ความรู้สึกแรกในรอบ 22 ปี
เกมที่ ดีน คอร์ต (ไวทัลลิตี้ สเตเดี้ยม) คืนนี้ ถ้าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกไปเอาชนะ บอร์นมัธ ไม่ได้ ทุกอย่างจบ อาร์เซน่อลจะเป็นแชมป์โดยที่ยังไม่ต้องลงสนามในเกมปิดฤดูกาล
ถ้าเข้าใจไม่ผิด แฟนบอลอาร์เซน่อลไม่เคยมีความรู้สึกนี้เลยนับตั้งแต่ฤดูกาลอันรุ่งโรจน์ 2003/04
มันคือสัมผัสแรกในรอบ 22 ปีของพวกเขา.. แม้จะยังไม่ใช่สัมผัสของแชมป์ แต่ก็เป็นสัมผัสของความรู้สึกที่ว่าตัวเองกำลังจะเป็นแชมป์
ความรู้สึกที่ว่าทีมกำลังจะเป็นแชมป์ในเกมข้างหน้านี้แล้ว อีกแค่เอื้อมมือ อีกแค่เกมเดียว
แค่เกมเดียว.. เกมไหนก็ได้ใน 3 เกมนี้
บอร์นมัธ-แมนฯ ซิตี้ คืนวันนี้ (อังคาร 19 พ.ค.)
แมนฯ ซิตี้-แอสตัน วิลล่า เกมปิดฤดูกาลวันอาทิตย์นี้
และ คริสตัล พาเลซ-อาร์เซน่อล เกมปิดฤดูกาลวันอาทิตย์นี้เช่นกัน
เกมไหนก็ได้ ทุกเกมสามารถส่งให้ทีมปืนใหญ่ทะยานไปถึงฝั่งฝันได้ทั้งหมด
ความรู้สึกอย่างนี้เป็นอย่างไรกันนะ แฟนบอลอาร์เซน่อลที่โตทันฤดูกาล The Invincibles 2003/04 หรือก่อนหน้านั้นคงจะยังพอจำได้ แต่สาวกปืนใหญ่อีกมากมายที่เชียร์ทีมหลังจากซีซั่นมหัศจรรย์นั้นคงไม่เคยเข้าใจมันมาก่อน
ความตื่นเต้นคงถีบตัวขึ้นไปถึงสุดขีดปรอท พร้อมระเบิดอารมณ์สุดเหวี่ยงได้ทุกเมื่อ
มานึกย้อนดู แฟนบอลเชลซีเคยมีความรู้สึกนั้น แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเคยมีความรู้สึกนั้น แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แฟนบอลลิเวอร์พูล หรือแม้กระทั่งแฟนบอลของเลสเตอร์ ซิตี้ก็เคยได้สัมผัสความรู้สึกนั้น นับตั้งแต่ความสำเร็จครั้งล่าสุดของอาร์เซน่อล
ความรู้สึกที่ว่ามือข้างหนึ่งเอื้อมไปจับหูถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกแล้ว เหลือแค่ยกมันขึ้นมาเท่านั้น
กระทั่งฤดูกาลที่ใกล้เคียงที่สุดอย่าง 2022/23 กับ 2023/24 มันก็ยังไม่ใกล้ขนาดนี้
ฤดูกาล 2022/23 อาร์เซน่อลนำเป็นจ่าฝูง 30 สัปดาห์และไม่เคยหลุดพื้นที่ 2 อันดับแรกเลย หรือฤดูกาล 2023/24 ที่ไปได้ไกลกว่านั้นอีก เก็บ 89 คะแนนนำจ่าฝูงถึงเกมที่ 36
ก็ยังไม่มีสักครั้งที่ไปถึงจุดที่ได้สัมผัสกับความรู้สึกนี้ คืออีกแค่ 90 นาทีก็จะสมมาตรปรารถนา
คืนนี้เป็นคืนแรกครับ เป็นคืนแรกที่ความตื่นเต้นจะพุ่งถึงขีดสุด เพราะกูนเนอร์สทุกหมู่เหล่าจะได้ร่วมใจกันส่งแรงเชียร์เพื่อตำแหน่งแชมป์เป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้
มันคือการเชียร์เพื่อเป็นแชมป์แล้ว ไม่ใช่แค่การเชียร์เพื่อลุ้นโอกาสคว้าแชมป์เหมือนทุก ๆ เกมที่ผ่านมา
โฟกัสของพวกเขาคงเป็นหนึ่งเดียว ให้บอร์นมัธทำได้ หยุดแมนเชสเตอร์ ซิตี้ให้ได้
นี่คือโอกาสแรกจากจำนวนทั้งหมด 3 โอกาสที่มีในมือ
90 นาทีนี้ คืนนี้..
