โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"เมียหลวง" แฉผัวเจ้าชู้แต่แรก แถมไม่ป้องกัน เผยสาเหตุยังให้อภัย

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่อาคารมาลีนนท์ น.ส.แบม อายุ 23 ปี เจ้าของคลิปไวรัล "หมอนโดเรม่อน-ที่นอนสีชมพู-ฝากระติกสีเขียว" ซึ่งมียอดรับชมกว่า 77 ล้านวิว เปิดใจว่า รู้จักกับสามีจากงานเลี้ยงของโรงงาน ก่อนคบกันและตั้งครรภ์หลังคบได้ประมาณ 1 เดือน จึงจดทะเบียนสมรสและใช้ชีวิตร่วมกัน แม้ไม่ได้จัดงานแต่ง

แบมเผยว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา สามีนอกใจหลายครั้ง และทุกครั้งมีเพศสัมพันธ์กับหญิงอื่นโดยไม่ป้องกัน แต่เธอยอมให้อภัยมาตลอด เพราะหล่อ-เอาใจเก่ง อยากรักษาครอบครัว นอกจากนี้ยังเคยถูกทำร้ายร่างกาย ถูกใช้มีดจี้คอ และทราบภายหลังว่าสามีเคยเข้าสถานพินิจ รวมถึงมีพฤติกรรมเล่นพนันออนไลน์

ก่อนเกิดเหตุ ทั้งคู่แยกกันอยู่เพราะทะเลาะกัน แต่ฝ่ายชายยังพยายามง้อและเพิ่งทักมายืมเงินเติมโทรศัพท์ 20 บาท วันเกิดเหตุ เธอขับรถผ่านบ้านสามี เห็นรถแปลกจอดอยู่หน้าบ้าน จึงเดินเข้าไปและพบรองเท้าผู้หญิงวางอยู่ ก่อนเปิดประตูห้องเข้าไปเจอสามีอยู่กับหญิงสาวตามคลิปที่เผยแพร่

แบมเชื่อว่าหญิงสาวน่าจะรู้ว่าฝ่ายชายมีครอบครัวแล้ว แต่หากไม่รู้จริงก็ขอโทษ พร้อมยืนยันว่าที่โพสต์คลิปเกิดจากความโกรธที่สามีปกป้องผู้หญิงอีกคนและทำร้ายตน โดยไม่ทราบว่าการเผยแพร่คลิปอาจมีความผิดตามกฎหมาย

ส่วนประเด็นที่เคยโพสต์ว่า"โสด" แบมยอมรับว่าเป็นเพราะโกรธสามีและรู้สึกเหงา ไม่ได้เลิกรากันอย่างเป็นทางการ พร้อมยืนยันว่าไม่มีคนใหม่ แม้จะมีคนเข้ามาพูดคุยบ้างก็ตาม

สำหรับประเด็น "หมอนโดเรม่อน" และ "ที่นอนสีชมพู" แบมระบุว่าเป็นของเดิมที่มีอยู่ในบ้าน ส่วนฝากระติกสีเขียวบนเตียงเป็นของที่เธอโยนใส่เพื่อปลุกฝ่ายชายในวันเกิดเหตุ

แบมยืนยันว่าจะไม่กลับไปคืนดีกับสามีอีก ขอเลี้ยงดูลูกด้วยตนเอง และเตรียมดำเนินการฟ้องหย่า รวมถึงดำเนินการตามสิทธิทางกฎหมาย

ด้าน ทนายอนุสรณ์ อะสุระพงษ์ หรือ ทนายพัฒน์ ระบุว่า เมียหลวงมีทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย จึงสามารถฟ้องหย่า ฟ้องชู้ และเรียกค่าทดแทนได้ ขณะเดียวกัน ฝ่ายชายและหญิงสาวก็สามารถดำเนินคดีกับผู้โพสต์คลิปได้ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์, PDPA และข้อหาหมิ่นประมาท พร้อมเตือนประชาชนไม่ให้แชร์คลิปดังกล่าว เพราะอาจมีความผิดตามกฎหมายเช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...