ครอบครัวน้องเมย เล่าทั้งน้ำตา พยายามกว่า 8 ปี ค้นหาความจริงการเสียชีวิตของลูก แต่คดีไม่คืบ หวัง "กมธ.กฏหมายฯ" เป็นที่พึ่งสุดท้าย
ครอบครัวน้องเมย เล่าทั้งน้ำตา พยายามกว่า 8 ปี ค้นหาความจริงการเสียชีวิตของลูก แต่คดีไม่คืบ หวัง "กมธ.กฏหมายฯ" เป็นที่พึ่งสุดท้าย สางข้อสงสัยสาเหตุเสียชีวิต ด้าน “โรม” รับปากเดินหน้าตรวจสอบเต็มที่-ประสานทุกหน่วยงานเพื่อคลี่คลายข้อสงสัย
วันที่ 8 ก.ค. 69 ที่รัฐสภา ครอบครัว นรต. ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย พร้อมทนายความเข้ายื่นหนังสือต่อประธารกรรมาธิการการกฏหมาย ยุติธรรมฯ สภาผู้แทนราษฎร โดยนายรังสิมันต์ โรม เป็นผู้รับเพื่อขอให้ตรวจสอบ กรณีการเสียชีวิตของน้องเมย ครอบครัวยังเคลือบแคลง สงสัยสาเหตุการเสียชีวิต
ด้านนายสาธิต พูนสวัสดิ์พงศ์ ทนายความของครอบครัว เปิดเผยว่า การยื่นเรื่องครั้งนี้มี 2 ประเด็นสำคัญ เรื่องแรก ขอให้ติดตามการดำเนินการทางวินัยกับอดีตนักเรียนเตรียมทหารผู้บังคับบัญชา ซึ่งปัจจุบันรับราชการตำรวจ หลังศาลทหารสูงสุดมีคำพิพากษาลงโทษในคดีทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้น้องเมยได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ โดยศาลวินิจฉัยว่าการลงโทษทางวินัยดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดระเบียบ ทั้งสถานที่ วิธีการ และช่วงเวลา แต่จนถึงขณะนี้ครอบครัวระบุว่ายังไม่พบการดำเนินการทางวินัยจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แม้จะเคยทำหนังสือสอบถามแล้วก็ตาม
ส่วนเรื่องที่สอง เป็นการขอให้ติดตามความคืบหน้าคดีที่ครอบครัวร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายแพทย์ทหาร ซึ่งเกี่ยวข้องกับการชันสูตรการเสียชีวิตของน้องเมย โดยครอบครัวระบุว่ายังคงติดใจสาเหตุการเสียชีวิต หลังผลชันสูตรระบุว่าเกิดจากโรคหัวใจ ทั้งที่น้องเมยไม่เคยมีประวัติโรคหัวใจมาก่อน อีกทั้งเมื่อส่งศพไปตรวจซ้ำโดยสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ก็ไม่สามารถหาสาเหตุการเสียชีวิตได้ เนื่องจากอวัยวะสำคัญที่ใช้ตรวจไม่สามารถพิสูจน์ได้อีก ทำให้ครอบครัวยังคงสงสัยข้อเท็จจริงจนถึงปัจจุบัน
นายสาธิต ยังระบุด้วยว่า ครอบครัวเคยร้องทุกข์ดำเนินคดีกับนักเรียนเตรียมทหารอีก 2 คน และแพทย์ทหารอีก 2 คน ในข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้น้องเมยถึงแก่ความตาย แต่พนักงานสอบสวน สภ.บ้านนา มีคำสั่งไม่ฟ้อง และอัยการศาลมณฑลทหารบกที่ 12 มีความเห็นไม่ฟ้องเช่นกัน โดยให้เหตุผลว่าไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอว่าบุคคลทั้ง 4 กระทำความผิด ส่งผลให้ครอบครัวไม่สามารถดำเนินการในส่วนดังกล่าวต่อได้ อีกทั้งยังติดข้อจำกัดตามกฎหมายศาลทหาร ซึ่งทำให้มารดาของน้องเมยไม่สามารถดำเนินคดีแทนผู้เสียหายได้
ขณะที่นางสุกัลยา ตัญกาญจน์ มารดาของน้องเมย กล่าวว่า ตลอดเวลากว่า 8 ปี ครอบครัวพยายามทุกวิถีทางเพื่อค้นหาความจริงว่าลูกเสียชีวิตจากสาเหตุใด แต่ยิ่งดำเนินการก็ยิ่งพบอุปสรรค จนไม่รู้ว่าจะหันไปพึ่งใคร หากคดีในศาลทหารถูกสั่งไม่ฟ้อง ครอบครัวก็ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ ทำให้ยังไม่มีคำตอบว่าน้องเมยเสียชีวิตจากอะไร พร้อมยอมรับว่ารู้สึกเจ็บปวดและโทษตัวเองที่ไม่สามารถทำได้มากกว่านี้ โดยเปรียบการเข้าร้องเรียนต่อกรรมาธิการครั้งนี้ว่า “เหมือนคนลอยอยู่กลางทะเลแล้วมีขอนไม้ให้เกาะ” แม้ไม่รู้ว่าจะพาไปถึงฝั่งหรือไม่ แต่เมื่อมีโอกาสก็พร้อมจะไขว่คว้าไว้
ด้านนายรังสิมันต์ โรม ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน กล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัว พร้อมระบุว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ครอบครัวได้พยายามเรียกร้องความเป็นธรรมมาอย่างต่อเนื่อง และหวังว่าการดำเนินการของกรรมาธิการจะช่วยผลักดันให้เกิดความเป็นธรรม ไม่เพียงเฉพาะกรณีของน้องเมย แต่ยังเป็นบรรทัดฐานเพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันขึ้นอีกตนรับปากว่ากรรมาธิการจะนำเรื่องเข้าหารือร่วมกับสมาชิกจากทุกพรรคการเมือง เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินงาน
ทั้งนี้นายรังสิมันต์ พร้อมประสานขอข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรวบรวมข้อมูลจากการพิจารณาของคณะกรรมาธิการทหารในอดีตมาประกอบการตรวจสอบ ก่อนประสานงานกับครอบครัวอย่างต่อเนื่อง พร้อมยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และไม่ยอมให้อิทธิพลหรือแรงกดดันใดแทรกแซงการตรวจสอบ เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมได้รับความเชื่อมั่นจากสังคม