------------------
ภาพมุมหนึ่งระหว่างการถ่ายทอดสดเกมอาร์เซน่อลชนะเบิร์นลี่ย์เมื่อคืนวันจันทร์ มุมกล้องตั้งใจจับภาพให้เห็นแบ๊คกราวนด์ที่เป็นแผ่นผ้าบนอัฒจันทร์
แผ่นผ้านั้นเขียนตัวเลขไว้แค่ไม่กี่ตัวครับ
38-26-12-0
กูนเนอร์สทุกคนรู้จักตัวเลขนี้ดี มันคือตัวเลขมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 22 ปีที่แล้วที่ขุนพลปืนใหญ่ของ อาร์แซน เวนเกอร์ คว้าแชมป์ประวัติศาสตร์แบบไร้พ่าย
เตะ 38 เกม ชนะ 26 เสมอ 12 ไม่แพ้ใครเลย
แน่นอนว่ามันคือความภาคภูมิใจตลอดกาล และก็เป็นสิทธิ์อันชอบธรรมด้วยที่พวกเขาจะภูมิใจกับมัน เพราะจนถึงวันนี้ก็ยังไม่เคยมีทีมไหนในอังกฤษทำ Invincible season ได้สำหรับฟุตบอลสมัยใหม่
กระนั้นก็ตาม.. กับวันเวลาที่ผ่านไป ตัวเลขชุดนี้คล้ายจะทำหน้าที่เพิ่มเติมขึ้นมาอีกอย่างหนึ่งโดยไม่ตั้งใจ นั่นคือเป็นการเตือนและตอกย้ำว่าสโมสรแห่งนี้ห่างไกลจากความสำเร็จยิ่งใหญ่นานขึ้นไปทุกทีแล้ว
ยิ่งนาน.. ก็ยิ่งเตือน ยิ่งนาน.. ก็ยิ่งตอกย้ำ
กลายเป็นการทักท้วงเอากับประวัติศาสตร์ ว่ามันคือความเรืองรองครั้งล่าสุดที่พวกเขาทำได้ และมันผ่านมา 22 ปีแล้ว
แน่นอนครับ.. ครั้งล่าสุด ไม่ได้หมายความว่าเป็นครั้งสุดท้าย
มันคงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่สำหรับสโมสรอย่างอาร์เซน่อล เพียงแต่การดื่มด่ำนั้นจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่เล่า ในเมื่อ 3 ฤดูกาลหลังกระทั่งทำดีอย่างที่สุดแล้วก็ยังเป็นแค่พระรอง
คำตอบล่องลอยอยู่ในสายลมแห่งลอนดอนเหนือ มีความหดหู่ท้อถอยเจืออยู่
แต่แล้วตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาของการชิงชัยฤดูกาลนี้ การได้เห็นแผ่นผ้าผืนนั้นอีกครั้งในวันนี้ นาทีนี้ เมื่อคืนนี้ ชวนให้เกิดความรู้สึกที่แตกต่าง
มันไม่ใช่ความกังวลสงสัยที่ซ่อนอยู่ในความยิ่งใหญ่ของตัวเลขมหัศจรรย์นั้นอีกต่อไปแล้ว หากเป็นอารมณ์พลุ่งพล่านไปด้วยพลัง เป็นความหวังที่เปี่ยมล้น
มันเรืองขึ้นมาอีกครั้ง อย่างทรนงองอาจว่าเรากำลังจะไปถึงจุดที่เคยอยู่
พลุควันที่กระจายฟุ้งไปทั่วบริเวณตอนต้อนรับรถบัสนักเตะเข้าสู่สนามก่อนเกมเมื่อคืนที่ผ่านมาบ่งบอกถึงการรวมพลังเป็นหนึ่งเดียวของพวกเขาได้ดี
ผมคิดว่าผมพอจะจับความรู้สึกนั้นได้.. พวกเขากำลังตื่นตัวเต็มที่กับการไล่ล่าอันยาวนานที่กำลังจะสิ้นสุดลง
22 ปีแห่งการรอคอย อาร์เซน่อลกำลังจะพิชิตมันอย่างเด็ดขาดในครั้งนี้
จะทำได้ไหม จะทำได้วันไหน หรือสุดท้ายแล้วการรอคอยนั้นต้องยืดออกไปอีก เรามารอคำตอบไปด้วยกันครับ
ตังกุย