โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“พ่อผู้เสียชีวิต” พ้อ อีกแค่ 3 ป้ายลูกถึงบ้าน หลัง ลูกชายเสียชีวิตจากเหตุรถไฟชนรถเมล์

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 23 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“พ่อผู้เสียชีวิต” พ้อ อีกแค่ 3 ป้ายลูกถึงบ้าน หลัง ลูกชายเสียชีวิตจากเหตุรถไฟชนรถเมล์ ลั่น ถ้าโอนเงินมาให้ 5 ล้านแล้วฆ่าลูกของผมก็ไม่เอา จี้ รบ.จัดการความปลอดภัยให้ดีกว่านี้ ไม่ใช่วัวหายแล้วค่อยล้อมคอก

วันที่ 19 พ.ค. 69 นายสันติ เขียววิจิตร พ่อของหนึ่งในผู้เสียชีวิตที่นั่งอยู่ในรถเมล์สาย 206 เล่าว่า ได้คุยกับลูกชายครั้งสุดท้าย ลูกชายบอกว่ากำลังจะนั่งรถไปหาเพื่อนที่แยกพัฒนาการ และอีกแค่ 3 ป้ายรถเมล์ก็จะถึงจุดหมาย แต่กลับเกิดอุบัติเหตุเสียก่อน

ส่วนตัวมองว่าการเดินทางโดยรถสารสาธารณะ ควรเป็นระบบที่ปลอดภัยที่สุด และเหตุการณ์แบบนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นกับลูกชายของตัวเองที่อายุยังน้อยและยังมีอนาคตอีกไกล

“รัฐบาลควรจะจัดการความปลอดภัยให้ดีกว่านี้ ไม่ใช่วัวหายแล้วค่อยล้อมคอก ” ส่วนตัวมองว่าอุบัติเหตุนี้เกิดขึ้นเพราะองค์กรไม่ดูแลพนักงานของตัวเองให้ดี เกิดเหตุแล้วโยนทุกอย่างให้ลูกน้อง และก็ให้ผู้เสียหายไปฟ้องร้องกับลูกน้องเอา ซึ่งองค์กรควรจะออกมารับผิดชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้น

นอกจากนี้การใช้สารเสพติดของคนขับรถไฟ ไม่ควรจะเกิดขึ้น ตนขอตำหนิการรถไฟที่ไม่เคยติดต่อมาแสดงความเสียใจแม้แต่ครั้งเดียว หายเงียบเหมือนลอยตัว มองว่าการกระทำอย่างนี้ค่อนข้างแย่ จะมองว่ารถไฟวิ่งบนรางถูกต้องแต่มีรถไปจอดขวางอย่างเดียวก็ไม่ถูก ควรจะออกมารับผิดชอบในเรื่องนี้ด้วย

ซึ่งการสูญเสียครั้งนี้ไม่คุ้มค่าเพราะลูกชายยังมีอนาคตอีกไกล "ถ้าโอนเงินมาให้ผม 5 ล้านแล้วฆ่าลูกของผมก็ไม่เอา"

โดยหลังจากนี้จะนำเอกสารบันทึกประจำวันไปยื่นกับทางนิติเวชเพื่อรับร่างลูกชายไปบำเพ็ญกุศลที่วัดคลองหนึ่ง จังหวัดปทุมธานี

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...