"วันเอเชีย" กางโรดแมปใหญ่ ปั้น 'เทศกาลดนตรีไทย' ไปไกลระดับโลก รับ Experience Economy โต
โอม - รชต ธันยาวุฒิ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท วัน เอเชีย เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และ Millennials เปลี่ยนจากการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าหรู ไปสู่การจ่ายเงินเพื่อ “ประสบการณ์” แทน
ส่งผลให้ธุรกิจ Music Festival ไม่ได้เป็นเพียงอีเวนต์บันเทิง แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Experience Economy ที่เชื่อมโยงดนตรี ไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยว และ social content เข้าด้วยกัน
“วันนี้คนไม่ได้มองหาแค่งานคอนเสิร์ต แต่ต้องการประสบการณ์ที่มีคุณภาพมากขึ้น เราเห็นชัดจากโซน Premium และ VIP ที่เติบโต รวมถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายในงานที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง (ในงานสยามสงกรานต์)”
ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยภายในงานเพิ่มขึ้นจากประมาณ 300 บาท เป็น 520 บาทต่อคน
ยอดเติมเงินต่อครั้งขยับจาก 1,000-1,500 บาท เป็น 1,500-3,000 บาท สะท้อนกำลังซื้อและ willingness to pay ของผู้บริโภคยุคใหม่
[caption id="attachment_1574264" align="alignnone" width="1567"]
โอม - รชต ธันยาวุฒิ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท วัน เอเชีย เวนเจอร์ส จำกัด[/caption]
ต่างชาติแห่ร่วมงาน หนุน Songkran Economy เงินสะพัด 30,350 ล้านบาท
สำหรับงาน Siam Songkran 2026 ประสบความสำเร็จสูงสุดนับตั้งแต่จัดมา โดยสามารถขายบัตรได้กว่า 92,000 ใบ ภายใน 4 วัน และวันที่ 12-14 เมษายน บัตร sold out ทั้งหมด
ขณะที่ สัดส่วนผู้เข้าร่วมงานกว่า 50% เป็นชาวต่างชาติ โดยเฉพาะจากจีน มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น สะท้อนศักยภาพประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้าน Music Festival ของภูมิภาค
"ตลาดจีนเริ่มกลับมาฟื้นตัวชัดตั้งแต่ปีก่อน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและลูกค้า VIP ที่มีกำลังซื้อสูง ขณะเดียวกันประเทศไทยยังมีข้อได้เปรียบด้านต้นทุนการท่องเที่ยวและ hospitality เมื่อเทียบกับหลายประเทศในเอเชีย"
ซึ่งการเติบโตของเทศกาลดนตรีกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของ “Festival Economy” ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจหลายภาคส่วนพร้อมกัน ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจค้าปลีก และการเดินทาง
ทั้งนี้ หากประเมิน Songkran Economy ปี 2026 ทั้ง Ecosystem คาดว่าช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 500,000 คน และมีเงินสะพัดจากการท่องเที่ยว 30,350 ล้านบาท
Tomorrowland ดันไทยเข้าสู่เวทีโลก
อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของวันเอเชีย คือการเข้าไปมีส่วนร่วมใน ecosystem ของ Tomorrowland ในประเทศไทย ซึ่งจะจัดขึ้นในปลายปี 2026 นี้ และเป็นทั้งโอกาสทางธุรกิจและการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมเฟสติวัลไทย
“การที่ Tomorrowland มองประเทศไทย สะท้อนว่าโลกเริ่มเห็นศักยภาพของไทย ทั้งด้าน culture, tourism และความสามารถในการรองรับงานขนาดใหญ่”
ทั้งนี้ การมี global festival brand เข้ามาในไทย ช่วยขยายตลาดคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตีโดยรวม และทำให้ประเทศไทยถูกจับตามองมากขึ้นในฐานะ Entertainment Destination
ปี 2026 ลงทุน 2 พันล้าน วางเป้าดันไทยสู่ฮับเทศกาลดนตรี
วันเอเชีย เตรียมลงทุนรวมในปี 2026 ประมาณ 2,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อนที่ลงทุนราว 300 ล้านบาท โดยปีนี้จะมีการจัดงานอย่างน้อย 2 โปรเจกต์ใหญ่ (อีก 1 โปรเจ็กต์อยู่ระหว่างดีล) คือ
1.Siam Songkran 2026 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
2.Tomorrowland ประเทศไทย ในเดือนธันวาคมนี้
เป้าหมายระยะยาวของบริษัท ไม่ได้ต้องการเป็นเพียงผู้จัดงานดนตรี แต่ต้องการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น “Global Festival Destination” ผ่านการพัฒนา ecosystem ที่เชื่อมดนตรี การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และ creative economy เข้าด้วยกัน
หากประเทศไทยสามารถยกระดับ infrastructure ด้านอีเวนต์ การเดินทาง ความปลอดภัย และ hospitality ได้ครบวงจร ประเทศไทยมีโอกาสก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางเทศกาลดนตรีระดับโลก เช่นเดียวกับ Tomorrowland ในเบลเยียม, Coachella ในสหรัฐฯ หรือ Fuji Rock ในญี่ปุ่น