โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ผ่าไส้ใน 'แคนนอน ไฮ-เทค' ปิดโรงงานโคราช จากกำไรพันล้านสู่ขาดทุน 303 ล้าน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 13 มิ.ย. เวลา 02.42 น. • เผยแพร่ 13 มิ.ย. เวลา 09.00 น.

ภาพรถบรรทุกสินค้าคันสุดท้ายที่เคลื่อนออกจากรั้ว บริษัท แคนนอน ไฮ-เทค (ประเทศไทย) จำกัด สาขานครราชสีมา (โรงงานแห่งที่ 2) เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ไม่เพียงแต่เป็นการสิ้นสุดสายการผลิตที่ดำเนินการมานานกว่า 10 ปี แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งรุนแรงที่สุดเพื่อความอยู่รอด ภายใต้ตัวเลขในงบการเงินที่บอกเล่าเรื่องราวการต่อสู้ในสมรภูมิเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน

เส้นทางวิบาก 5 ปีแห่งความผันผวนปี 2564 - 2568

ฐานเศรษฐกิจ ตรวจสอบข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าพบว่า "งบกำไรขาดทุน" ย้อนหลังของ แคนนอน ไฮ-เทค พบว่าเส้นทางของยักษ์ใหญ่รายนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่กลับมีความผันผวนของรายได้และกำไรอย่างรุนแรง

ปี 2564 - 2565 ยุคทองและการฟื้นตัว

ในปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 19,711 ล้านบาท และทำกำไรสุทธิ 950 ล้านบาท ก่อนจะพุ่งทะยานสู่จุดสูงสุดในปี 2565 ด้วยรายได้รวมกว่า 26,920 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 36.57%) และกวาดกำไรสุทธิไปถึง 1,133 ล้านบาท ซึ่งเป็นช่วงที่ความต้องการเครื่องพิมพ์และอุปกรณ์สำนักงานในตลาดโลกยังคงแข็งแกร่ง

ปี 2566 - 2567 สัญญาณการชะลอตัว

จุดเปลี่ยนเริ่มปรากฏในปี 2566 เมื่อรายได้รวมวูบลงมาอยู่ที่ 19,424 ล้านบาท (ลดลง 27.84%) ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลงเหลือเพียง 365 ล้านบาท (ลดลงถึง 67.74%) แม้ในปี 2567 รายได้จะกระเตื้องขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 19,613 ล้านบาท และกำไรสุทธิขยับขึ้นเป็น 440 ล้านบาท แต่ก็ยังห่างไกลจากยุครุ่งเรืองในปี 2565

รูปจาก Facebook Canon โคราช

ปี 2568 ปีแห่งการตัดสินใจปิดดีล (ยุติการผลิต)

งบการเงินปีล่าสุด 2568 กลายเป็นคำตอบที่ชัดเจนของการปิดโรงงานโคราช เมื่อรายได้รวมดิ่งลงเหลือเพียง 16,249 ล้านบาท (ลดลง 17.15%) แต่ที่น่าตกใจคือ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่พุ่งขึ้นสูงถึง 1,517 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 115.99% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ซึ่งตัวเลขมหาศาลนี้มักเกี่ยวข้องกับต้นทุนการปรับโครงสร้างและการเยียวยาพนักงานจากการยุติการผลิต ส่งผลให้บริษัทเผชิญกับภาวะขาดทุนสุทธิสูงถึง 303.22 ล้านบาท หรือ ลดลงถึง 168.80% เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

งบแสดงฐานะการเงิน การระบายสต็อกครั้งสุดท้าย

ในส่วนของงบแสดงฐานะการเงิน ข้อมูล ณ ปี 2568 แสดงให้เห็นถึงการเตรียมพร้อมปิดโรงงานอย่างเป็นระบบ

1. สินค้าคงเหลือลดฮวบ ลดลงเหลือ 938 ล้านบาท หรือหายไปกว่า 21.70% จากปี 2567 สอดคล้องกับภาพการส่งออกสินค้าคันสุดท้ายที่ถูกแชร์ในโลกออนไลน์

2. หนี้สินพุ่ง หนี้สินรวมปรับตัวสูงขึ้นเป็น 2,846 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.31% โดยเฉพาะหนี้สินหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นถึง 22.39%

3. ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง ปรับลดลง 4.99% มาอยู่ที่ 10,500 ล้านบาท สะท้อนถึงภาระการขาดทุนที่ต้องแบกรับ

เมื่อ "ประสิทธิภาพ" สำคัญกว่า "ปริมาณ"

โรงงานโคราชซึ่งเปิดเมื่อปี 2556 ได้ทำหน้าที่ฐานผลิตเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ตเพื่อส่งออกตลาดโลกมานานกว่า 10 ปี แต่เมื่อโลกก้าวสู่ยุค Digital Transformation และความต้องการงานพิมพ์แบบดั้งเดิมลดลง การรักษาสมดุลของงบการเงินจึงกลายเป็นเรื่องยาก

การปิดโรงงานครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการหยุดการผลิต แต่คือการ "ตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต" ของ แคนนอน ไฮ-เทค (ประเทศไทย) เพื่อปรับสมดุลรายได้และลดค่าใช้จ่ายมหาศาลที่ฉุดรั้งกำไร แม้วันนี้โรงงานโคราชจะเหลือเพียงความทรงจำ แต่บริษัทสำนักงานใหญ่ที่อยุธยายังคงต้องก้าวต่อในฐานะผู้ผลิตเครื่องมัลติฟังก์ชั่นและเครื่องโทรสาร ภายใต้โครงสร้างใหม่ที่ "ลีน" และมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...