ชมต้องการจะเห็นอะไร เธอจึงทำให้ชีวิตกลายเป็นคอนเทนต์เพราะนี่คืออาชีพของเธอ ในแต่ละคอนเทนต์ท่องเที่ยวของ Brinkkty จึงกลายเป็นคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์และน่าสนใจอยู่เสมอ อาทิ พาเพื่อนทำกิจกรรมที่ไม่เคยทำ เช็กอินตามสถานที่แปลกๆ รวมถึงคอนเทนต์เที่ยวโหดที่จะพาไปทำกิจกรรมแอดเวนเจอร์ ซึ่งแต่ละคอนเทนต์ก็จะมีเพื่อนๆ มาร่วมทริปแตกต่างกันออกไป ซึ่งแฟนๆ ก็จะคอยถามถึงคนอื่นๆ ที่ไม่ได้มาในทริปนั้นๆ เรียกว่าเป็นการสร้างคอมมิวนิตี้ที่เหนียวแน่นในช่องของเธอ
brinkkty / Instagram
พาประเทศจีนให้ใกล้กับประเทศไทยมากขึ้น ผ่านคอนเทนต์ เทสต์ระบบจีน
เมื่อไม่นานมานี้บริ๊งค์เพิ่งตัดสินใจที่จะไปเรียนภาษาที่ประเทศจีนตามความฝันและความชอบของเธอ โดยเริ่มแรกเป็นเพียงการไปเรียนในระยะเวลาสั้นๆ และถือโอกาสทำคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ในระหว่างที่อยู่ที่ประเทศจีนไปด้วย แต่ด้วยความคิดสร้างสรรค์และกิจกรรมต่างๆ ที่เธอได้ทำนั่นทำให้คอนเทนต์การใช้ชีวิตในประเทศจีนของเธอได้รับกระแสตอบรับที่ดี และกลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากบนโซเชียล ไม่ว่าจะเป็น การพาตามติดชีวิตการเรียน ทริกการใช้ชีวิตอยู่ในประเทศจีนคนเดียว รวมถึงคอนเทนต์ ‘เทสต์ระบบจีน’ ที่กลายเป็นไวรัลอย่างมาก เพราะคอนเทนต์นี้เธอจะพาไปลองทำกิจกรรมต่างๆ ในจีน ไม่ว่าจะเป็นการแต่งหน้าโต่วอิน การเช่าเพื่อนเที่ยว ถ่ายหนังสั้น รวมถึงสั่งของแปลกๆ มาลองใช้
ซึ่งคอนเทนต์ในประเทศจีนของเธอส่วนใหญ่จะเป็นการถ่ายแค่ตัวเธอเพียงคนเดียว ไม่ได้มีเพื่อนๆ เหมือนคอนเทนต์ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่ผ่านมา แต่กลับได้กระแสตอบรับที่ดีไม่แพ้กัน นั่นทำให้เธอรู้สึกดีใจและเบาใจลงไม่น้อย เพราะเธอก็เคยเป็นกังวลเกี่ยวกับคอนเทนต์ที่ทำเนื่องจากผู้ชมส่วนใหญ่ชื่นชอบคอนเทนต์ Brinkkty and Friends แต่ด้วยระยะเวลาและชีวิตส่วนตัวที่แต่ละคนก็มีหน้าที่ของตัวเอง ทำให้บางครั้งคอนเทนต์กับเพื่อนๆ อาจจะไม่ได้ทำได้บ่อยในระยะยาว แต่เมื่อเธอได้กลับมาทำคอนเทนต์ที่โฟกัสแค่ตัวเอง ก็ยังคงมีแฟนๆ ชื่นชอบและติดตามอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ทำให้เธอบาลานซ์คอนเทนต์ภายในช่องได้มากขึ้น
