“ทรัมป์” เตือนความอดทนต่ออิหร่านใกล้หมด ย้ำควรทำข้อตกลง
"ทรัมป์" เตือนความอดทนต่ออิหร่านใกล้หมด ชี้ควรทำข้อตกลง หลังการเจรจาสันติภาพยังชะงักงัน ขณะสหรัฐ-จีนเห็นพ้องให้ช่องแคบฮอร์มุซต้องเปิดต่อไป
วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.24 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กล่าวว่า ความอดทนของเขาที่มีต่ออิหร่านกำลังใกล้หมดลง หลังหารือเรื่องสงครามตะวันออกกลางกับสี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่ง และเกิดเหตุเรือถูกกลุ่มชาวอิหร่านยึดใกล้ชายฝั่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ทรัมป์และสี จิ้นผิง เห็นพ้องกันระหว่างการประชุมว่า ช่องแคบฮอร์มุซต้องเปิดเพื่อรักษาการขนส่งพลังงานโลก หลังอิหร่านปิดเส้นทางดังกล่าวเพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งส่งผลให้เกิดวิกฤตอุปทานพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของโลก
แม้สหรัฐจะหยุดโจมตีอิหร่านตั้งแต่เดือนก่อน แต่ยังคงปิดล้อมท่าเรืออิหร่านเพื่อกดดันให้ยอมทำข้อตกลง ขณะที่การเจรจาสันติภาพยังชะงักงัน เนื่องจากอิหร่านปฏิเสธยุติโครงการนิวเคลียร์และไม่ยอมส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ
“ผมจะไม่อดทนมากกว่านี้แล้ว พวกเขาควรทำข้อตกลง” ทรัมป์กล่าวในรายการ Hannity ของ Fox News
ในประเด็นยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่อิหร่านซ่อนไว้ ทรัมป์กล่าวว่า จริง ๆ แล้วสหรัฐอาจไม่จำเป็นต้องเข้าควบคุม แต่หากทำได้ก็จะช่วยในเชิงภาพลักษณ์
“ผมรู้สึกดีกว่าถ้าเราได้มันมา แต่ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องภาพลักษณ์มากกว่าสิ่งอื่นใด”เขากล่าว
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในเส้นทางเดินเรือยังตึงเครียด โดยเรือบรรทุกสินค้าของอินเดียที่ขนปศุสัตว์จากแอฟริกาไปยัง UAE ถูกโจมตีและจมใกล้ชายฝั่งโอมานเมื่อวันพุธ รัฐบาลอินเดียประณามเหตุการณ์ดังกล่าว และระบุว่าลูกเรือทั้ง 14 คนได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยยามฝั่งโอมานแล้ว ขณะที่บริษัทความมั่นคงทางทะเลของอังกฤษ Vanguard เชื่อว่าเรือลำดังกล่าวถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธหรือโดรน
นอกจากนี้ หน่วยงาน UKMTO ของอังกฤษ ยังรายงานว่า มีบุคคลไม่ได้รับอนุญาตเข้ายึดเรือลำหนึ่งที่จอดทอดสมอใกล้ท่าเรือฟูไจราห์ของ UAE และกำลังบังคับเรือมุ่งหน้าไปยังอิหร่าน
Vanguard ระบุว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัทแจ้งว่า “เรือลำดังกล่าวถูกยึดโดยเจ้าหน้าที่อิหร่าน”
หลังการหารือระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้ช่องแคบฮอร์มุซต้องเปิดต่อไป และสี จิ้นผิงแสดงจุดยืนคัดค้านการใช้ช่องแคบเป็นเครื่องมือทางทหาร รวมถึงการเรียกเก็บค่าผ่านทางจากเรือ
ทรัมป์ยังกล่าวว่า สี จิ้นผิงให้คำมั่นว่าจะไม่ส่งอาวุธให้อิหร่าน “เขาบอกว่าจะไม่ส่งอุปกรณ์ทางทหารให้อิหร่าน นั่นถือเป็นคำพูดที่สำคัญมาก”
นอกจากนี้ สี จิ้นผิงยังแสดงความสนใจซื้อน้ำมันจากสหรัฐเพิ่มขึ้น เพื่อลดการพึ่งพาเส้นทางฮอร์มุซในอนาคต ขณะที่ผู้นำทั้งสองเห็นตรงกันว่า อิหร่านไม่ควรมีอาวุธนิวเคลียร์ แม้อิหร่านจะยืนยันมาตลอดว่าไม่ได้พัฒนาอาวุธดังกล่าว
อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์มองว่า จีนอาจไม่ต้องการกดดันอิหร่านมากเกินไป เนื่องจากเตหะรานยังมีความสำคัญในฐานะพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ถ่วงดุลสหรัฐ
Scott Bessent รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าวกับ CNBC ว่า เชื่อว่าจีนจะทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เพราะเป็นผลประโยชน์โดยตรงของจีนเอง
ขณะเดียวกันพลเรือเอก Brad Cooper ของสหรัฐ กล่าวต่อวุฒิสภาว่า ศักยภาพของอิหร่านในการคุกคามประเทศเพื่อนบ้านและผลประโยชน์ของสหรัฐถูกลดทอนลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เขาปฏิเสธให้ความเห็นโดยตรงต่อรายงานที่ระบุว่า อิหร่านยังคงมีขีปนาวุธและโดรนจำนวนมากเหลืออยู่
อิหร่านยังคงยืนกรานข้อเรียกร้องหลักในการเจรจา ได้แก่ การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร การชดเชยความเสียหายจากสงคราม และการยอมรับสิทธิของอิหร่านในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่สหรัฐต้องการให้อิหร่านส่งมอบยูเรเนียมและยุติการเสริมสมรรถนะต่อไป
อ้างอิง : www.reuters.com