เกาะติด “ราคาน้ำมันโลก” พุ่งต่อเนื่องกว่า 5% หลัง “ทรัมป์” ประกาศข้อตกลงหยุดยิงจบแล้ว
เกาะติด "ราคาน้ำมันโลก" พุ่งต่อเนื่องกว่า 5% หลัง "ทรัมป์" ประกาศข้อตกลงหยุดยิงจบแล้วจุดชนวนความกังวลต่ออุปทานน้ำมันและความเสี่ยงเงินเฟ้อทั่วโลก
วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 15.48 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวขึ้นมากกว่า 5% ในการซื้อขายวันพุธ (8 ก.ค.) หลังสหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ เพื่อตอบโต้เหตุโจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้นักลงทุนกังวลว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะกลับมารุนแรงและกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลก
สัญญาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ส่งมอบเดือนสิงหาคม พุ่งขึ้น 5.2% มาอยู่ที่ 74.13 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบ Brent ส่งมอบเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 5.2% แตะ 78.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวระหว่างการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี ว่า ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐและอิหร่านจบแล้ว
"สำหรับผม ผมคิดว่ามันจบแล้ว… ผมไม่ต้องการเจรจากับพวกเขาอีก เพราะมองว่าเป็นการเสียเวลา"
ทรัมป์ระบุว่า แม้คณะผู้แทนสหรัฐฯ จะต้องการผลักดันการเจรจาสันติภาพ แต่ตนมองว่าไม่มีประโยชน์ที่จะเดินหน้าพูดคุยกับอิหร่านต่อไป
คำกล่าวดังกล่าวมีขึ้นหลัง กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยว่า ได้ดำเนินปฏิบัติการโจมตีอย่างรุนแรงหลายระลอกต่อเป้าหมายในอิหร่าน เพื่อตอบโต้เหตุโจมตีเรือพาณิชย์ 3 ลำที่เดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันอังคาร พร้อมระบุว่าการกระทำของอิหร่านถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างชัดเจน และเป็นภัยต่อเสรีภาพในการเดินเรือ
ก่อนหน้านี้ ข้อตกลงหยุดยิงที่ทั้งสองฝ่ายบรรลุเมื่อเดือนก่อน ช่วยให้การเดินเรือพาณิชย์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก กลับมาเปิดใช้งานได้ตามปกติหลังเผชิญความปั่นป่วนมาหลายเดือน
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ล่าสุดสะท้อนว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองฝ่ายกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง โดยกระทรวงการคลังสหรัฐได้เพิกถอนข้อยกเว้นที่เคยอนุญาตให้อิหร่านสามารถจำหน่ายน้ำมันในตลาดได้
เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐรายหนึ่งเปิดเผยว่า อิหร่านจะได้รับประโยชน์ก็ต่อเมื่อแสดงพฤติกรรมที่เหมาะสม พร้อมย้ำว่าการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซเป็นสิ่งที่สหรัฐยอมรับไม่ได้ และจะต้องเผชิญกับผลลัพธ์ตามมา
ด้านกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีของสหรัฐฯ ว่าเป็นการละเมิดบันทึกความเข้าใจที่ทั้งสองฝ่ายลงนามร่วมกันเมื่อเดือนที่ผ่านมาเพื่อยุติสงคราม พร้อมยืนยันว่ากองทัพอิหร่านพร้อมปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของประเทศจากการรุกรานของสหรัฐ
ศูนย์ข้อมูลการเดินเรือร่วม (Joint Maritime Information Center: JMIC) ซึ่งนำโดยสหรัฐ เปิดเผยว่า เรือพาณิชย์ 3 ลำถูกโจมตีในหรือใกล้ช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันอังคาร ส่งผลให้ระดับความเสี่ยงต่อการเดินเรือในพื้นที่ถูกยกระดับเป็นรุนแรง (Severe) พร้อมเตือนว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดเหตุโจมตีเพิ่มเติม
นักวิเคราะห์จาก Ortus Advisors มองว่า อิหร่านอาจยังไม่มีแรงจูงใจในการเร่งบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐ เนื่องจากอำนาจต่อรองของเตหะรานอาจเพิ่มขึ้นเมื่อการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในเดือนพฤศจิกายนใกล้เข้ามา ขณะที่ราคาพลังงานที่พุ่งสูงอาจสร้างแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและกลายเป็นประเด็นทางการเมืองสำคัญของรัฐบาลทรัมป์
นักวิเคราะห์ยังระบุว่า หากราคาน้ำมันยังปรับตัวสูงต่อเนื่อง อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออาจเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
อ้างอิง : cnbc.com