และด้วยกระแสตอบรับที่ดีเกินคาด รวมถึงความสนุกที่เธอได้พบเจอหลังจากลองใช้ชีวิตที่ประเทศจีนในช่วงเวลาสั้นๆ ทำให้เธอตัดสินใจเรียนต่อที่ประเทศจีนในระยะเวลาที่ยาวขึ้น และตั้งเป้าหมายกับตัวเองว่าจะต้องเรียนจนสามารถใช้ภาษาจีนได้ในชีวิตประจำวัน ระหว่างนั้นเธอก็ทำคอนเทนต์อื่นๆ ควบคู่ไปด้วยเช่นกัน และด้วยคอนเทนต์เกี่ยวกับประเทศจีนของเธอที่ทำมาอย่างต่อเนื่องทำให้หลายคนรู้จักและเริ่มติดตามเธอมากขึ้น จนทำให้บริ๊งค์เป็นหนึ่งในไอคอนิกคนไทยในประเทศจีน ที่พาประเทศจีนใกล้กับประเทศไทยมากขึ้นผ่านการรับชมคอนเทนต์ของเธอ
triplebshop / Instagram
หนึ่งในความสำเร็จที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตกับแบรนด์ Triple B Shop
ถ้าย้อนกลับไปก่อนที่เธอจะเริ่มสร้างช่องยูทูบ Brinkkty อย่างจริงจัง เธอเคยเปิดแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเองมาก่อนโดยทำร่วมกับครอบครัวนั่นคือแบรนด์ Triple B Shop แบรนด์เสื้อผ้าที่ดีไซน์เป็นเอกลักษณ์และสามารถสั่งตัดได้ ซึ่งแบรนด์ Triple B Shop เริ่มมาจากการขายในรูปแบบของการพรีของจากต่างประเทศมาลงร้านของตัวเอง ก่อนจะขยับขยายเป็นคอลเลกชันที่เธอออกแบบด้วยตัวเอง และทำร่วมกับครอบครัว ซึ่งได้รับกระแสตอบรับดีมากและเคยออกบูทวางขายมาแล้วหลายที่ จนสร้างปรากฏการณ์คนต่อแถวรอซื้อมาแล้ว
แต่หลังจากเปิดแบรนด์นานกว่า 10 ปี ก็ถึงเวลาที่เธอต้องตัดสินใจปิดตัวลงเนื่องจากแบรนด์นี้เป็นการช่วยกันภายในครอบครัว ไม่ได้มีทีมอย่างจริงจัง เมื่อเวลาผ่านไป ต่างคนต่างต้องโฟกัสพาร์ตอื่นๆ ในชีวิตกันมากขึ้น ทำให้ตัดสินใจปิดตัวแบรนด์ Triple B Shop ลงอย่างน่าเสียดาย แต่ถึงแม้ว่าบริ๊งค์จะไม่มีแบรนด์เป็นของตัวเองแล้ว แต่เธอก็ยังมีผลงานการคอลแลบกับแบรนด์ต่างๆ อาทิ Stylist x Brinkkty คอลเลกชันพิเศษจากแบรนด์ Stylist ที่ได้ชวนเธอมาร่วมคอลแลบจนเกิดคอลเลกชันน่ารักๆ ที่ได้กระแสตอบรับที่ดีไม่แพ้กัน
นอกจากนี้เธอยังเปิดเผยในรายการ เมาท์มอยกับพลอยหอ อีกด้วยว่าเธอกำลังมีแพลนเปิดธุรกิจเป็นของตัวเองอีกครั้งโดยจะเป็นแบรนด์คอนแทคเลนส์ แต่กระบวนการต่างๆ ค่อนข้างซับซ้อนทำให้ใช้เวลานานในการเตรียมการและพัฒนา แต่เธอตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะทำให้เป็นรูปเป็นร่างภายในปี 2026 นี้
brinkkty / Facebook
ต้นแบบการทำงานสไตล์ Gen Z ที่เปิดรับทุกความคิดสร้างสรรค์
อีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ทำให้ช่อง Brinkkty นั้นเติบโตและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือการสร้างสรรค์คอนเทนต์จากทีมงานหลังบ้าน ไม่ว่าจะเป็นพาร์ตเนื้อหาคอนเทนต์ หรือพาร์ตการตัดต่อทีมงานต่างค่อยๆ ปรับเปลี่ยนและหาสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์จนเจอความเป็น Brinkkty สไตล์ในทุกวันนี้ที่ยังคงความเป็นตัวเอง และตามเทรนด์อยู่เสมอ
