โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เปิดลิสต์ 4 ผลไม้ เช้าเป็น 'ยา' เย็นเป็น 'พิษ' กินไปพังทั้งหุ่นและสุขภาพ!

sanook.com

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
เช้าเป็น 'ยา' เย็นเป็น 'พิษ'! เปิดลิสต์ 4 ผลไม้ประโยชน์ล้นแก้ว กินตอนเช้าดีเลิศ แต่กินตอนกลางคืนเสี่ยงพังทั้งหุ่นและสุขภาพ สายเฮลตี้ต้องเช็ก! 4 ผลไม้ห้ามกินตอนเย็น-ก่อนนอน ตัวการทำท้องอืด นอนไม่หลับ แถมน้ำหนักพุ่งพรวดโดยไม่รู้ตัว

กินผิดเวลาชีวิตเปลี่ยน: 4 ผลไม้ที่ควรทานช่วงเช้า แต่ควรหลีกเลี่ยงในมื้อดึก

กินให้ถูกเวลา: เผย 4 ผลไม้สุดยอดสารอาหาร กินตอนเช้าดีต่อร่างกาย แต่ห้ามกินตอนเย็นเด็ดขาด!

"ผลไม้" คือแหล่งรวมวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหารชั้นดีที่คนรักสุขภาพขาดไม่ได้ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าผลไม้บางชนิดก็มี "เวลาทอง" ในการรับประทานที่เฉพาะเจาะจง หากกินในช่วงเช้าหรือกลางวัน ร่างกายจะดึงสารอาหารไปใช้ได้อย่างเต็มที่ราวกับเป็นยาบำรุงชั้นยอด แต่ถ้าหากเผลอกินในช่วงเย็นหรือก่อนนอน จากประโยชน์อาจกลายเป็นโทษที่เข้าไปรบกวนระบบย่อยอาหาร ทำให้นอนหลับไม่สนิท และกระตุ้นให้น้ำหนักตัวพุ่งสูงขึ้นได้ง่ายๆ

และนี่คือ 4 ผลไม้ที่คุณควรเลือกกินในมื้อเช้า แต่ควรหลีกเลี่ยงในมื้อดึก

1. ทุเรียน (Durian)

ในตำราแพทย์แผนโบราณ ทุเรียนถูกจัดเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการไอและรักษาโรคผิวหนังบางชนิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ร้อน หากทานมากเกินไปจะทำให้ร่างกายร้อนใน เกิดสิว และท้องผูกได้ง่าย

  • ทำไมไม่ควรกินตอนเย็น: ทุเรียนอุดมไปด้วยน้ำตาลและไขมันในปริมาณที่สูงมาก การกินทุเรียนในช่วงเย็นหรือก่อนนอนจะทำให้ร่างกายเกิดความอึดอัด แน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ ย่อยยาก และนำไปสู่ภาวะอ้วนลงพุงได้ง่ายดาย

  • กลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ: ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคแผลในกระเพาะอาหารควรจำกัดปริมาณอย่างเข้มงวด

  • เวลาที่แนะนำ: ควรทานหลังจากมื้ออาหารเช้าในปริมาณที่พอเหมาะ

2. อะโวคาโด (Avocado)

ซูเปอร์ฟู้ดที่ขึ้นชื่อเรื่องความหนาแน่นของสารอาหาร ในเนื้ออะโวคาโดสุก 100 กรัม อุดมไปด้วยโปรตีน 2.08 กรัม, ไขมันดี 20.10 กรัม, แร่ธาตุสำคัญอย่างแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก รวมถึงวิตามิน A และ B1 อีกทั้งยังมีสารต้านเชื้อแบคทีเรียตามธรรมชาติ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไขมันในเลือด บำรุงหัวใจและกระเพาะอาหาร เป็นผลไม้ที่เหมาะมากสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ

  • ทำไมไม่ควรกินตอนเย็น: แม้ว่าไขมันในอะโวคาโดจะเป็นไขมันดี (Monounsaturated Fatty Acids) แต่ก็ให้พลังงานที่สูงมาก หากกินในช่วงเย็นที่ร่างกายไม่ได้ขยับตัวทำกิจกรรมมากนัก จะส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนัก เกิดอาการแน่นท้อง และเสี่ยงต่อการมีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์

  • เวลาที่แนะนำ: ควรทานในช่วงเช้าหรือช่วงกลางวัน

3. มะม่วงสุก (Mango)

มะม่วงสุก 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 100 แคลอรี อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต 25 กรัม และน้ำตาล 23 กรัม แต่ก็ทดแทนด้วยวิตามิน C, วิตามิน A, โฟเลต, วิตามิน B6, วิตามิน K และโพแทสเซียมในปริมาณสูง นอกจากนี้ สารเบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) ในมะม่วงยังมีส่วนช่วยป้องกันโรคหอบหืด รวมถึงลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ดีอีกด้วย

  • ทำไมไม่ควรกินตอนเย็น: ด้วยปริมาณน้ำตาลและแคลอรีที่ค่อนข้างสูง การกินมะม่วงสุกในช่วงเวลากลางคืนที่ระบบเผาผลาญเริ่มทำงานช้าลง จะทำให้น้ำตาลเปลี่ยนเป็นไขมันสะสม นำไปสู่ปัญหาความอ้วนและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน

  • เวลาที่แนะนำ: ควรทานในช่วงกลางวันเป็นหลัก

4. มังคุด (Mangosteen)

"ราชินีแห่งผลไม้" ที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ มีทั้งวิตามิน B1, วิตามิน C, โปรตีน, แคลเซียม, ฟอสฟอรัส, และเหล็ก จุดเด่นของมังคุดคือมีสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่ม แซนโทน (Xanthones) ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบและช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้อย่างยอดเยี่ยม

  • ทำไม không nên ăn buổi tối: ไม่แนะนำให้กินมังคุดในมื้อเย็นเพราะสารแซนโทนเข้มข้นในมังคุดอาจเข้าไปกระตุ้นระบบขับถ่ายในบางราย จนเกิดอาการท้องเสีย ท้องเดิน หรือแน่นท้อง ท้องอืด ซึ่งจะเข้าไปรบกวนระบบย่อยอาหาร ส่งผลให้คุณนอนหลับกระสับกระส่ายและหลับไม่สนิทตลอดทั้งคืน

  • เวลาที่แนะนำ: แนะนำให้ทานในช่วงกลางวัน โดยเฉพาะหลังมื้ออาหารเช้าจะดีที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...