เธอเคยเล่าในรายการ เมาท์มอยกับพลอยหอ ว่าตัวเธอเองนั้นก้ำกึ่งระหว่างเจน และชอบที่จะทำงานกับคนรุ่นใหม่มากๆ เพราะมันทำให้เธอได้ค้นพบอะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ ทั้งยังเปิดกว้างที่จะให้น้องๆ ลองทำในสิ่งต่างๆ ที่คิดว่าจะสามารถพัฒนา Brinkkty ไปได้ รวมถึงการทำงานกับคนรุ่นใหม่ว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการรับฟังและมีเหตุผล อธิบายในสิ่งที่ต้องการหรือความคิดเห็นต่างๆ ที่บางครั้งอาจจะเกิดความไม่เข้าใจกัน เพียงแค่พูดคุยและหาตรงกลางก็จะสามารถทำงานออกมาได้อย่างมีคุณภาพเหมือนที่เธอและทีมทำอยู่ในทุกวันนี้
ซึ่งถ้าหากใครติดตาม Brinkkty อยู่แล้ว เชื่อว่าอีกช่องที่จะต้องติดตามควบคู่กันไปคือ บริ้งฮายเดอะซีน ที่จะพาผู้ชมไปพบกับเรื่องราวเบื้องหลังของบริ๊งค์และทีม Brinkkty ทุกคน ผ่านคอนเทนต์แบบไม่ปรุงแต่ง นำเสนอความเป็นกันเองให้กับผู้ชม ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งคอนเทนต์ที่ Brinkkty ได้ปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์ในปัจจุบันที่ต้องการคอนเทนต์สั้นๆ ง่ายๆ และสมจริงมากขึ้น รวมถึงคอนเทนต์อื่นๆ ที่บริ๊งค์นั้นคอยจัดสรรและปรับตัวให้ทันตามเทรนด์อยู่เสมอ จนปัจจุบันไม่ใช่เพียงแค่ช่องยูทูบของเธอที่ประสบความสำเร็จ แต่แอกเคานต์โซเชียลมีเดียของเธอ โดยเฉพาะ TikTok ก็เป็นอีกช่องทางที่ผลิตคอนเทนต์ด้วยเช่นกัน ซึ่งถือเป็นการตอบโจทย์รูปแบบคอนเทนต์ได้หลายกลุ่มผู้ชมมากขึ้นอีกด้วย
เรียกได้ว่า Brinkkty ถือเป็นครีเอเตอร์ที่สามารถปรับตัวไปกับเทรนด์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นและหมุนไปอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันเธอก็ยังคงความเป็นตัวเองและเอกลักษณ์ของช่อง Brinkkty ได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยการทำงานเป็นทีมกับทีมงานอยู่เสมอ แม้ว่าเธอจะเป็นครีเอเตอร์ตั้งแต่ยุคบุกเบิกก็ตาม แต่ชื่อของ Brinkkty ยังคงถูกพูดถึงไม่เคยหายไปไหน
สำหรับบทความนี้ เป็นเพียงการรวบรวมประเด็นส่วนหนึ่งของครีเอเตอร์หญิงสาวผู้เริ่มต้นมาตั้งแต่ยุคบุกเบิกเป็นเวลาเกือบ 9 ปีแล้ว อย่างไรก็ตามยังมีเส้นทางของเธออีกมากมายที่รอให้ผู้คนค้นพบ รวมถึงเส้นทางในอนาคตที่จะดำเนินต่อไปด้วยชื่อของ บริ๊งค์-ภัทรภร พิศาลวรกิจ
อ้างอิง: